"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผม ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมจะแจ้งความข้อหาคุกคามทางเพศนะครับคุณทศกัณฐ์"
น้ำเสียงของน้ำนิ่งไม่ได้ดัง แต่ทว่าเฉียบคมและทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนในแผนกประชาสัมพันธ์สำนักพิมพ์ชื่อดังให้เงียบกริบราวกับกดปุ่มหยุดเวลา เอกสารในมือของพนักงานสาวหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังลั่น แต่ไม่มีใครสนใจไยดีเสียงนั้น เพราะสายตาทุกคู่ต่างพากันจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดีที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง
ทศกัณฐ์ไม่สนใจสายตาของพนักงานนับสิบที่มองมาด้วยความตื่นตะลึง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับเทพสร้างทอดมองไปยังร่างบางที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางถือดี ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่คนสนิทรู้ดีว่ามันซ่อนความพยศและดื้อรั้นเอาไว้มากแค่ไหน
"แจ้งความเหรอครับ?" ทศกัณฐ์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือความเย้าแหย่จงใจก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว "ลองดูสครับ เผื่อตำรวจเขาจะได้มาช่วยตัดสินว่า... สามีที่กำลังตามภรรยาหนีออกจากบ้านเนี่ย มีความผิดฐานอะไรบ้าง"
"ใครภรรยาคุณ! พูดจาให้เกียรติความเป็นมนุษย์ของผมหน่อยเถอะครับ!" น้ำนิ่งหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ยิ่งเห็นท่าทางลอยชายไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย ความดันโลหิตในกายก็พุ่งทะยานจนแทบจะระเบิด "คุณว่างมากนักรึไงถึงได้มาป้วนเปี้ยนอยู่ที่นี่ งานการที่บริษัทไม่มีทำหรือไงครับ ถึงได้มาเดินตามตื๊อคนอื่นเขาแบบนี้"
"งานที่บริษัทมีครับ... แต่ไม่มีงานไหนสำคัญเท่ากับการตามหัวใจตัวเองกลับบ้านหريكหรอกครับ"
คำตอบหน้าตาเฉยพร้อมกับสายตาหวานเชื่อมที่อีกฝ่ายส่งมา ทำเอาน้ำนิ่งสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องไอโขลกออกมาเบาๆ ภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็น เด็ดขาด และไร้ความปรานีที่คนทั้งวงการธุรกิจหวาดกลัว ได้พังทลายลงต่อหน้าต่อตาพนักงานนับสิบชีวิตเหลือเพียงแค่ 'หมาโบ้' ตัวโตที่ยอมวางอีโก้ทั้งหมดลง เพื่อมานั่งรอหิ้วหางเด็กดื้อกลับบ้านด้วยความเต็มใจ
ทศกัณฐ์ยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็ก แต่ร่างบางไวกว่า ก้าวถอยหลังหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตมาให้
"ถอยไปเลยนะ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเราต่างคนต่างอยู่ แล้วนี่มันอะไรกัน เล่นตลกอะไรอยู่ครับ" น้ำนิ่งกดเสียงต่ำลงเพื่อไม่ให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน แม้ว่าตอนนี้ใบหูขาวเนียนจะแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอแล้วก็ตาม "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ก็เชิญกลับไปบริหารบริษัทของคุณเถอะครับ อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้เลย"
"ผมไม่ได้เล่นตลกครับน้ำนิ่ง..." น้ำเสียงของทศกัณฐ์เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาราวกับพลิฝ่ามือ ดวงตาคมเข้มทอดมองสบตาตรงๆ ไม่มีหลบเลี่ยง ความรู้สึกผิดและอาลัยอาวรณ์ฉายชัดอยู่ในนั้นจนคนมองใจกระตุกวูบ "ผมยอมรับว่าผมมันโง่เองที่เคยปากแข็ง ปล่อยให้คุณต้องรู้สึกแย่ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่คิดถึงคุณ"
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงทันที พนักงานที่เคยทำท่าเหมือนจะเดินผ่านไปผ่านมาต่างแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาจัดเอกสาร แต่หูตั้งใจฟังบทสนทนาระดับบล็อกbusterยิ่งกว่าละครหลังข่าว
น้ำนิ่งเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความโกรธที่เคยมีถูกความรู้สึกโหยหาที่พยายามกดทับไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาตีตื้นขึ้นมาจุกอก ปากบอกว่าเกลียด ปากบอกว่าไม่อยากเจอ แต่ทำไม... แค่เพียงสายตาคู่นี้มองมา หัวใจที่แข็งกระด้างก็พร้อมจะยวบยาบลงทุกที
"คำก็โง่ สองคำก็โง่... รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ครับ" น้ำนิ่งเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "แต่สายไปหน่อยครับ เพราะตอนนี้ผมไม่ได้รอให้คุณมาสำนึกผิดแล้ว"
"แล้วใครที่คุณกำลังรออยู่ล่ะครับ?" น้ำเสียงของทศกัณฐ์เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงใครอีกคนที่มักจะวนเวียนอยู่ใกล้ชิดคนตรงหน้า "ไอ้พีทเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของคุณงั้นเหรอ?"
"ถึงจะเป็นพีท หรือจะเป็นใคร... มันก็เรื่องของผมครับ!" น้ำนิ่งสวนกลับทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ "อย่างน้อยๆ พีทก็ไม่เคยพูดจาร้ายกาจใส่ผม ไม่เคยทำให้ผมต้องร้องไห้เหมือนที่คุณทำ!"
คำพูดนั้นทำเอาคนฟังชะงักไป ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อตระหนักได้ว่าแผลเป็นที่ตนเองฝากไว้ในใจอีกฝ่ายนั้นลึกซึ้งแค่ไหน ทศกัณฐ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความหึงหวงที่กำลังแผดเผา เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายในระยะที่แทบจะไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางไว้ด้วยความรวดเร็วโดยไม่สนสายตาใครอีกแล้ว
"คุณทำอะไรเนี่ย! ปล่อยนะ!" น้ำนิ่งตื่นตระหนก ทุบอกแกร่งอั้กใหญ่แต่ร่างสูงกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ซ้ำยังกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง
"ไม่ปล่อยครับ... จนกว่าจะได้ยินคำตอบว่าคุณจะยอมกลับไปคุยกับผมดีๆ หรือจะต้องให้ผมอุ้มพาดบ่าออกไปให้คนทั้งสำนักพิมพ์ดูจริงๆ" ทศกัณฐ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนน้ำนิ่งขนลุกซู่
"คุณมัน... คนหน้าไม่อาย!"
"ยอมรับก็ได้ครับ ถ้านั่นทำให้ผมได้คุณคืนมา" ทศกัณฐ์ยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ "ว่าไงครับ... จะไปกับผมดีๆ หรือจะให้ผมพิสูจน์ตรงนี้เลยว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน"
น้ำนิ่งเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่บ่งบอกว่าคนตรงหน้าพูดจริงทำจริงแน่ๆ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะกับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน
ในวินาทีที่น้ำนิ่งกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าสำนักพิมพ์
"ปล่อยมือน้องเขานะครับคุณทศกัณฐ์ ดูท่าทางแล้ว... เขาคงไม่ได้อยากไปไหนกับคุณสักเท่าไหร่หรอกมั้งครับ"
ทศกัณฐ์ชะงัก ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ทันทีด้วยประกายตาดุดิบราวกับพญาเสือที่กำลังถูกแย่งเหยื่อ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักของท่านประธานคนซึนกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 30
หมาโบ้ตัวใหม่ของวงการ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!