สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 21

การดูแลที่เกินพอดี

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้ารู้ว่าป่วยจนสมองกลับมาเพ้อเจ้อใส่กันแบบนี้ ผมน่าจะปล่อยให้คุณนอนหนาวตายคาโซฟาโปรเจกต์ดีไซน์ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับคุณสถาปนิก” เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเจือกระแสแหบพร่าดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงขยับตัวที่ทำให้ความอบอุ่นหนักอึ้งเมื่อครู่ผละออกไปอย่างน่าเสียดาย รินทร์กะพริบตาปริบๆ ไล่ความพร่ามัวออกจากนัยน์ตา ปรับโฟกัสภาพตรงหน้าที่มีเพดานห้องนอนสีขาวคุ้นตาและกลิ่นจางๆ ของยาฆ่าเชื้อลอยวนอยู่ในอากาศ เขากำลังนอนอยู่บนเตียงของตัวเอง... และไอ้คนที่ควรจะนอนอยู่ห้องรับแขก กลับยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างเตียงด้วยสภาพที่ดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อเชิ้ตทำงานสีเข้มยับยู่ยี่เพราะผ่านการนอนคุดคู้มาทั้งคืน เนกไทหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง แถมใต้ตาสีเข้มคล้ำยังฟ้องชัดว่าเจ้าตัวไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม แต่ที่แย่ที่สุดคือไอ้ท่าทางทำเป็นตีหน้ายักษ์กลบเกลื่อนความห่วงใยจนน่าหมั่นไส้นั่นแหละค่ะ รินทร์พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าอาการปวดหนึบตรงขมับและพิษไข้ที่ยังรุมเร้าทำเอาโลกทั้งใบเอียงวูบไปชั่วขณะ นิ้วเรียวยกขึ้นนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆพล่นส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ “ถ้าเกลียดผมมากจนไม่อยากเห็นหน้า เชิญกลับคอนโดคุณไปเลยครับ ไม่มีใครรั้งคุณไว้สักหน่อย” “ปากดีจังนะ ไข้ขึ้นเกือบสามสององศาแต่ปากยังสุนัขไม่รับประทานเหมือนเดิม” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดขอบเตียงอย่างรวดเร็วก่อนที่รินทร์จะทันได้เอนตัวกลับลงไป มือหนาร้อนจัดทาบลงบนหน้าผากเนียนมนอย่างไร้ความนุ่มนวล ทว่าสัมผัสที่ถ่ายทอดมากลับระมัดระวังเกินกว่าปากที่พ่นคำด่าออกมาเสียอีก “ตัวยังร้อนจี๋อยู่เลย อย่าเพิ่งมาทำเก่งกับผม รินทร์” “มือคุณ... ร้อนกว่าผมอีก” รินทร์ปัดมือนั้นออกอย่างรำคาญใจ แต่ธันวากลับไวกว่า คว้าข้อมือเขาไว้แล้วกดลงแนบกับที่นอนเบาๆ “อย่าดื้อน่า!” วิศวกรหนุ่มเสียงเข้มใส่ “เมื่อคืนละเมอเพ้อพกอะไรใส่ผมไว้ จำไม่ได้หรือไงครับ หรือต้องให้ผมทวนความจำให้ฟังทีละประโยคว่าคุณอ้อนวอนผมยังไงบ้างตอนไข้ขึ้น?” ดวงตากลมโตของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งเมื่อนึกถึงสัมผัสแนบชิดและอุณหภูมิความร้อนจากตัวของอีกฝ่ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในความรู้สึก รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะคำพูดกำกวมของคนตรงหน้ากันแน่ “ผม... ผมไม่ได้พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นสักหน่อย คุณหูฝาดไปเองต่างหาก” รินทร์ปฏิเสธเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบที่กำลังมองมาด้วยแววตารู้ทัน “หูฝาดเหรอครับ?” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ชิดจนรินทร์ต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมิ้นท์เจือจางปะทะเข้ากับข้างแก้ม “คนที่นอนซบไหล่ผมแล้วพึมพำว่า... *‘อย่าไปไหนนะธันวา’* เมื่อคืนนี้ หน้าตาเหมือนคุณไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะ หรือว่าบนโลกนี้มีฝาแฝดหน้าตาดีแต่ปากเสียแบบคุณอีกคน?” “ไอ้คน...” รินทร์อ้าปากจะด่ากลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ชามกระเบื้องใส่โจ๊กอุ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ถูกหยิบขึ้นมาโดยฝีมือของคนตัวโตกว่า ธันวาตักข้าวต้มส่งเข้าปากเป่าเบาๆ สองสามทิส์ก่อนจะจ่อช้อนมาตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ไม่มิด “อ้าปากครับ” “ผมกินเองได้ มือผมไม่ได้หัก” “ถ้าไม่อยากให้ผมป้อนด้วยวิธีอื่น ก็อ้าปากดีๆ ครับรินทร์ อย่าหาเรื่องให้ผมต้องโมโหตอนคุณป่วยเลย มันเปลืองพลังงาน” ให้ตายเถอะค่ะ! ผู้ชายอะไรทั้งเผด็จการ ทั้งปากร้าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง! แต่พืชมารยาทในใจก็สั่งให้รินทร์ต้องจำยอมอ้าปากรับโจ๊กอุ่นรสชาติจืดชืดนั่นลงท้องอย่างเสียไม่ได้ เพราะท้องที่ว่างเปล่ามาทั้งวันส่งเสียงประท้วงจนแสบไส้ไปหมดแล้ว ธันวาป้อนเงียบๆ โดยไม่มีคำพูดถากถางใดๆ เพิ่มเติม มีเพียงแววตาที่คอยสังเกตอาการและตักคำใหม่ป้อนให้อย่างสม่ำเสมอ บรรยากาศเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด ระหว่างที่ช้อนเซรามิกกำลังจะตักคำสุดท้ายเข้าปาก เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันขึ้นเสียก่อน *ติ๊งน่อง!* ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจน “ใครมาวะเนี่ย เวลากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม... เอ๊ย เวลาคนป่วยกำลังพักผ่อนแท้ๆ” “ปล่อยผมได้แล้ว มัวชักช้าอยู่ได้ ไปดูสิว่าใครมา” รินทร์เอ็ดเบาๆ พร้อมกับดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง ธันวายอมถอยหลังด้วยความจำยอม แต่ยังไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้คนป่วยปากเก่งก่อนจะเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเปิดประตู รินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นแตะหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ การดูแลที่เกินพอดีของไอ้สถาปนิก... เอ๊ย วิศวกรปากจัดคนนี้กำลังทำให้เขารู้สึกรับมือยากขึ้นทุกที ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งกำแพงที่สร้างไว้สั่นคลอน ผ่านไปเพียงครู่เดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เดินกลับเข้ามา พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในห้องนอน “โถ่คุณรินทร์! ผมได้ข่าวว่าคุณล้มพับคางเหลืองคาไซต์งานจนไอ้ธันวาต้องแบกกลับคอนโด เลยรีบซิ่งโจ๊กเจ้าเด็ดมาให้... อ้าว เฮ้ย!” คุณพีท ผู้รับเหมาหนุ่มจอมกะล่อนชะתากึกอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน มือข้างหนึ่งหิ้วถุงสัมภาระพะรุงพะรัง ส่วนอีกข้างถือแก้วกาแฟสด ดวงตาเรียวรีมองสลับระหว่างธันวาที่ยืนหน้าบึ้งเป็นตูดหม้อกับรินทร์ที่นั่งหน้าแดงอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผมไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมครับเนี่ย? ทำไมหน้าตาแต่ละคนดูเหมือนอยากจะกินหัวผมแบบนี้ล่ะ” คุณพีทลากเสียงยาวอย่างหยอกล้อ ธันวาแค่นเสียงฮึดฮัด เดินดุ่มๆ กลับมาคว้าถุงโจ๊กในมือคุณพีทแล้วโยนลงบนโต๊ะอย่างไร้ความปรานี “นายมาก็ดีแล้วคุณพีท ช่วยเฝ้าไอนี่ที ผมจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อย เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว” “อ้าวๆ ไล่กันดื้อๆ เลยนะท่านวิศวกร ทีเมื่อคืนตอนเฝ้าไข้เช็ดตัวให้เขาตลอดคืนทำไมไม่บ่นว่าเหนียวตัวล่ะครับ?” คุณพีทแกล้งลอยหน้าลอยตาแซวเสียงดังโดยจงใจเน้นคำว่า *‘เช็ดตัวตลอดคืน’* ให้ดังลั่นห้อง รินทร์ชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าธันวาทันที นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนอับอายจนลืมอาการป่วยไปชั่วขณะ *เช็ดตัวตลอดคืนงั้นเหรอ?!* ธันวาชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมกลบเกลื่อนแค่ไหน แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำฟ้องความลับทั้งหมด นัยน์ตาคมดุหันขวับไปถลึงมองคุณพีทด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณพีท... ปากมอมแบบนี้ เดี๋ยวโปรเจกต์หน้าผมตัดงบวัสดุเหลือครึ่งเดียวนะครับ” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันขู่ฟอด แต่มันสายไปเสียแล้ว... เพราะรินทร์ได้ยินมันชัดเจนทุกคำ และความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องนอนในวินาทีนั้น ก็เต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งของวิศวกรหนุ่มซึนเดระคนนี้ ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น ชำเลืองมองรินทร์ที่กำลังจ้องเขากลับมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจหมุนตัวเดินเลี่ยงหายเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูเสียงดังปังเพื่อหนีสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ คุณพีทกะพริบตาปริบๆ หันมามองรินทร์ที่ยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่บนเตียง แล้วยิ้มแห้งๆ ออกมา “เอ่อ... สงสัยผมจะพูดมากไปหน่อย งั้นผมวางของไว้ตรงนี้นะครับคุณรินทร์ ตามสบายเลยครับ!” พีทรีบวางของแล้วถอยกรูดออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมอีกครั้ง รินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำที่ดังซ่าขึ้นกลบความเงียบในห้อง แต่ไม่ได้ช่วยลดความร้อนผ่าวบนใบหน้าของเขาลงได้เลยแม้แต่น้อย มือเรียวเอื้อมไปหยิบหมอนใบโตขึ้นมากอดแนบอกแน่น ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่ประตูห้องน้ำซึ่งปิดสนิท *ไอ้คนปากร้าย... ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่กลับนั่งเฝ้าและเช็ดตัวให้เขาทั้งคืนอย่างนั้นเหรอ?* ความคิดบางอย่างกำลังตีรันฟันแทงอยู่ในหัวจนยุ่งเหยิง รินทร์กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งสติกับความรู้สึกวุ่นวายใจเหล่านี้ เสียงบิดลูกบิดประตูห้องนอนฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้นแผ่วเบา... พร้อมกับร่างสูงโปรดของธันวาที่ก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเปลือยท่อนบน หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อสมส่วน เส้นผมเปียกชื้นลู่ลงปรกหน้าผากอย่างไม่ได้ตั้งใจ ธันวาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังมองมาที่เขาพอดิบพอดี บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในชั่วพริบตา ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใดๆ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอยู่เคียงข้างความสัมพันธ์ซึนๆ ของสถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลกมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%