วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 2

ทฤษฎีที่จับต้องไม่ได้

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
เศษสะเก็ดไฟสีส้มสาดกระเซ็นกระทบกับผนังโลหะอัลลอยด์จนเกิดเสียงดังสนั่น ลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูงกำลังกรีดผ่านประตูนิรภัยน้ำหนักกว่าสตันด้วยความแม่นยำระดับไมครอน กลิ่นโอโซนจากการไหม้เกรียมของแผงวงจรไฟฟ้าลอยฟุ้งปะปนไปกับความกดอากาศต่ำภายในห้องปฏิบัติการวิจัยรกร้างแห่งนี้ อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ยืนนิ่งอยู่หลังแท่นคอนโทรลที่พังเสียหาย ดวงตาคมกราบจ้องมองรอยตัดนั้นด้วยความระแวกระวัง มือข้างหนึ่งกำประแจไฮดรอลิกขนาดใหญ่แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ในโลกของวิศวกรอย่างเขา ทฤษฎีที่ปราศจากร่องรอยการใช้งานจริงก็เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า และไอ้คนที่กำลังพังประตูเข้ามาในเขตหวงห้ามระดับสาม ก็คงเป็นพวกนักทฤษฎีที่คิดว่ากระดาษคำนวณแผ่นเดียวจะช่วยชีวิตคนในความสุญญากาศได้ กลุ่มควันสีเทาจางลงพร้อมกับบานประตูเหล็กหนาที่ถูกผลักให้เปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างเงาที่ก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามาไม่ได้สวมชุดป้องกันภัยเกรดสูงราคาแพงอย่างที่ควรจะเป็น เธอกลับสวมเพียงเสื้อโค้ดสีเข้มและเสื้อเชิร์ตสีขาวเรียบง่าย ใบหน้าเรียวคมรับกับดวงตาสีเทาเข้มที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในทะเลสาบที่ปราศจากแรงลม ดร.เซเลสเทีย เวลส์ กวาดสายตาสำรวจความเสียหายภายในห้องช้าๆ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของอีไลจาห์ "คุณกำลังทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของสถานีวิจัยแห่งนี้ วอล์คเกอร์" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังพอที่จะกดดันบรรยากาศรอบตัวให้ลดต่ำลงได้ทันที อีไลจาห์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาหย่อนประแจลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่นเพื่อแสดงความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาผู้มาเยือนทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "หลักฐานงั้นเหรอ?" อีไลจาห์ย้อนถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยัน "สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าหลักฐานทางฟิสิกส์บนกระดาษคำนวณพวกนั้น มันฆ่าคนไปสามสิบชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อน ดร.เวลส์... และถ้าผมไม่ทำลายระบบจ่ายพลังงานเสริมทิ้งซ้ำ มันก็จะระเบิดล้างบางสถานีนี้ทั้งสถานีภายในสิบนาทีนี้ด้วยซ้ำ" เซเลสเทียไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของวิศวกรหนุ่มตรงหน้า ราวกับเขากำลังยืนอยู่ใต้เครื่องมือวัดคลื่นสมอง "ความล้มเหลวของระบบขับเคลื่อนไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของสมการ แต่มันเกิดจากตัวแปรที่มนุษย์อย่างพวกคุณควบคุมไม่ได้ต่างหาก" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนน่าหงุดหงิด "คุณเอาแต่อารมณ์เป็นตัวตั้ง ชายผู้สูญเสียครอบครัวไปกับความผิดพลาด มักจะมองหาใครสักคนเพื่อโยนความผิดให้อยู่เสมอ... คุณกำลังใช้อคติทางใจมาตัดสินความงดงามของจักรวาล" คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้าที่แผลเป็นในใจของอีไลจาห์อย่างแม่นยำ เส้นเลือดข้างขมับของเขาปูดโปนขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวระลอกหนึ่งแผดเผาขึ้นในอก แต่นัยน์ตาของเขากลับหรี่แคบลงด้วยความพยายามที่จะควบคุมสติ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและสารเคมีบริสุทธิ์จากตัวเธอ "ความงดงามของจักรวาลงั้นเหรอ?" อีไลจาห์โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างและจริงจัง "ภรรยาและลูกสาวของผมไม่ได้ตายเพราะความงามของจักรวาลหรอกครับ ดร.เวลส์... พวกเขาตายเพราะทฤษฎีบ้าๆ ที่คุณนั่งเขียนอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ แต่บอกให้วิศวกรตาดำๆ เอาชีวิตไปเสี่ยงกับเครื่องยนต์ที่ไม่มีวันใช้งานได้จริงต่างหาก" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง ปฏิกิริยาของเธอไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นประกายความท้าทายที่วาบผ่านนัยน์ตาสีเทาคู่นั้นชั่วขณะ "ถ้าคุณคิดว่าสมการของฉันมันใช้การไม่ได้จริง ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อพยายามแก้ไขมันล่ะ?" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ถ้าคุณแน่ใจว่าเครื่องจักรของคุณเหนือกว่าคณิตศาสตร์ ทำไมมือของคุณถึงยังสั่นตอนที่จับประแจซ่อมแผงวงจรควบคุมหลักล่ะ... วอล์คเกอร์?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่สุญญากาศชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของการระบายอากาศที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง สายตาของทั้งสองคนประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายระหว่างนักฟิสิกส์ผู้ไร้หัวใจและวิศวกรผู้ยึดมั่นในความเจ็บปวด คุกรุ่นขึ้นราวกับประจุไฟฟ้าที่รอวันปะทะ อีไลจาห์ขบกรามแน่น เขาเกลียดความจริงที่ว่าผู้หญิงคนนี้อ่านใจเขาออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และเกลียดตัวเองยิ่งกว่าที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายนี้ ก่อนที่อีไลจาห์จะได้ทันตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังขึ้นกะทันหัน—*ปี๊บ... ปี๊บ... ปี๊บ...* ไม่ใช่เสียงจากระบบทำลายตัวเองที่เขาเพิ่งตัดวงจรไป แต่เป็นเสียงสัญญาณจากสถานีลูกข่ายภายนอกที่เงียบสนิทมานานหลายปี หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ควรจะดับสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาเองอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความเข้ารหัสลับสิบห้าหลักที่วิ่งพล่านบนหน้าจออย่างไร้ทิศทาง เซเลสเทียขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอหันขวับไปมองหน้าจอหลักทันที ความเยือกเย็นบนใบหน้าของเธอเริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรก "นั่นไม่ใช่สัญญาณจากระบบอัตโนมัติ..." เสียงพึมพำของเซเลสเทียแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ "และมันไม่ใช่สัญญาณจากมนุษยชาติด้วย" อีไลจาห์หันกลับไปมองหน้าจอเช่นกัน ความสนใจทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยข้อมูลชุดใหม่ที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนบรรทัดสุดท้าย—มันไม่ใช่รหัสข้อความ แต่เป็นพิกัดตำแหน่งของบางสิ่งที่กำลังพุ่งตรงมายังสถานีวิจัยแห่งนี้ด้วยความเร็วเหนือแสง และที่น่ากลัวที่สุดคือ... พิกัดนั้นถูกส่งมาจากใจกลางเขตสุญญากาศที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเคยรอดชีวิตกลับมาได้ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเวิ้งว้างนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%