"ถ้ารู้ว่าสะใภ้รองจะทำอาหารกลิ่นรุนแรงขนาดนี้ ฉันไม่มาเหยียบเรือนหลังนี้ให้เสียเกียรติหรอกนะ!"
เสียงแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาแผดลั่นแทรกเข้ามาทางหน้าต่างไม้ไผ่ที่ผุพัง นางห่อไหล่ด้วยเสื้อกันหนาวผ้าฝ้ายเก่าๆ สีซีด แต่ดวงตาตี่เล็กกลับกวาดมองไปทั่วห้องครัวเล็กๆ อย่างจับผิด จมูกโด่างุ้มฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศที่ลอยตลบอบอวล ทว่าริมฝีปากเหี่ยวย่นกลับเบะคว่ำด้วยความหมั่นไส้ระคนริษยา
หลินฮวายังคงก้มหน้าก้มตาเคี่ยวพริกและเครื่องเทศในกระทะเหล็กหล่อ เสียง "ฉ่า..." ดังสะท้อนก้องท่ามกลางควันสีนวลที่ลอยคลุ้ง นางไม่ได้หันไปมองแม่สามีผู้สร้างความปั่นป่วนทันที ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันชั่วครู่ ก่อนจะตักน้ำมันพริกสีแดงฉานที่มีเมล็ดเสฉวนลอยฟุ้งขึ้นมาใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง
"ถ้าท่านแม่คิดว่าอาหารของบ้านเรามันต่ำต้อยจนไม่อาจกลืนลงท้องได้ ประตูเรือนก็เปิดกว้างอยู่เสมอนะคะ" หลินฮวาเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าเนียนนุ่มประดับรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "แต่เกรงว่ากลิ่นหอมของ 'ไก่ผัดพริกแห้งตำรับลับ' หม้อนี้ จะลอยไปไกลจนถึงบ้านใหญ่... เกรงว่าท่านพ่อกับพี่ใหญ่คงจะนั่งไม่ติดจนต้องเดินมาเคาะประตูบ้านฉันแทนล่ะสิคะ"
จางชุ่ยฮวาหน้าตึงเปรี๊ยะ นางอ้าปากจะด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายตามนิสัยเดิม ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียง กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อไก่ที่คลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะจากมิติลับก็โชยปะทะเข้าเต็มรูจมูก จนต่อมน้ำลายในปากของหญิงสูงวัยทำงานอย่างอัตโนมัติ นางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว ได้แต่ฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีไปนั่งกระแทกกระทั้นบนเก้าอี้ไม้ไผ่ด้วยความขัดเคืองใจ
บรรยากาศภายในห้องครัวแคบๆ กลับมาอบอุ่นขึ้นอีกครั้งเมื่อโจวหยาง สามีร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมกับฟืนผ่าสะอาดในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองมารดาตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตาอ่อนโยนมายังภรรยา ดวงหน้าเคร่งขรึมผ่อนคลายลงทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง
"เหนื่อยไหมฮวา" โจวหยางเอמהเสียงทุ้มต่ำ มือหนากร้านจากการจับอาวุธและงานหนักวางฟืนลงข้างเตาอย่างเบามือ เขายื่นผ้าสะอาดผืนเล็กที่ซักจนนิ่มมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้หลินฮวาอย่างทะนุถนอม ราวกับลืมเลือนไปสนิทว่ายังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองด้วยความหมั่นไส้
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่หยาง วันนี้เรามีเรื่องต้องฉลองกันตั้งหลายอย่าง..." หลินฮวาเอียงแก้วแนบมืออุ่นของสามี แววตาสดใสระยิบระยับ "ทั้งการส่งสินค้าล็อตแรกเข้าตลาดมืดที่ราบรื่นเกินคาด และที่สำคัญ... เรากำลังจะได้กินอาหารอร่อยๆ พร้อมหน้ากันในบ้านของเราเอง"
โจวหยางพยักหน้ารับน้อยๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาชื่นชมความเก่งกาจของภรรยาอยู่เสมอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ไม่เพียงแต่นำพาครอบครัวให้รอดพ้นจากความอดอยากในยุคตั๋วปันส่วนอันเข้มงวดนี้ได้ แต่ยังเปลี่ยนบ้านหลังเก่าที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยหยากไย่ ให้กลายเป็นสถานที่ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของความสุขและความหวัง
บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยกลางห้อง บัดนี้ถูกจัดวางด้วยอาหารคาวหวานน่ารับประทานถึงสี่อย่าง ไก่ผัดพริกแห้งสีสันจัดจ้านส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ปลาทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวานที่หลินฮวาแอบนำวัตถุดิบชั้นดีจากมิติลับออกมาปรุงอย่างแนบเนียน ผัดผักกาดขาวกรอบสีเขียวสด และซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเคี่ยวจนน้ำซุปข้นขาวส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนหิว
แม้แต่จางชุ่ยฮวาที่ตั้งท่ารังเกียจมาตลอด ก็ยังแอบเหลือบมองจานอาหารบนโต๊ะซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือที่วางบนตักบีบเข้าหากันแน่นด้วยความอิจฉา นางไม่เคยคิดเลยว่าลูกชายคนรองที่บาดเจ็บจนไร้ค่าในสายตาคนอื่น และสะใภ้ตัวแสบที่นางเคยคิดจะกำจัดให้พ้นทาง จะสามารถเนรมิตมื้ออาหารที่หรูหรากว่าบ้านใหญ่ในวันตรุษจีนเสียอีก
"กินข้าวกันเถอะค่ะ" หลินฮวาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงรื่นเริง นางตักข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้โจวหยางก่อนจะหันไปตักใส่ถ้วยของแม่สามีอย่างมีมารยาท "ท่านแม่ลองชิมดูสักคำนะคะ ฝีมือลูกสะใภ้คนนี้ ถึงจะสู้แม่ครัวภัตตาคารไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ทำด้วยความตั้งใจจริงค่ะ"
จางชุ่ยฮวาทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ทำเป็นพูดดี..." แต่สุดท้ายความหอมเย้ายวนของไก่ผัดพริกแห้งก็เอาชนะความหยิ่งยโสของนางได้ มือเหี่ยวย่นหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อไก่ชิ้นโตเข้าปาก
วินาทีแรกที่เคี้ยว ความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อไก่ผสานกับรสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมเครื่องเทศนานาชนิดระเบิดขึ้นในโพรงปาก รสสัมผัสที่ซับซ้อนแต่ลงตัวทำให้ดวงตาของจางชุ่ยฮวาเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางลืมตัวเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยจนลืมภาพลักษณ์แม่สามีผู้ทรงอำนาจไปเสียสนิท
โจวหยางมองภาพนั้นแล้วลอบยิ้ม เขาคีบเนื้อปลาชิ้นที่ไม่มีก้างใส่ลงในถ้วยของหลินฮวา "เธอเหนื่อยมาทั้งวัน กินเยอะๆ หน่อย"
หลินฮวายิ้มรับ นางกำลังจะคีบอาหารเข้าปากบ้าง ทว่าจู่ๆ บรรยากาศแสนอบอุ่นภายในบ้านก็ต้องสะดุดลง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของจางต้าเฉียง พี่ชายคนโตของโจวหยาง
"โจวหยาง! หลินฮวา! พวกแกกล้าดียังไงถึงแอบกินของดีกันลับหลังครอบครัว เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฮวาเลือนหายไปในพริบตา นัยน์ตาส่อแววเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง นางวางตะเกียบลงช้าๆ หันไปสบตากับโจวหยางที่ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นทันควัน
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 18
เทศกาลแห่งความอบอุ่น
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!