“หมอบลง!”
กวินทร์คำรามพลางกระชากร่างของรินรดาให้พ้นจากวิถีของคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนจนชั้นวางหนังสือในห้องทำงานสั่นไหว เสียงหึ่งๆ ที่บาดแก้วหูนั้นไม่ใช่เพียงเสียงรบกวน แต่มันคืออาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พุ่งเป้ามาเพื่อทำลายข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่อยู่รอบตัว
รินรดากัดฟันแน่น มือของเธอคว้าแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุโมเดลการวิเคราะห์โครงสร้างอาคารที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการถอดรหัสซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามา ความนิ่งเฉยในดวงตาของพวกมันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอาวุธปืน เพราะมันคือความเย็นชาของเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ
“คุณกวินทร์ ถ้าข้อมูลหายไปทั้งหมด... เราจะไม่มีวันพิสูจน์ได้ว่ามันคือการฆาตกรรม” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก
กวินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบอุปกรณ์ขนาดพกพาที่คล้ายกับเครื่องรบกวนสัญญาณออกมาจากช่องลับในแจ็คเก็ต ก่อนจะกดปุ่มเปลี่ยนความถี่อย่างรวดเร็ว เสียงหึ่งๆ ในห้องเปลี่ยนระดับจากความถี่สูงเป็นเสียงวี๊ดที่แหลมจนหน้ามืด และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ผลักรินรดาไปที่ช่องลมระบายอากาศด้านหลังโต๊ะทำงาน
“ออกไปทางนั้น แล้วอย่าหันกลับมามองจนกว่าจะถึงจุดนัดพบที่สอง!”
“แล้วคุณล่ะ?”
“ผมคือตัวล่อที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ” กวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาดูราวกับกำลังเล่นเกมหมากรุกที่เขาคุมกระดานอยู่ “ไปเดี๋ยวนี้! สถาปนิกอย่างคุณต้องใช้สายตาที่แม่นยำมองเห็นโครงสร้างที่แท้จริง ไม่ใช่มาทิ้งชีวิตไว้กับผมที่นี่”
รินรดาสูดหายใจลึก เธอทุบกระจกช่องลมจนแตกละเอียดด้วยสันแฟ้มโลหะ ก่อนจะมุดร่างผ่านความมืดไป ทิ้งให้กวินทร์เผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดดำเพียงลำพัง
เมื่อรินรดาออกมาถึงภายนอกอาคารที่เต็มไปด้วยเงาของตึกระฟ้าในกรุงเทพฯ ยามวิกาล เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่เธอกลับซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด มองผ่านหน้าต่างกระจกฝ้าเข้าไปภายในห้องทำงาน ความคิดของเธอหมุนวนราวกับพายุทอร์นาโด
*ทฤษฎีความล้มเหลว*... คำนี้วนเวียนอยู่ในหัวเธอ
รายงานวิศวกรรมที่สรุปว่าตึกของครอบครัวเธอถล่มเพราะ 'ความเหนื่อยล้าของวัสดุ' เป็นเพียงคำหลอกลวงที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต แต่วันนี้ เมื่อเธอได้เห็นการทำงานของกลุ่มคนที่ใช้อาวุธคลื่นความถี่สูงมาปิดปากพวกเขา เธอเริ่มตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางวิศวกรรม แต่มันคือ 'การออกแบบความวิบัติ' (Architectural Sabotage) ที่ซ่อนอยู่ในสมการที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
รินรดาหยิบแฟลชไดรฟ์ออกมาเสียบกับแท็บเล็ตขนาดพกพาที่ซ่อนอยู่ในซับในเสื้อ หน้าจอเรืองแสงขึ้นท่ามกลางความมืด เผยให้เห็นกราฟิกโครงสร้างอาคารที่สลับซับซ้อน เธอเริ่มคำนวณใหม่ด้วยสูตรที่เธอเคยถูกอาจารย์ที่ปรึกษาห้ามใช้ เพราะมันถูกมองว่า 'เพ้อฝัน' และ 'เป็นไปไม่ได้'
ถ้าเธอกำหนดค่าการสั่นสะเทือนในจังหวะที่เป็นจุดบอดของโครงสร้างเหล็กกล้า... นั่นคือจุดที่มันจะพังทลายลงมาแม้จะรับน้ำหนักเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่ออกแบบไว้
“พบแล้ว...” รินรดาพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหน้าจอ “ไม่ใช่ความล้มเหลวของวัสดุ แต่มันคือจังหวะที่ถูกเซ็ตไว้ล่วงหน้าเหมือนนาฬิกาปลุก”
ในขณะที่เธอพยายามจะบันทึกข้อมูลสำคัญนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบากว่าเสียงของชายชุดดำกลุ่มแรกก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เธอตัวแข็งทื่อ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแต่น่ารังเกียจอบอวลอยู่ในอากาศ
“คุณแม่นยำเสมอเลยนะ รินรดา... เรื่องการมองเห็นจุดอ่อนของสิ่งปลูกสร้างน่ะ”
รินรดาค่อยๆ หันกลับไปมอง บุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เธอเคยไว้ใจมากที่สุดในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง
“คุณเองหรือ...” รินรดาเสียงสั่น “คุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังสมการนี้ทั้งหมด?”
ชายคนนั้นยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตา เขาหยิบปืนเก็บเสียงออกมาจากกระเป๋าสูทอย่างใจเย็น
“ความล้มเหลวของวัสดุเป็นเพียงทฤษฎี แต่ความล้มเหลวของมนุษย์ต่างหากที่สร้างผลกำไรได้มหาศาล” เขาเอ่ยพลางก้าวเข้ามาใกล้ “และดูเหมือนว่าวันนี้... คุณจะกลายเป็น 'โครงสร้างส่วนเกิน' ที่ต้องถูกกำจัดออกจากสมการของผมเสียแล้ว”
เขากดไกปืนเบาๆ ทว่าในจังหวะนั้นเอง แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาสาดส่องที่ใบหน้าของเขา พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังมาจากความมืด
“ปล่อยเธอ!”
รินรดาหันไปตามเสียงนั้น ท่ามกลางแสงไฟที่พร่ามัว เธอเห็นชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากรถ เขาไม่ใช่กวินทร์ และไม่ใช่คนที่เธอรู้จัก แต่นัยน์ตาของเขาที่จ้องมองมายังคนที่กำลังเล็งปืนใส่เธอนั้น... มันเต็มไปด้วยความแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่... น้องชาย” ชายที่ถือปืนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
รินรดาตกตะลึง นี่มันไม่ใช่แค่คดีตึกถล่ม แต่มันคือความแค้นระหว่างสายเลือดที่พัวพันกับความตายของครอบครัวเธอมาโดยตลอด
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของเส้นสายแห่งโชคชะตาในตอนนี้นะครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกไร้เงากับสมการฆาตกรรม•ตอนที่ 3
ทฤษฎีความล้มเหลว
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับสมการฆาตกรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
