กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับความอับชื้นของห้องเก็บเอกสารใต้ดินใต้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟนีออนสีนวลสาดส่องลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่า เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศราวกับกาลเวลาที่หยุดนิ่ง
“คุณกำลังมองหาหลักฐานที่จะมาหักล้างทฤษฎีของผม หรือกำลังค้นหาความจริงที่คุณกลัวที่สุดกันแน่ครับ ดร.รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคินน์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายืนพิงกรอบประตูมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเข้ม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองหญิงสาวที่นั่งอยู่หลังกองเอกสารด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก มันไม่ใช่สายตาของผู้บริสุทธิ์และก็ไม่ใช่ของผู้ที่มีความผิดเต็มประตู แต่มันคือสายตาของคนที่รู้ทันเกมทุกอย่าง
รินรดาไม่เงยหน้าขึ้นมอง เข็มนาฬิกาบนข้อมือเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอราวกับเสียงทุบเกราะเหล็ก นิ้วเรียวยาวของเธอกำปากกาหมึกซึมด้ามเก่าแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว บนโต๊ะตรงหน้าคือสมุดบันทึกภาคสนามปกหนังสีดำที่เธอเพิ่งงัดออกมาจากตู้เก็บเอกสารลับที่ถูกปิดตายมานานกว่าสิบปี
สมุดเล่มนั้นไม่ใช่ของใครอื่น... มันเป็นของบิดาผู้ล่วงลับของเธอ ดร.วิวัฒน์
“ดิฉันคิดว่าศาสตราจารย์คงเข้าใจความหมายของการตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ดีนะครับ” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอเย็นชาไร้ระลอกคลื่น แต่กรามที่ขบเข้าหากันแน่นฟ้องถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน “วัตถุโบราณชุดล่าสุดที่คุณนำเข้ามาผ่านช่องทางกึ่งถูกกฎหมาย มีร่องรอยการสลักสัญลักษณ์แบบเดียวกับบันทึกหน้าสุดท้ายของพ่อฉัน และท่านเสียชีวิตในแหล่งขุดค้นเดียวกันกับที่คุณเคยเป็นหัวหน้าทีมสำรวจเมื่อสิบปีก่อน”
คินน์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทีละน้อย ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวดั่งนักล่าที่กำลังคุมเกม “ความบังเอิญเป็นคำอธิบายที่ขี้เกียจที่สุดในทางโบราณคดี คุณก็รู้ดีนี่ครับ ริน... คุณกำลังพยายามเชื่อมโยงจุดสองจุดที่อยู่คนละเส้นเวลาเข้าด้วยกัน เพียงเพราะคุณไม่อยากยอมรับความจริงที่ว่า พ่อของคุณไม่ได้พลาดพลั้งเพราะอุบัติเหตุ”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมาตลอดสิบปี รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากลงไปในห้วงเหวแห่งความมืดอีกครั้ง ปมในใจเกี่ยวกับการสูญเสียบิดาจากการสำรวจที่ผิดพลาดคือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และคินน์กำลังใช้ปลายนิ้วกดลงบนแผลนั้นโดยไม่ลังเล
“ถ้าอย่างนั้น ช่วยอธิบายสิ่งนี้ให้ดิฉันฟังหน่อยสิครับ” รินรดาพลิกสมุดบันทึกหน้าเปื้อนคราบหมึกสีน้ำตาลเข้มให้เขาดู ลายมือหวัดๆ ของบิดาเธอบันทึกพิกัดสุดท้ายเอาไว้ พร้อมกับข้อความที่เขียนค้างไว้ครึ่งประโยค— *‘คินน์เป็นคน...’*
คินน์ชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มมุมปากที่เคยประดับอยู่จางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้มมองลายมือนั้น ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังคำนวณบางอย่างในหัวสมองอันปราดเปรื่อง
“คุณคิดว่าผมเป็นคนฆ่าพ่อคุณอย่างนั้นหรือครับ?” คินน์โน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะไม้ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นแววตาของมนุษย์คนหนึ่งที่แบกรับความลับอันหนักหน่วง
“หลักฐานชิ้นนี้กำลังบอกแบบนั้น” รินรดากระซิบตอบ เสียงของเธอสั่นระริกเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าวไว้ “ลายมือของพ่อเขียนค้างไว้แค่นั้น ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงหล่นลงไปในซากปรักหักพัง และคุณคือคนสุดท้ายที่อยู่กับเขาในคืนนั้น”
“ถ้าผมอยากจะฆ่าเขาจริงๆ คุณคิดว่าสมุดบันทึกเล่มนี้จะยังมาอยู่ในมือคุณได้อย่างไรครับ รินรดา” คินน์ผละตัวออกช้าๆ เขาถอนหายใจยาวนานราวกับต้องการปล่อยวางความอึดอัดทั้งหมด “พ่อของคุณไม่ได้ถูกฆ่าเพราะความโลภของใครบางคน แต่เขาตายเพราะเขาดันไปค้นพบความจริงที่ว่า โบราณวัตถุที่เรากำลังตามหากันอยู่นี้... ไม่ได้มีไว้เพื่อการศึกษา แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดผนึกบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายเกินกว่ามนุษยชาติจะจินตนาการได้”
ก่อนที่รินรดาจะได้โต้แย้งสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอกห้องเก็บเอกสาร เสียงเหล่านั้นใกล้เข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับกำลังถูกไล่ล่า ประตูห้องเหล็กถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ยืนหอบหายใจโยนซองเอกสารสีน้ำตาลเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนลงบนโต๊ะตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ดร.รินรดาครับ... เราเพิ่งกู้ข้อมูลจากฮาร์ดไดรฟ์สำรองในห้องทำงานของ ดร.วิวัฒน์ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นไม้ได้แล้วครับ และไฟล์เสียงสนทนาก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต... ระบุชัดเจนว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบค้าโบราณวัตถุกลุ่มเดียวกับที่ศาสตราจารย์คินน์เคยสังกัด... ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวของศาสตราจารย์เองครับ!”
รินรดาหันขวับกลับไปมองคินน์ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ทว่าคินน์กลับไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งสงบ แววตาคู่นั้นกลับมาเยียบเย็นและซับซ้อนราวกับหน้าผาชันในยามวิกาล ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยกย่องมุมปากขึ้นช้าๆ ในวินาทีที่ความจริงทั้งหมดกำลังพลิกผันโฉมหน้าไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
รอยจารึกที่ลบไม่ออก•ตอนที่ 20
จดหมายที่เขียนไม่เสร็จ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ลบไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!