ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต•ตอนที่ 1

อุบัติเหตุสีส้มกลางโรงอาหาร

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ถ้าเธอยังกล้าเอาชีสเค้กหน้าตาเหมือนก้อนขี้หมานี่มาเสนอหน้าในโต๊ะฉันอีกที ฉันจะเอาส้อมจิ้มหน้าผากเธอให้พรุนเป็นรังผูกระดาษเลยคอยดู มีอา" เสียงตวาดห้วนจัดดังแทรกผ่านความจอแจระดับเดซิเบลสูงลิ่วของโรงอาหารกลางคณะบริหารธุรกิจ เสียงนั้นไม่ได้ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวแบบคนขาดสติ แต่มันคือความรำคาญขั้นสุดยอดที่เปล่งออกมาจากลำคอของชายหนุ่มผู้มีอภิสิทธิ์เหนือใครในตึกนี้—วินเซนต์ กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย และไอ้หนุ่มฮอตตัวท็อปที่นักศึกษาสาวครึ่งค่อนมหาลัยพร้อมใจกันต่อแถวอยากพลีกายถวายตัวให้ รันอินยืนถือถาดอาหารกลางวันนิ่งสนิท ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามกะพริบปริบๆ มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกกึ่งทึ่งกึ่งอยากหัวเราะ มีอา ดาวคณะไซโคโลยีผู้เพิ่งโดนปฏิเสธคำเชิญชวนแบบไร้เยื่อใย ยืนหน้าเสียจนบลัชออนสีพีชบนแก้มดูตลกขึ้นมาทันตาเห็น เธอเม้มปากแน่นด้วยความอับอายต่อหน้าฝูงชนนับร้อย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากรัศมีร้อยเมตรด้วยความแค้นเคืองที่พยายามเก็บอาการแทบไม่ไหว รันอินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ นะพ่อคุณ... พ่อกัปตันฮอตผู้ไร้หัวใจ" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับก้าวเท้าเดินต่อเพื่อหาโต๊ะว่างสักตัวในมุมอับสายตา เพราะเป้าหมายในวันนี้มีเพียงอย่างเดียวคือการยัดคาเฟอีนและคาร์โบไฮเดรตเข้ากระเพาะให้เร็วที่สุดก่อนจะถึงคาบเลคเชอร์สุดหินของศาสตราจารย์มาร์ค ทว่า โลกใบนี้มักไม่ค่อยเข้าข้างคนที่มีลางสังหรณ์แย่ๆ สักเท่าไหร่ จังหวะนั้นเอง รองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันของใครบางคนก็ก้าวถอยหลังอย่างไร้ทิศทาง โดยที่เจ้าตัวมัวแต่หันไปคุยกับไอ้พวกเพื่อนร่วมทีมบาสตัวยักษ์ที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ *ตุ้บ!* ร่างบางของรันอินสะดุ้งสุดตัวเมื่อข้อศอกของเธอไปกระแทกเข้ากับถาดน้ำส้มปั่นเกล็ดหิมะสีส้มสดใสจนมันกระเด็นหลุดมือ และด้วยกฎแห่งความซุ่มซ่ามที่มักทำงานในเวลาวิกฤต น้ำส้มปั่นแก้วโตจึงลอยเคว้งกลางอากาศราวกับภาพสโลโมชันในหนังฮอลลีวูด ก่อนจะเทกระจาดลงบนอกเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีขาวสะอาดตาของวินเซนต์แบบพอดิบพอดี! ความเงียบงันระดับปวศ.กู่ก้องขึ้นมาทันทีในโรงอาหาร เสียงช้อนส้อมที่เคยกระทบจานดังระงมพลันเงียบกริบลงราวกับมีใครกดปุ่มMute ทุกสายตานับร้อยคู่ในโรงอาหารพุ่งเป้ามาที่จุดเกิดเหตุเป็นจุดเดียว รันอินอ้าปากค้าง สมองประมวลผลช้ากว่าปกติไปสามวิ ภาพน้ำส้มสีส้มแสบตาค่อยๆ ซึมซาบลงสู่เนื้อผ้าคอตตอนราคาแพงลิบลิ่ว ลามเป็นวงกว้างตรงหน้าอกแกร่งพอดีเป๊ะ "..." วินเซนต์นิ่งสนิท เขาไม่ได้โวยวายทันทีเหมือนเด็กๆ โดนแย่งของเล่น แต่ความนิ่งนั้นแหละที่น่ากลัวยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด ชายหนุ่มค่อยๆ ก้มมองหน้าอกตัวเองที่มีคราบน้ำส้มปั่นเหนียวหนึบหยดติ๋งๆ ลงบนรองเท้าผ้าใบราคาเหยียบแสน กรามขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงระดับความอดทนที่กำลังขาดสะบั้นลงทีละเส้น รันอินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองเริ่มทำงานแจ่มแจ้งว่าเธอเพิ่งก่อหายนะครั้งใหญ่หลวงเข้าให้แล้ว "เอ่อ..." รันอินส่งเสียงอ้อมแอ้มในลำคอ พยายามงัดเอาความกล้าหาญทั้งหมดที่มีมาใช้เพื่อกอบกู้สถานการณ์ "คือ... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ พอดีข้อศอกมันลั่น..." วินเซนต์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาดุดันคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องทะลุทะลวงเข้ามาในดวงตาของเธอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนรอบข้างต้องรีบถอยก้าวหนี รัศมีความหล่อเหลาที่เคยสะกดทุกสายตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาเยือกแข็งจนน่าขนลุก "เธ-อ-ว่า-อะ-ไร-นะ?" วินเซนต์เน้นทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวรันอินอย่างรวดเร็วโดยไม่มีช่องว่างให้เธอได้ถอยหนี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ หลังซ้อมบาสลอยปะทะจมูก แต่มันไม่ได้ชวนเคลิบเคลิ้มเลยสักนิดในสถานการณ์นี้ "นี่เสื้อสูทคอลเลกชันพิเศษจากมิลาน ราคาเท่าไหร่เธอรู้ไหมยายตัวแสบ?" "ฉันไม่ใช่ยายตัวแสบนะ!" รันอินเผลอเสียงดังขึ้นมาตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มสั่นระรัวเป็นเจ้าเข้า "ก็บอกว่าอุบัติเหตุไงเล่า! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง หูหนวกเหรอกัปตัน?" ความเงียบในโรงอาหารทวีความกดดันขึ้นไปอีกขั้น เพื่อนร่วมทีมบาสของวินเซนต์ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นมีคนกล้าต่อปากต่อคำกับกัปตันจอมโหดแบบตาต่อตาฟันฟัน ชายหนุ่มหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณาเป็นครั้งแรก รันอินไม่ได้ดูหวาดกลัวเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มักจะร้องไห้หรือลนลานขอโทษขอโพย ทว่าเธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ แววตาแข็งกร้าวและดื้อรั้นคู่นั้นกลับสะกิดความสนใจบางอย่างในอกเขาเข้าอย่างจัง "ปากเก่งดีนี่..." วินเซนต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนรันอินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ทำเสื้อฉันพัง เลอะเทอะขนาดนี้ คิดว่าจะชดใช้ด้วยคำขอโทษส่งเดชแค่นี้มันจบเหรอ?" "แล้วจะให้ทำยังไงเล่า จะให้ถอดเสื้อซักให้ตอนนี้เลยไหมล่ะยะ!" รันอินสวนกลับทันควันด้วยความโมโหที่ถูกต้อนจนมุม มือเล็กๆ กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ วินเซนต์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์และอันตรายที่สุดเท่าที่รันอินเคยเห็นมาในชีวิต ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ไม่ต้องซักหรอก..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนพอก้องกังวานในโสตประสาทของเธอ "แต่เธอต้องชดใช้ด้วยการ... มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ทีมบาสของฉัน เริ่มตั้งแต่วันนี้... ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเธอจนเธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อมาม่ากินไปตลอดชีวิต" รันอินเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เธอจะปฏิเสธอย่างไรดีในเมื่อช่องว่างระหว่างเธอกับเขามันแทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว และก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากด่ากราดใส่หน้าหล่อๆ นั้น เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน "วินเซนต์คะ! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมคุณถึงมายืนใกล้ชิดกับยัยนี่ล่ะ?" มีอาที่เดินกลับเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสาวส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดด้วยความตกใจ ขณะที่รันอินกำลังจะหันไปตอกกลับมีอา วินเซนต์กลับทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด—มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของรันอินไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้ดิ้นหนี ก่อนจะกระชากเธอให้เดินตามหลังเขาออกไปจากโรงอาหารท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนทั้งตึก "ตามมา..." วินเซนต์กระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอขณะเดินจูงมือออกไป "ดีลนี้เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ... รันอิน" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบของกัปตันฮอต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%