“วางสายเถอะค่ะกวินทร์... อย่าฟังสิ่งที่เขากำลังปั่นหัวเราอีกเลย”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะที่มือเรียวบางของเธอคว้าข้อมือชายหนุ่มเอาไว้แน่น แรงบีบจากนิ้วมือที่เย็นเฉียบสะท้อนถึงความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านอยู่ในอก กวินทร์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมคายที่มักจะฉายแววอ่อนโยนดั่งผืนน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ เขาค่อยๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงช้าๆ หน้าจอยังคงสว่างวาบด้วยชื่อ ‘เมธา’ ที่ตัดสายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับจะสูบอากาศออกจากปอด
“เขาไม่ได้ขู่เล่นใช่ไหมคะ” รินรดาพึมพำ ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนความเศร้าไว้ใต้ความเงียบเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา “เขาจะทำแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม... เขาจะพรากเราออกจากกันด้วยกฎหมายที่เขาแต่งขึ้นเอง”
กวินทร์สูดหายใจลึก ก่อนจะดึงตัวหญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอด เขาไม่ได้พูดอะไรในทันที เพียงแค่ประคองศีรษะของเธอให้ซบลงกับอกแกร่ง สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มนวลเบามือ ราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงทั้งหมดที่เขามีไปให้คนในอ้อมแขน
“รินครับ ฟังผมนะ” เขาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น “เมธาอาจจะมีอำนาจ มีกฎหมายในมือ แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง... ว่ากฎหมายทำได้แค่ขีดเส้นกั้นเขตแดน แต่มันไม่มีวันขีดฆ่าสิ่งที่อยู่ในใจเราได้ ถ้าเราไม่ยอมแพ้”
“แต่ถ้าเขาส่งคนมาจริงๆ ล่ะคะ ถ้ากวินทร์ต้องติดคุกเพราะช่วยริน... รินจะอยู่อย่างไร” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามมองหาคำตอบที่เธอรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีทางออกที่ง่ายดาย “รินมันก็แค่ผู้หญิงขี้ขลาดคนหนึ่งที่ชอบวาดภาพหนีโลกความจริง กวินทร์ไม่ควรเอาอนาคตมาเสี่ยงกับคนอย่างรินเลย”
กวินทร์ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แฝงความรัก เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาบนแก้มใสของเธออย่างแผ่วเบา
“รินคิดว่าที่ผ่านมา ผมเฝ้ารออะไรครับ?” เขาเว้นจังหวะ “ผมเปิดร้านหนังสือเพื่อขายกระดาษและหมึกงั้นเหรอ? เปล่าเลยครับ ผมเปิดมันเพื่อรอวันที่ผู้หญิงที่ผมแอบมองผ่านหน้าต่างร้านมาตลอดสามปี จะเดินเข้ามาขอให้ผมช่วยซ่อมชีวิตที่แตกสลายของเธอ อนาคตของผมไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลหรอกครับ... มันอยู่ในฝ่ามือที่ผมกำลังกุมอยู่นี่แหละ”
ริมหาดสีครามเบื้องหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัวของยามเย็น คลื่นลูกเล็กๆ ซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนกับบทสนทนาของทั้งคู่ที่เริ่มผ่อนคลายลงท่ามกลางพายุที่กำลังก่อตัวไกลออกไป ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามแนวชายหาด ทิ้งรอยเท้าไว้บนผืนทรายที่เปียกชื้น รินรดาเริ่มเปิดใจพูดถึงสิ่งที่เธอไม่เคยกล้าบอกใคร ความฝันลึกๆ ที่อยากจะวาดภาพสีน้ำมันสักภาพที่ไม่ใช่แค่ภาพจำลองชีวิตที่เมธาขีดเขียนไว้ให้ แต่เป็นภาพของเธอ... ในวันที่เธอเป็นอิสระ
“ถ้าเราผ่านเรื่องนี้ไปได้” รินรดาพูดขึ้นพลางมองไปที่เส้นขอบฟ้า “รินอยากมีบ้านเล็กๆ สักหลัง บ้านที่มีสวนไม้ดอก มีแสงแดดส่องถึงห้องทำงาน แล้วกวินทร์ล่ะคะ... ในวันที่ทุกอย่างคลี่คลาย คุณยังอยากจะอยู่กับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยแบบรินอยู่ไหม”
กวินทร์หยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ลมทะเลพัดพาเอาเส้นผมของเธอมาปรกใบหน้า เขาขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ “ผมไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากชีวิตที่มีคุณอยู่ในทุกวัน ริน... ผมพร้อมจะแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งร้านหนังสือของผม เพื่อที่จะซื้อเวลาให้เราได้อยู่ด้วยกันอีกสักนิด แค่มีคุณ ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกว่าบ้าน”
ในวินาทีนั้น คำสัญญาที่เปราะบางดูแข็งแกร่งกว่ากำแพงกฎหมายใดๆ ทั้งคู่ยืนจ้องตากัน ท่ามกลางความเงียบของธรรมชาติที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งเพื่อเป็นพยานให้กับความรู้สึกที่ซื่อตรงที่สุด ทว่าความสุขในวินาทีนั้นกลับมีอายุสั้นนัก เมื่อเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่คุ้นหูดังแว่วมาจากทางเข้าชายหาด รถยนต์สีดำคันหรูที่จอดสนิทอยู่ไกลออกไปไม่กี่ร้อยเมตร พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศริมทะเล
เมธายืนพิงรถ สายตาคมกริบของเขามองตรงมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ก่อนที่เขาจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงของกวินทร์ ท่ามกลางความเงียบที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งชัดเจน เมธาตะโกนฝ่าลมทะเลมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“ยินดีด้วยที่เลือกมุมสวยๆ ไว้เป็นจุดจบนะกวินทร์... แต่เสียใจด้วยที่ผมคงปล่อยให้พวกคุณมีความสุขไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะคนที่มากับผมคราวนี้ ไม่ใช่แค่ทนาย... แต่เป็นตำรวจที่ถือหมายจับตัวคุณจริงๆ แล้ว”
รินรดาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอหันมองกวินทร์ด้วยความตระหนกสุดขีด ในขณะที่กวินทร์เพียงแค่กระชับมือที่กุมเธอไว้ให้แน่นขึ้น... เขาไม่ได้หันไปมองเมธา แต่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระซิบคำสั้นๆ ที่ทำให้รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังจะแตกสลาย
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับรินรดาและกวินทร์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
น้ำผึ้งหยดแรก
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 27
ริมหาดสีคราม
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!