ความเงียบงันในห้วงเหวลึกแห่งนี้ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าขุนเขาไท่ซานทั้งลูก
ร่างของหลี่เทียนเฉินทอดร่างอยู่บนพื้นศิลาอันเย็นเยียบ ลมหายใจที่เคยเกรี้ยวกราดดั่งมังกรผยองบัดนี้แผ่วเบาราวกับสายหมอกยามรุ่งสาง ออร่าแห่งมหาเทพและปราณวิญญาณบรรพกาลที่เคยแผ่พุ่งสยบฟ้าดิน มอดดับลงจนเหลือเพียงความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงรอยแยกของกาลเวลาและเศษซากอักขระเวทที่แตกสลายรอบกาย ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
ม่อหลงที่ยืนอยู่เบื้องบน หัวร่อด้วยเสียงอันแหบพร่าและเยือกเย็น รอยยิ้มของมันบิดเบี้ยวด้วยความกระหายเลือด แววตาเต็มไปด้วยความเหิมเกริมของคนผู้กำชัยชนะ
"ฮ่าๆๆ... หลี่เทียนเฉิน เจ้าเด็กสวะที่บังอาจอาจหาญต่อต้านลิขิตฟ้า สุดท้ายแล้ว ร่างกายของเจ้าก็เป็นเพียงภาชนะเปราะบางที่รองรับพลังอันยิ่งใหญ่ไม่ไหว สินะ?" ม่อหลงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝาดกระทบพื้นศิลาสะท้อนก้องกังวาน "วิถีกระบี่มารสะท้านนภาอันเลื่องชื่อ สมควรจบลงตรงนี้... มรดกทั้งหมดของเจ้า จักตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!"
ทว่า ท่ามกลางความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านดั่งพิษร้าย มีเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงยืนหยัดอย่างดื้อรั้น
ไป๋อวี๋ซวง นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ผู้ใด แม้ในยามที่เผชิญหน้ากับความตาย บัดนี้ ดวงตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบดั่งแอ่งน้ำมรกตกลับสั่นระริก หยาดน้ำใสกระจ่างร่วงหล่นจากแพขนตางาม หยดลงกระทบหน้าอกข้างซ้ายของหลี่เทียนเฉิน—จุดที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้วอย่างช้าๆ
*แปะ...*
เสียงนั้นเบายิ่งกว่าเสียงใบไม้ร่วง แต่ในมิติที่พลังวิญญาณกำลังแตกดับ มันกลับดังกึกก้องดั่งเสียงอสุนีบาตฟาดผ่านห้วงนภา
"เทียนเฉิน..."
เสียงเรียกของนางแหบพร่าและสั่นเครือ เต็มไปด้วยความอาลัยรักล้ำลึกที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน นางเซียนผู้สูงส่งยอมคุกเข่าลงบนพื้นศิลาที่เปรอะเปื้อนคราบโลหิต สองมือเรียวบางประคองศีรษะของชายหนุ่มขึ้นแนบอก ปราณเซียนบริสุทธิ์สายสุดท้ายในร่างถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายที่กำลังเย็นเฉียบอย่างบ้าคลั่ง
"ท่าน... สัญญาว่าเราจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ข้ามผ่านวัฏสงสารนี้ไปด้วยกันไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงทิ้งข้าไว้เบื้องหลังผู้เดียวเล่า..."
หยดน้ำตาแห่งความรักและความโศกเศร้าของไป๋อวี๋ซวง หาใช่หยาดน้ำตาทั่วไปไม่ แต่มันคือหยาดน้ำตาที่กลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณแห่งเซียนผู้บำเพ็ญเพียรมานับพันปี เมื่อสัมผัสกับไอโลหิตและหัวใจที่หยุดเต้นของหลี่เทียนเฉิน ปาฏิหาริย์ที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ก็อุบัติขึ้น!
*ตูมมม!*
หยาดน้ำตาหยดนั้นพลันเรืองแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ลุกลามกลายเป็นอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่หมุนวนรอบร่างของหลี่เทียนเฉิน ปราณมังกรบรรพกาลที่เคยสูญสลาย กลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความตายด้วย 'พลังแห่งรักแท้' ที่ไร้เงื่อนไขและทรงพลังยิ่งกว่าเคล็ดวิชาใดในใต้หล้า
ม่อหลงที่กำลังจะยื่นมือออกไปคว้าตัวเด็กหนุ่ม ถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่น "นะ... นั่นมันพลังงานอะไรกัน? เคล็ดวิชาต้องห้ามอันใดเหตุใดจึงสะท้านฟ้าดินถึงเพียงนี้!"
ร่างของหลี่เทียนเฉินที่ควรจะไร้วิญญาณ กลับค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นศิลาช้าๆ บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า กล้ามเนื้อและเส้นชีพจรทุกเส้นถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยเพลิงปราณสีทองอร่ามผสมผสานกับไอเย็นแห่งเหมืองสวรรค์ แรงกดดันระดับมหาเทพแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจนมิติรอบด้านปริแตกเป็นรอยร้าว
ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ
ในวินาทีนั้น... แววตาดำขลับคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเยือกเย็นดั่งเช่นเคย แต่มันเปี่ยมล้นด้วยประกายแห่งชีวิตที่ทรงพลังและดุดันยิ่งกว่าเดิม ราวกับพญาอินทรีที่โผบินขึ้นจากขุมนรกเพื่อทวงคืนบัลลังก์แห่งนภากาศ
หลี่เทียนเฉินก้มลงมองสตรีผู้กุมมือเขาไว้แน่น หยาดน้ำตายังคงเปื้อนอยู่บนแก้มเนียนของนาง หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึก
"อวี๋ซวง... เจ้าทำให้ข้าต้องติดหนี้ชีวิตเจ้าอีกคราแล้วนะครับ" น้ำเสียงของหลี่เทียนเฉินนุ่มนวล ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้สรรพสิ่งต้องสยบยอม
ไป๋อวี๋ซวงแย้มยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบพันปี รอยยิ้มที่ทำให้ความหนาวเหน็บทั่วทั้งห้วงเหวดับสลาย "ขอเพียงเป็นท่าน... ต่อให้ต้องแลกด้วยวิญญาณสลาย ข้าก็ไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย"
ม่อหลงกัดฟันกรอด ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของมัน แต่มันรู้ดีว่าไม่มีทางถอยหลังได้อีกต่อไป มันคำรามลั่น แผดเผาปราณโลหิตทั้งหมดของตนเองจนถึงขีดสุด กระบี่ในมือชักออกจากฝักพร้อมส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงดั่งภูตผี
"อย่าได้ใจให้มันมากนัก! ต่อให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ เจ้าก็เป็นแค่เศษสวะที่บาดเจ็บสาหัส รับกระบวนท่านี้ของข้าซะ—'กระบี่ผ่าสวรรค์ดับวิญญาณ'!"
พริบตานั้น คมกระบี่สีโลหิตพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนดั่งสายฟ้าฟาด แหวกอากาศจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว พลังทำลายล้างนี้เพียงพอที่จะลบ ภูเขาให้หายไปจากแผนที่ได้ในคราเดียว
หลี่เทียนเฉินไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง เขายืนตระหง่านรับแรงกดดันนั้นด้วยความสงบนิ่ง มือขวายกขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังคว้าจับดวงดาวบนท้องฟ้า ปราณมังกรสะท้านนภาผสานเข้ากับไอเย็นแห่งเหมืองสวรรค์ระเบิดออกรอบฝ่ามือ เกิดเป็น 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริง ซึ่งคมยิ่งกว่าศาสตราใดในปฐพี
เขากวาดสายตามองม่อหลงด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ
"ในเมื่อเจ้าอยากเห็นจุดจบของวิถีกระบี่มารสะท้านนภา... ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้ประจักษ์ ณ บัดนี้"
สิ้นเสียงคำรามของหลี่เทียนเฉิน แสงสว่างเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งทะยานจากห้วงเหวลึกขึ้นสู่ท้องน้ายามค่ำคืน ผ่าผ่านกลางเมฆหมอกและดวงดาราจนเกิดเป็นรอยแยกสีทองมหึมาที่กินอาณาเขตนับพันลี้ และก่อนที่คมกระบี่ของม่อหลงจะทันได้สัมผัสร่างของเขา เสียงกระซิบแผ่วเบาอันเยือกเย็นของบุรุษปริศนาก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังม่อหลง...
"ช้าก่อน... ผู้ที่ถือครองกระบี่เล่มนั้นอย่างแท้จริง หาใช่พวกเจ้าไม่"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงบทนี้นะครับ
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 31
ปาฏิหาริย์แห่งรักแท้
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!