เสียงคำรามต่ำทุ้มของแผงวงจรควอนตัม ไม่ได้ดังขึ้นเพราะความผิดปกติของตัวมันเอง แต่มันกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากฝ่ามือของมนุษย์ที่กำลังฝืนบังคับให้มันทำงานเกินขีดจำกัด
อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ไม่สนใจเสียงสัญญาณเตือนสีแดงฉานที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคันเต็มไปด้วยคราบเขม่าและหยาดเหงื่อ นิ้วมือหนาหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่มกำลังตอกลิ่มคำสั่งรีบูตระบบระบายความร้อนระดับเจ็ด เข้าใส่แผงควบคุมหลักของสถานีวิจัยเนบิวลาเซนทอรีอย่างไม่แยแสต่อระเบียบความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าสะท้อนภาพกราฟพลังงานที่พุ่งสูงจนทะลุเพดานสีเขียวเข้าสู่โซนอันตราย มันคือความบ้าคลั่งในสายตาของคนทั่วไป แต่อีไลจาห์รู้ดีว่า ถ้าเขาไม่ทำเช่นนี้ในวินาทีนี้ แรงดันมหาศาลจะฉีกห้องเครื่องยนต์ออกเป็นเสี่ยงๆ ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
"คุณกำลังทำลายสถิติความงี่เง่าของมนุษยชาติอีกแล้วนะ, คุณวอล์คเกอร์"
เสียงราบเรียบ เย็นเยือก และทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่จำเป็นต้องหันไปมอง อีไลจาห์ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความไร้ที่ติที่ลอยมาพร้อมกับก้าวเดินอันเงียบเชียบ ดร.เซเลสเทีย เวลส์ ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดที่ตัดกับความโกลาหลเบื้องหน้าโดยสิ้นเชิง ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นไร้ขอบคู่นั้นมองตรงมาที่แผงควบคุมด้วยความเย็นชา ราวกับเธอกำลังมองดูแมลงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟ ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเห็นอกเห็นใจ
อีไลจาห์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาไม่หยุดมือจากการขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้าย "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ สถานีวิจัยลอยฟ้านี่คงกลายเป็นกลุ่มดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ไปนานแล้วครับ ดร.เวลส์... หรือว่าสมองอันเพอร์เฟกต์ของคุณคำนวณไว้แล้วว่า การตายพร้อมกับข้อมูลวิจัยขยะพวกนี้ มันคุ้มค่ากว่าการลงมือซ่อมแซมด้วยมือมนุษย์?"
"ข้อมูลพวกนั้นไม่ใช่ขยะ" เซเลสเทียก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์และกระดาษตำราเก่าลอยปะปนกับกลิ่นไหม้ของแผงวงจร "มันคือผลลัพธ์ของสมการที่พิสูจน์แล้วว่า มนุษย์เราไม่มีค่าพอที่จะควบคุมพลังงานระดับดาราศาสตร์ การปล่อยให้ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ คือการเสียสละที่ถูกต้องตามหลักฟิสิกส์ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของแกนกลางจักรวาล"
"หลักฟิสิกส์เหรอ?" อีไลจาห์หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างง่ายดาย "ฟิสิกส์ของคุณมันไม่มีหัวใจ เซเลสเทีย! สมการของคุณไม่ได้ใส่ชื่อของคนงานเจ็ดสิบชีวิตที่นอนหลับอยู่ชั้นล่างเข้าไปในตัวแปรด้วยใช่ไหมล่ะ? พวกเขามีครอบครัว มีลมหายใจ ไม่ใช่แค่ตัวเลขศูนย์กับหนึ่งบนหน้าจอโฮโลแกรมของคุณ!"
เซเลสเทียไม่หลบสายตา ความนิ่งงันของเธอช่างน่ากลัว ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความรู้สึก เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองคราบเขม่าบนเสื้อของเขาด้วยความรังเกียจระคนสมเพช
"ความตายคือสัจธรรมของจักรวาล, คุณวอล์คเกอร์" เสียงของเธอนุ่มนวลแต่มันกลับเสียดแทงลึกลงไปในจิตใจของเขา "คุณยังคงยึดติดอยู่กับอดีต... กับความล้มเหลวที่สถานีไคโรเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกผิดโง่ๆ นั่นกำลังทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาด และถ้าคุณยังฝืนดึงดันซ่อมแซมระบบขับเคลื่อนนี้โดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาบริหาร คุณรู้อยู่แก่ใจว่าโทษทัณฑ์ที่จะได้รับมันคืออะไร"
คำว่า 'สถานีไคโร' พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกของอีไลจาห์ราวกับหมัดเหล็ก ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เครื่องปฏิกรณ์ระเบิดคร่าชีวิตภรรยาและลูกสาวของเขาผุดวาบขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวดแผดเผาจนมือที่ถือประแจสั่นเทาเล็กน้อย แต่วินาทีต่อมา รisuตความโกรธก็เข้าควบคุมจิตใจ เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน
"ผมไม่สนสภาบริหารบ้าบออะไรนั่นหรอกครับ!" อีไลจาห์ก้าวเข้าไปหาเธอจนเซเลสเทียต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าของเข้มข้นเคร่งเครียดจนน่ากลัว "และต่อให้คุณจะมองว่าผมโง่เขลาแค่ไหน แต่จำไว้... ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือสมการเฮงซวยของคุณ มาเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสุสานเด็ดขาด!"
เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอันบ้าคลั่งที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม แม้ปากเธอจะบอกว่าเขาไร้เหตุผล แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวกำลังเต้นผิดจังหวะท่ามกลางบรรยากาศสุญญากาศที่บีบคั้นนี้
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนใดออกมาอีก เสียงสัญญาณเตือนภัยหลักที่ควรจะเป็นสีแดง กลับแปรเปลี่ยนเป็น 'สีม่วง' – สีที่ไม่เคยมีอยู่ในคู่มือปฏิบัติการของสถานีวิจัย
*ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด...*
หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าครอบงำห้องควบคุมในชั่วพริบตา เหลือเพียงแสงเรืองรองอ่อนๆ จากแผงวงจรสำรองที่กะพริบเป็นจังหวะประหลาด เสียงลมหายใจของทั้งคู่สะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสยดสยอง
เซเลสเทียขมวดคิ้วแน่น มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบระบบ แต่หน้าจอกลับปรากฏข้อความแปลกปลอมที่พวกเธอไม่เคยเขียนขึ้นมา
*‘ตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก... รหัสผ่านถูกถอดถอดโดยหน่วยงานที่ไม่รู้จัก’*
อีไลจาห์หรี่ตาลง สัญชาตญาณดิบของวิศวกรบอกเขาว่าอันตรายที่แท้จริงไม่ได้มาจากความร้อนของเครื่องยนต์ แต่มันกำลังคืบคลานเข้ามาจากที่อื่น
"เซเลสเทีย..." อีไลจาห์กระซิบเสียงต่ำ มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบประแจโลหะหนักขึ้นมาถือเตรียมพร้อม "เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนบนสถานีนี้แล้วครับ"
ยังไม่ทันที่นักฟิสิกส์สาวจะได้โต้แย้ง ประตูนิรภัยหนาเตอะนับตันที่ถูกล็อกไว้ด้วยระบบสุญญากาศ กลับส่งเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังถูกตัดด้วยลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูง เศษสะเก็ดไฟสีส้มพวยพุ่งทะลุรอยแยกเข้ามาในความมืด พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่ก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างช้าๆ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากขอบนรก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะศาตราจารย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!