“ถ้าคุณยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกระเป๋าใบนี้ให้ฉัน เมฆา เราก็ควรจบกันแค่นี้เถอะค่ะ”
เสียงของพิมพ์พรรณดังบาดแก้วหูท่ามกลางความหรูหราของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง หล่อนยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาดูแคลน รัศมีของความเห็นแก่ตัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวหญิงสาวราวกับคราบน้ำมันบนผิวน้ำ กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันราคาหลักแสนในมือพนักงานขายถูกยกขึ้นมาเป็นเครื่องวัดคุณค่าความเป็นมนุษย์
เมฆากระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างใจเย็น เขาไม่ได้มีท่าทีตีโพยตีพายหรือร้องไห้ฟูมฟายเหมือนพระเอกละครน้ำเน่าทั่วไป ดวงตาคมกวาดตามองหน้าอดีตแฟนสาวที่คบกันมาสามปีด้วยความรู้สึกโล่งใจเสียมากกว่า
“จบแค่นี้... หมายถึงที่คุณคบกับผมมาครึ่งปีเพื่อหลอกให้ผมเป็นคนจ่ายค่าคอนโด ค่ากิน ค่าเดินทาง แล้วแอบไปกิ๊กกับผู้จัดการแผนกขายรถหรูคนนั้น... แบบนี้ใช่ไหมครับที่คุณเรียกว่าควรจบ” เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟังจนหน้าชา
“นี่นาย! อย่ามาพูดจาใส่ร้ายนะ!” พิมพ์พรรณหน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะแหวลั่น ปรายตามองชายหนุ่มร่างท้วมใส่สูทแบรนด์ดังที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างกาย หล่อนรีบซบแขนอิงแอบแนบชิดเพื่อแสดงออกถึงความเหนือกว่า
“อย่าไปถือสาคนจนๆ อย่างมันเลยครับคุณพิมพ์ คนไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบเข้ามาซื้อของในโซนนี้ได้ ก็มักจะหาข้ออ้างน่าสมเพชแบบนี้แหละ” ชายหนุ่มร่างท้วมหัวเราะในลำคอ นามบัตรสีทองระยิบระยับถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างจงใจโชว์ “ผมธนาธิป ผู้จัดการฝ่ายขายรถสปอร์ตนำเข้า ถ้าวันไหนนายอยากรู้ว่าชีวิตที่หาเงินได้มากกว่าเดือนละสามแสนมันเป็นยังไง มาสมัครเป็นเด็กคาร์แคร์ที่โชว์รูมฉันได้นะ ฉันอาจจะพิจารณาให้เงินทิปเศษเหรียญสักสิบบาท”
เสียงหัวרויเยาะเย้ยของพนักงานขายรอบข้างดังขึ้นเบาๆ สายตานับสิบคู่มองมาที่เมฆาด้วยความสมเพชและเวทนา สภาพของเมฆาในตอนนี้ดูธรรมดาสุดๆ เสื้อยืดคอกลมราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์เซอร์ๆ กับรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ไม่ว่ามองมุมไหนก็คือไอ้หนุ่มออฟฟิศไส้แห้งที่กำลังจะตกงาน
เมฆาสูดหายใจเข้าลึกๆ เขากำลังจะอ้าปากตอกกลับให้หงายเงิบด้วยวาทศิลป์อันเจ็บแสบที่สะสมมานาน แต่ทว่า—
*(ติ๊ง!)*
เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของเมฆาคนเดียว มันไม่ใช่เสียงโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นเสียงสังเคราะห์คล้ายระบบดิจิทัลล้ำยุคที่ดังลึกเข้าไปในจิตสำนึก
[ระบบ 'เศรษฐีพันล้านสายเปย์' ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ!]
[โฮสต์: เมฆา]
[เงื่อนไขการใช้งาน: ต้องใช้เงินในบัญชีให้หมดภายในเวลาที่กำหนด ยิ่งใช้ ยิ่งได้คืนทวีคูณ!]
[ของขวัญต้อนรับสมาชิกใหม่: เงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวทันที 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน)]
*(ตึ้ง!)*
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าางกางเกงของเมฆาสั่นสะเทือนติดต่อกันสามครั้ง แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงเสียจนเขารู้สึกได้ หน้าจอแสดงผลข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารสีเขียวเด้งขึ้นมาพร้อมยอดเงินคงเหลือที่เพิ่มขึ้นมาแปดหลักอย่างไม่น่าเชื่อ—
*บัญชีออมทรัพย์: +10,000,000.00 บาท*
*ยอดเงินคงเหลือสุทธิ: 10,001,245.50 บาท*
เมฆาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งไปสามวินาที สมองที่เคยคิดคำพูดจิกกัดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความสุภาพมานานนับปี
ส สิบล้านบาท?
ให้ตายเถอะ นี่มันไม่ใช่ความฝันแน่ๆ
ในขณะที่เมฆากำลังยืนมองตัวเลขในโทรศัพท์ด้วยความทึ่ง พิมพ์พรรณที่เห็นเขานิ่งเงียบคือกำเข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหวาดกลัวและอับจนหนทาง หล่อนจึงเชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความสะใจ
“เงียบไปเลยนะยะ! รู้อะไรรึยังล่ะว่าฐานะมันต่างกันน่ะ มันเทียบกันไม่ได้หรอก!” พิมพ์พรรณกระแทเสียงใส่ “จำใส่สมองไว้ซะ เมฆา ว่าผู้ชายอย่างนายมันก็เป็นได้แค่ไอ้กระจอกที่ไม่มีวันเอื้อมถึงผู้หญิงอย่างฉันหรอก!”
ธนาธิปหัวเราะชอบใจ ยกมือขึ้นกอดอกแล้วมองเมฆาด้วยสายตาเหยียดหยามขั้นสุด “เอาน่าที่รัก อย่าไปถือสาคนชั้นต่ำเลยครับ ป่ะ... เราไปดูรถคันใหม่กันดีกว่า ป่านนี้พนักงานคงเตรียมแชมเปญรอต้อนรับเราแล้ว”
เมฆาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มไม่ได้มีความเศร้าหมองหรือโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก
เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้พิมพ์พรรณและธนาธิปช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก แต่สำหรับเมฆาในตอนนี้ มันเป็นแค่กลิ่นของความฉิบหายที่กำลังจะมาเยือนคนทั้งคู่
“พูดถูกครับ... ฐานะเรามันต่างกันจริงๆ” เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อม ชวนฟังเสียจนธนาธิปยิ้มเยาะออกมาด้วยความลำพองใจ
“รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ไอ้หนุ่ม” ธนาธิปเชิดหน้าตอบ
“ครับ ผมถึงบอกไงว่า... คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะ ที่เป็นพวกกระจอกไม่มีปัญญาแม้แต่จะหายใจในห้างนี้ถ้าผมไม่อนุญาต”
เมฆายกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตางุนงงของพนักงานขายและเสียงหัวเราะเยาะของธนาธิปที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอ
“แกหมายความว่ายังไงวะ ไอ้ไส้แห้ง!” ธนาธิปเริ่มหน้าตึงเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของเมฆา
เมฆาไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่กดเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร เลือกฟังก์ชันโอนเงินด่วนพิเศษ พร้อมกับเงยหน้าสบตากับผู้จัดการร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ด้านหลัง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นชั่วขณะ
“ผู้จัดการครับ...” เมฆาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กังวานชัดเจน “ผมสนใจกระเป๋าใบที่ผู้หญิงคนนี้อยากได้... รวมทั้งกระเป๋าและสินค้าทุกชิ้นในร้านนี้ด้วย”
“หา?!” พิมพ์พรรณอุทานออกมาเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“แล้วก็... ช่วยเรียกผู้จัดการใหญ่ของห้างนี้มาพบผมด่วนที่สุดด้วยครับ บอกเขาว่า... มีคนอยากจะเหมาทั้งย่านการค้านี้ เพื่อเปลี่ยนให้มันเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์ส่วนตัวของผมเอง”
*(คลิก)*
เสียงปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์พร้อมแสงไฟวาบขึ้นจากหน้าจอ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ
ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ•ตอนที่ 1
ถูกไล่ออกแถมโดนเหยียด ระบบสายเปย์ก็ดันมาเปิดตัว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเผลอเหมาทั้งย่าน กลายเป็นเจ้าของตึกแบบงงๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!