"ไม่นึกเลยว่าจะเจอกันเร็วขนาดนี้... เจ้าคนทรยศจากอนาคต"
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมจากขั้วโลกเหนือ มันบาดลึกลงไปถึงโสตประสาท ทำเอาเลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาคมคายแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีเทาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่ผมราวกับกำลังมองดูซากศพที่รอเวลาเน่าเปื่อย
ชื่อของเขาคือ 'เวลล์' อดีตหน่วยรบพิเศษควอนตัมผู้แปรพักตร์ และเป็นหนึ่งในหมากตัวสำคัญที่ผมจำต้องกำจัดทิ้งในไทม์ไลน์นี้ หากไม่อยากให้แผนการกอบกู้โลกพังทลายลงด้วยน้ำมือขององค์กรลับเบื้องหลัง
บรรยากาศรอบตัวเราราวกับถูกแช่แข็ง ผู้คนในย่านการค้าใจกลางเมืองต่างเดินสวนกันไปมาโดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า จุดศูนย์กลางของความตายกำลังก่อตัวขึ้นในตรอกแคบๆ แห่งนี้
"ดูเหมือนนายจะจำคนผิดแล้วล่ะมั้ง เวลล์" ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับปกติ พร้อมกับกวาดสายตาประเมินสภาพแวดล้อมและคำนวณพลังงานนาโนซิลิกาที่เหลืออยู่ในระบบสุ่มย้อนเวลาอย่างรวดเร็ว
เวลล์หัวعอกในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดูแคลน "คนผิดงั้นหรือ? กลิ่นอายของแก... กลิ่นอายของเทคโนโลยีควอนตัมระดับสูงที่ถูกบิดเบือนด้วยระบบสุ่มเวลายังติดตัวแกอยู่ทนโท่ คิน แกคิดว่าคนธรรมดาจะซ่อนร่องรอยจากฉันพ้นหรือไง?"
สิ้นคำพูด ร่างของเวลล์ก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วเหนือเสียง!
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะมหาศาลซัดเข้าที่กำแพงอิฐด้านข้างจนแตกร้าวเป็น09วงกว้าง เศษฝุ่นและอิฐกระเด็นว่อน ผมอาศัยสัญชาตญาณดิบของอดีตทหารผ่านศึกกลิ้งตัวหลบออกมาได้ทันอย่างเฉียดฉิว แรงลมจากการโจมตีเมื่อครู่เฉียดใบหน้าของผมไปนิดเดียวจนรู้สึกแสบผิว
ความเร็วนั่น... มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ เวลล์คงจะได้รับชิปเสริมสมรรถภาพระดับสูงมาจากอนาคตเหมือนกันสินะครับ
ผมกัดฟันกรอด ขยับมือส่งคำสั่งผ่านหน้าต่างโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นในดวงตา
[ระบบ: ตรวจพบภัยคุกคามระดับ A - เปิดใช้ฟังก์ชันซัพพอร์ตชั่วคราว?]
[อัตราความสำเร็จในการหลบหนี: 43%]
[อัตราความสำเร็จในการสวนกลับ: 19%]
ตัวเลขพวกนี้มันบ่งบอกชัดเจนว่าหากผมสู้ด้วยตัวคนเดียว โอกาสรอดมีน้อยนิดยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งเสียอีก
ในจังหวะที่เงาคมกริบของใบมีดนาโนพลาสม่ากำลังพุ่งตรงมายังลำคอของผมจากด้านหลัง ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด—
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดของตรอกแคบ แรงกระแทกอันรุนแรงหยุดการเคลื่อนไหวของเวลล์ไว้ได้อย่างกะทันหัน ร่างของชายชุดดำกระเด็นถอยหลังไปสามก้าวด้วยแรงปะทะที่ไม่คาดคิด
ผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าผมในตอนนี้ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นเซร่า
เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยและแว่นตากรอบบาง เธอยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าเป้สะพายหลังไว้มั่น แต่อีกมือหนึ่งกำลังถือแท่งโลหะอัลลอยด์ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ทดลองทางฟิสิกส์ ซึ่งเวลานี้มันกำลังแผ่สนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าสีฟ้าเข้มออกมาปกป้องพวกเราไว้
"คุณ... เข้ามาทำอะไรตรงนี้?" เสียงของเซร่ายังคงเรียบนิ่งและติดจะเย็นชาตามแบบฉบับของเธอ แต่ถ้าสังเกตให้ดี ลมหายใจของเธอกลับหอบถี่เล็กน้อย และมือที่ถือแท่งโลหะอยู่นั้นกำลังสั่นเทาอย่างควบคุมได้ยาก
เวลล์หรี่ตามองเด็กสาวที่กล้าเข้ามาขวางทางเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "โอ้? มีหนูทดลองหลงเข้ามาช่วยฮีโร่ตกอับด้วยอย่างนั้นหรือ เด็กน้อย... เธอกำลังเอาชีวิตรอดมาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์นะรู้ตัวไหม"
เซร่าไม่ตอบคำถาม เธอขยับแว่นตาเล็กน้อย แว่นตาสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวๆ จนมองไม่เห็นแววตาภายใต้เลนส์นั้น แต่บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนเกิดไอเย็นจากลมหายใจ
"คนที่กำลังจะตาย... น่าจะเป็นแกต่างหาก"
น้ำเสียงของเซร่าราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทรงพลังอย่างน่าประหลาด เธอขยับตัวก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบังร่างของผมไว้จนมิด แม้ว่าส่วนสูงของเธอจะน้อยกว่าเวลล์อยู่พอสมควร แต่แผ่นหลังบางๆ นั้นกลับดูยิ่งใหญ่และมั่นคงอย่างเหลือเชื่อในสายตาของผม
นี่คือเซร่า... อัจฉริยะสาวผู้รักความสันโดษและไม่เคยสนใจใครหน้าไหนนอกจากตำราเรียนและงานวิจัย แต่ในตอนนี้ เธอกลับเลือกที่จะเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนผม
[ระบบ: ตรวจพบค่าความผูกพันและสถานะทางอารมณ์ของเป้าหมาย 'เซร่า' พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ]
[คำเตือน: ฮอร์โมนและคลื่นสมองของเป้าหมายแสดงออกถึง 'อาการปกป้องขั้นรุนแรง']
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของผม ทำเอาผมเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ เซร่าเนี่ยนะ... กำลังปกป้องผม? ยัยเด็กปากแข็งที่คอยแต่จะทำท่าทางรำคาญใส่ผมทุกครั้งที่เจอหน้ากันเนี่ยนะ
เวลล์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "อวดดีนักนะ... ถ้าอย่างนั้นก็ตายไปพร้อมกันซะเถอะ!"
เขายกมือขึ้น แสงสีแดงฉานวาบขึ้นที่ปลายนิ้วเตรียมปล่อยลำแสงความร้อนสูงพุ่งเข้าใส่เราทั้งคู่
แต่ก่อนที่เวลล์จะได้ลั่นไก เซร่าก็สะบัดมือขวาอย่างรวดเร็ว โยนอุปกรณ์ทรงกลมประหลาดลงบนพื้นเบื้องหน้า
*ฟุ่บ!*
ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณในเสี้ยววินาที พร้อมกับคลื่นสัญญาณรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้ระบบการมองเห็นของเวลล์รวนเรชั่วขณะ
"คิน! จับมือฉัน!"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน พร้อมกับมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบเอื้อมมาคว้าข้อมือของผมไว้แน่น แรงดึงนั้นหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ไม่มีทีท่าลังเลแม้แต่น้อย
ผมไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เธอจูงวิ่งฝ่ากลุ่มควันหนาทึบออกจากตรอกมืดนั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายจางๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยมาจากเรือนผมของเธอเคล้าคลับกับกลิ่นฝนจางๆ ในอากาศ ทำให้สมองที่ตึงเครียดของผมผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด
พวกเราวิ่งลัดเลาะไปตามซอกตึกเก่าแก่จนกระทั่งหลุดออกมายังถนนใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เสียงรถราและแสงไฟนีออนสว่างไสวช่วยขับไล่ความมืดมนเมื่อครู่ให้จางหายไป
เซร่าหยุดวิ่งเมื่อมาถึงมุมตึกที่ลับตาคน เธอยังคงหอบหายใจเล็กน้อย ใบหน้าขาวเนียนมีเหงื่อซึมบางๆ แต่เธอกลับรีบปล่อยมือออกจากข้อมือของผมทันที ราวกับเพิ่งได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไป
เธอยกมือขึ้นจัดแว่นตาแก้เขิน ใบหูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้พยายามจะตีสีหน้าให้เรียบเฉยและเย็นชาเหมือนเดิมแค่ไหน แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับหลบสายตาผมอย่างลุกลี้ลุกลน
"ฉัน... ฉันแค่วิ่งหนีเอาตัวรอดต่างหาก อย่าเข้าใจผิดนะคิน!" เซร่าพูดรัวเร็ว น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "แล้วก็นะ นายไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปมีเรื่องกับคนอันตรายแบบนั้นฮะ? สมองของนายทำด้วยอะไร ทำไมถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย!"
ผมมองท่าทางปากไม่ตรงกับใจของเธอแล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ ความรู้สึกเอ็นดูตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยเด็กคนนี้นี่นะ... เวลาเขินแล้วน่ารักเป็นบ้าเลยจริงๆ
"ขอบคุณนะเซร่า" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจ พร้อมกับยื่นมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มสีเงินนั้นเบาๆ อย่างลืมตัว
เซร่าสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงลามไปจนถึงต้นคอ เธอปัดมือผมออกทันทีด้วยความเขินอายปนโมโห "ยะ... อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวนะ! ใครอนุญาตให้ทำแบบนี้เล่า!"
เธอกัดริมฝีปากแน่น หันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หลุดออกมาที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพึมพำเบาๆ กับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่ได้ยิน
"บ้าที่สุด... หัวใจเราเต้นแรงอะไรขนาดนี้เนี่ย..."
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีน่ารักนั้น แต่ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็ต้องเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อจู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและไร้อารมณ์
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS]
[ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายลับจากบุคคลที่สามในรัศมี 50 เมตร]
[เป้าหมาย: ค้นหาตัวตนและกำจัด 'ผู้ย้อนเวลา' ให้สิ้นซาก]
[และ... ตรวจพบการจับสัญญาณชีวมิติของ 'ผู้บัญชาการสูงสุด' จากอนาคตที่นายไม่ควรจะได้พบเจอเร็วขนาดนี้ กำลังเดินตรงมายังจุดที่คุณยืนอยู่...]
ผมชะงักค้าง กวาดสายตามองไปรอบๆ ฝูงชนที่เดินขบวนกันไปมาบนท้องถนนอย่างระแวดระวัง ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาที่กำลังก้าวเดินตรงมาทางเราอย่างเชื่องช้า... ภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้านั้นช่างคุ้นเคยเสียจนผมแทบหยุดหายใจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ
ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ•ตอนที่ 21
เซร่าเริ่มคลั่งรัก
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!