“สะใภ้รองหลิน… เจ้าช่างใจดำอำมหิตนัก! ลูกสาวฉันเพียงแต่ตักเตือนเจ้าด้วยความหวังดี เหตุใดจึงต้องลงมือวางยาพิษนางให้ถึงตายด้วยเล่า!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของนางจาง แม่เลี้ยงผู้ตีโพยตีพายจนน้ำตาอาบหน้า แผดก้องไปทั่วลานบ้านดินอัดแน่นของตระกูลหลิน ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกแกมรังเกียจของชาวบ้านที่มารุมล้อมมุงดู ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบความโศกเศร้า หลี่ว์เม่ยหลิว—ลูกสาวต่างสายเลือดที่นอนตัวสั่นงันงกอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ส่งเสียงครวญครางโหยหวนราวกับใกล้จะขาดใจตายรอมร่อ สองมือจิกกุมหน้าอก แน่นริมฝีปากเขียวคล้ำบ่งบอกถึงอาการพิษกำเริบอย่างชัดเจน
หลินอี้หนิงยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำรอบกาย ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายสีซีดจางไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองละครฉากใหญ่ที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างลวกๆ นี้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เยือกเย็นดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ นางเพิ่งจะทะลุมิติจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมาสู่ยุคเจ็ดสิบอันทุรกันดารนี้ได้ไม่ทันข้ามวัน ความทรงจำของร่างเดิมยังคงอุ่นอยู่ในอก—หญิงสาวผู้แสนอ่อนแอ ถูกรังแกข่มเหงจนต้องตรอมใจตาย แต่วันนี้… อี้หนิงหาใช่คนเดิมไม่
“วางยาพิษหรือคะ?” น้ำเสียงหวานใสแต่กังวานก้องกังสดาลเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่ากลับทรงพลังจนเสียงโวยวายรอบด้านเงียบลงทันตรึงตา “แม่เลี้ยงจาง… ท่านช่างป้ายสีเก่งกาจเสียจนข้าเกือบจะเชื่อน้ำคำตบตาริษยาของท่านแล้วสิคะ”
“นังเด็กเนรคุณ! หลักฐานทนโท่ขนาดนี้ เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! ถ้วยยาต้มบำรุงนี่… เจ้าเป็นคนยกมาให้ลูกสาวฉันดื่มกับมือ!” นางจางพุ่งตัวเข้าใส่ หมายจะใช้เล็บแหลมคมข่วนใบหน้าจิမ်းลิ้มนั้นให้เสียโฉม
ทว่า… ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสชายเสื้อ หลินอี้หนิงกลับขยับกายราวนางพญาหงส์ก้าวหลบอย่างงดงาม ไวเท่าความคิด นิ้วเรียวยาวดั่งลำหญ้าคาปรากฏเข็มเงินแวววาวสามเล่ม ปลายคมกริบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสายจนน่ากลัว นางสะบัดข้อมือเบาๆ ดั่งสายลมพัดผ่าน ปักลงที่จุดชีพจรสำคัญบนลำคอและไหปลาร้าของหลี่ว์เม่ยหลิวที่นอนร้องครวญครางอยู่บนแคร่ในพริบตา!
*ฮรึก… แค่ก!*
ร่างที่เคยบิดเร้าด้วยความทรมานพลันแข็งทื่อ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หลี่ว์เม่ยหลิวอ้าปากค้าง สำลักของเหลวสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกมาลงบนพื้นดิน กลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรดิบและกากถั่วเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“อี้หนิง! เจ้าทำอะไรลูกฉัน!” นางจางกรีดร้องโหยหวน ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
“ข้ากำลังช่วยชีวิตลูกสาวสุดที่รักของท่านอย่างไรเล่าคะ” อี้หนิงกล่าวด้วยรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ นางดึงเข็มเงินเล่มแรกออก ปลายเข็มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทสนม บ่งบอกถึงฤทธิ์พิษร้ายแรงที่ถูกขับออกมา “พิษที่ท่านใช้ลงทุนลงแรงวางแผนปรักปรำข้า… คือ ‘รากหญ้าเมาสามวัน’ สินะคะ? ฤทธิ์ของมันทำให้ชีพจรเต้นช้าลง ร่างกายเย็นเฉียบ คล้ายคนใกล้ตาย แต่น่าเสียดาย… สติปัญญาน้อยนิดของพวกท่าน กลับเลือกใช้พิษชนิดนี้ต่อหน้าแพทย์ผู้หนึ่ง”
ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มส่งเสียงฮือฮา สายตาที่เคยทอดมองด้วยความดูแคลน แปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงสงสัย หันไปซุบซิบกันเซ็งแซ่
“นั่นสิ… เมื่อครู่สะใภ้รองบอกว่าเป็นหมอไม่ใช่หรือ?”
“ข้าจำได้ว่าตระกูลหลินเคยส่งนางไปเรียนที่สถานีอนามัยอำเภอ…”
นางจางหน้าถอดสี ลิปสีซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก “เหลวไหล! เจ้าเป็นแค่นังเด็กโง่เง่า จะไปรู้เรื่องการแพทย์อะไร อย่ามาเฉไชเปลี่ยนเรื่องนะ!”
“ปากแข็งเสียจริงนะคะ” อี้หนิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่กลับกดดันบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้งดั่งขุนเขา นางก้าวเข้าไปใกล้หลี่ว์เม่ยหลิวที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มกลับมามีเลือดฝาด ร่างกายหยุดสั่นเทาอย่างน่าอัศจรรย์ภายใต้การฝังเข็มจุดสกัดพิษ
“หากท่านไม่เชื่อฝีมือข้า… งั้นเราลองให้ท่านผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านมาเป็นพยานดีไหมคะ? ว่าในกระเป๋าเสื้อด้านในของหลี่ว์เม่ยหลิว… ยังมีห่อกากยาพิษที่เหลือซุกซ่อนอยู่หรือไม่!”
สิ้นคำพูดราวดั่งสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ นางจางสะดุ้งเฮือก มือสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เหลือบสายตาไปยังกระเป๋าเสื้อของลูกสาวตนเองโดยอัตโนมัติ กิริยาพิรุธนี้ต่อหน้าสายตานับสิบชีวิต ย่อมฟ้องทุกอย่างยิ่งกว่าคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น!
“เจ้า… นังสารเลว!” นางจางหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้าไปหมายจะตบสั่งสอน แต่ทว่า…
*พรึบ!*
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มเคลื่อนกายเข้ามาดั่งภูตผี มือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าข้อมือของนางจางไว้กลางอากาศ แรงบีบมหาศาลทำให้นางจางร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบทันทีราวกับเข้าสู่ฤดูเหมันต์กลางคิมhansa ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของบุรุษผู้มาใหม่กวาดมองฝูงชนด้วยความดุดัน เยือกเย็น และอำมหิตจนไม่มีใครกล้าสบตา ลู่จ้านถิง—นายทหารหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองพลทหารราบที่เจ็ด ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังอี้หนิง ร่างกายกำยำแผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัว ทว่ายามที่เขาก้มมองสตรีร่างบางตรงหน้า แววตานั้นกลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกอย่างยิ่งยวด
“ใครกล้าแตะต้องภรรยาของลู่จ้านถิง… ลองก้าวมาอีกก้าวสิ”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับเงียบกริบไปทั่วทั้งลานบ้าน ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่นางจางยังตัวสั่นงันงกจนเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นดิน
อี้หนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นสามีในนาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคนทั้งหมู่บ้าน
ทว่า… ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวกำลังจะคลี่คลาย ลู่จ้านถิงกลับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้อี้หนิงด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกวาดมองไปทางชายป่าเบื้องหลังที่มีเงาร่างปริศนาเคลื่อนไหว
“อี้หนิง… ทางการเพิ่งส่งโทรเลขด่วนจากเมืองหลวง” สุ้มเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “มีคำสั่งลับ… ให้ตรวจสอบประวัติครอบครัวของเจ้าทันที เพราะมีชื่อพ้องกับ… ‘บุคคลต้องโทษกบฏ’ ในอดีต”
หัวใจของอี้หนิงกระตุกวูบ รอยยิ้มบนริมฝีปากแข็งค้างทันที!
[ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับหลินฮวายุคปฏิรูปในตอนนี้นะคะ!]
หัตถ์เทวดาพลิกแผ่นดินยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 2
เข็มเงินทวงความยุติธรรม
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวดาพลิกแผ่นดินยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
