กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองแห่งยุค 80•ตอนที่ 3

มื้ออาหารปราบเซียน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“วางตะหลิวลงเดี๋ยวนี้! เจ้าคิดจะเผาบ้านหลังนี้ทิ้งหรืออย่างไร หลิวอวี้จิน!” เสียงตวาดแหลมสูงของแม่สามีดังขึ้นทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ครัว เสียงนั้นบาดลึกราวกับใบมีดที่พยายามกรีดแทรกความสงบในยามเย็น แต่สำหรับฉัน... มันเป็นเพียงเสียงรบกวนที่น่ารำคาญไม่ต่างจากแมลงวันในฤดูร้อน ฉันไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ยังคงบรรจงหยิบขวดเครื่องปรุงจากมิติพิเศษที่ซ่อนอยู่หลังม่านบังตาออกมาวางเรียงอย่างใจเย็น กลิ่นหอมของเครื่องเทศสูตรลับที่ผ่านการคัดสรรจากมิติส่วนตัวเริ่มโชยออกมาทันทีที่ฉันเปิดฝา กลิ่นของรากผักชีผสมกับพริกไทยเสฉวนคั่วใหม่ๆ และความหวานละมุนจากเนื้อหมูสามชั้นที่ผ่านการหมักบ่มด้วยเทคนิคเฉพาะตัว พุ่งกระจายราวกับคลื่นน้ำหอมที่ไร้การป้องกัน “คุณแม่คะ ถ้าท่านหิวจนอดรนทนไม่ได้ ก็เชิญไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารก่อนดีกว่าค่ะ การทำอาหารต้องใช้สมาธิ... และข้าพเจ้าไม่อยากให้ความวุ่นวายมาทำให้รสชาติของมื้อนี้ต้องเสียหายไป” ฉันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ้งจังหวะให้คนฟังรู้สึกถึงแรงกดดันเบาๆ มือของฉันยังคงพลิกหมูในกระทะเหล็กด้วยท่าทางคล่องแคล่ว เสียงฉ่าของน้ำมันที่กระทบกับซอสรสเข้มข้นสร้างดนตรีแห่งความหิวโหยขึ้นมา แม่สามีที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัวหยุดชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของแกเบิกกว้างเมื่อเห็นวัตถุดิบสีสันสดใสที่ฉันนำออกมาจากไหนไม่ทราบได้ มันดูสดใหม่กว่าผักที่ขึ้นตามฤดูกาลในหมู่บ้านแห่งนี้หลายเท่าตัว “แก... แกเอาของพวกนี้มาจากไหน! เงินเดือนของฉินหลางไม่ได้มากพอที่จะให้แกมาฟุ่มเฟือยแบบนี้!” นางตะโกนพลางก้าวเข้ามาหวังจะปัดกวาดทำลายจานอาหารบนเคาน์เตอร์ ฉันขยับตัวเพียงเล็กน้อยด้วยความไวที่ฝึกฝนมาจากชีวิตก่อน มือข้างหนึ่งคว้าด้ามกระทะยกขึ้นสูง อีกข้างใช้ตะหลิวกันมือที่เหี่ยวแห้งของหญิงชราไว้ได้อย่างแม่นยำ “เงินของสามีข้าพเจ้า... ข้าพเจ้าจัดการเองค่ะ ท่านแม่ควรจะดีใจนะคะที่ลูกสะใภ้คนนี้รู้จักหาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่เอาแต่นั่งรอเศษเงินจากท่านเพียงอย่างเดียว” ฉินหลางที่เพิ่งกลับจากฝึกซ้อมทหารเดินเข้ามาในบ้านพอดี เขาหยุดยืนอยู่ที่ประตูครัว กลิ่นอาหารที่อบอวลไปทั่วบ้านดูเหมือนจะกระชากความเหนื่อยล้าของเขาออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาคมเข้มมองมาที่ฉันด้วยความประหลาดใจ... เขาไม่เคยเห็นแววตาที่มั่นใจและเปี่ยมด้วยอำนาจเช่นนี้ในตัวภรรยามาก่อน “อวี้จิน... กลิ่นนี่มันอะไรกัน?” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยความหิว เขาเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นเหงื่อจางๆ และความสะอาดสะอ้านตามแบบฉบับทหาร “มื้อเย็นพิเศษค่ะคุณพี่” ฉันหันไปยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ “แต่น่าเสียดายนะคะ ที่วันนี้ข้าพเจ้าทำเผื่อไว้แค่... สำหรับคนที่จะร่วมโต๊ะกับข้าพเจ้าจริงๆ เท่านั้น” ฉันจงใจเน้นคำสุดท้าย สายตาเหลือบไปมองแม่สามีที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด กลิ่นหอมฟุ้งของหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเข้มข้นยั่วยวนจนแม้แต่คนที่มีใจอคติยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ฉันหยิบถ้วยแกงวางบนโต๊ะไม้กลางบ้าน กลิ่นของมันตลบอบอวลไปทั่วบ้านพักทหารหลังนี้จนเพื่อนบ้านข้างเคียงเริ่มชะเง้อมองผ่านหน้าต่างเข้ามา แม่สามีเดินเข้ามาจะคว้าตะเกียบ แต่ฉันกลับหยิบชามนั้นขึ้นมาแล้ววางไว้ตรงหน้าฉินหลางเพียงคนเดียว “คุณพี่เหนื่อยมาทั้งวัน ทานให้เยอะนะคะ ส่วนใครที่มองว่าอาหารของข้าพเจ้ามันไร้ค่า... ข้าพเจ้าก็คงไม่มีหน้ามาคะยั้นคะยอให้เสียเวลาหรอกค่ะ” ในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องครัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะที่ไม่มีความเกรงใจใดๆ ฉินหลางขมวดคิ้ว มือวางตะเกียบลงอย่างรวดเร็ว หันไปมองที่หน้าประตูด้วยความระแวดระวัง “เปิดประตู! ฉินหลาง! ข้าได้ยินมาว่าเมียเจ้าทำอาหารกลิ่นหอมไปถึงหน้าค่ายแบบนี้... ไหนล่ะความลับของเจ้า!” เสียงของหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้นพร้อมกับเงาตะคุ่มที่พุ่งเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน ฉันกลับเพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้กุมชะตากรรม ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลิวอวี้จินในบทนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองแห่งยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%