“รินทร์ไม่ได้มองเห็นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่จริงๆ ใช่ไหมครับ หรือว่า... รินทร์แค่เลือกที่จะหลับตาลงเพื่อหนีความจริงกันแน่?”
เสียงของเมธาไม่ได้ตะโกน หากแต่มันกรีดลึกราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงไอความร้อนจากลมหายใจที่อบอวลไปด้วยเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพยายามปิดบังเธอมาตลอด
รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องสตูดิโอที่เต็มไปด้วยกลิ่นสีน้ำมัน เธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว แต่เพราะความจริงที่เมธากำลังฉีกกระชากออกมาจากส่วนลึกของใจ “เมธา... กวินทร์ไม่เคยทำแบบนั้น เขาไม่เคยคิดจะใช้ภาพวาดของรินทร์เป็นเครื่องมือทางธุรกิจแบบที่เธอพูด”
เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมที่เคยอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก “รินทร์... กวินทร์เป็นนักธุรกิจนะ เขามีร้านหนังสือ มีเครือข่าย มีทุกอย่างที่จะส่งเสริมให้ตัวเขาเองดูดีขึ้น และการมีจิตรกรที่กำลังเป็นดาวรุ่งในมืออย่างรินทร์... มันคุ้มค่าเกินกว่าที่คนอย่างเขาจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ไม่ใช่เหรอ”
รินรดานิ่งงัน หัวใจดวงน้อยสั่นรัวราวกับกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ คำพูดของเมธาไม่ได้เป็นแค่การวิจารณ์ แต่มันคือการหยอดก้อนหินลงในบ่อน้ำที่เธอกำลังดื่มกินอย่างมีความสุข—บ่อน้ำแห่งความไว้ใจที่มีต่อกวินทร์
“ฉันแค่อยากปกป้องรินทร์” เมธาเปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูอ่อนนุ่มลง มือเรียวยาวของเขาเอื้อมมาแตะไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะบีบกระชับแน่น “ฉันรู้ว่ารินทร์กลัวการถูกทอดทิ้งแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งกวินทร์ได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว... เขาจะยังมองรินทร์ด้วยสายตาแบบเดิมอยู่ไหม”
รินรดาเบือนหน้าหนี เธอหลับตาลง ภาพของกวินทร์ในร้านหนังสือยามเย็น ผู้อบอุ่นและใจดีคนนั้นลอยเข้ามาแทรก แต่กลับถูกภาพของเมธาที่พูดเรื่อง ‘ผลประโยชน์’ เข้ามาบดบังจนพร่าเลือน ความเชื่อใจที่เคยเป็นดั่งปราการสูงชันกำลังถูกรอยร้าวเล็กๆ ที่เรียกว่าความระแวงกัดกินไปทีละน้อย
“รินทร์ต้องตัดสินใจนะ ถ้าไม่ถอยออกมาตอนนี้ วันที่เขาหันหลังให้... รินทร์จะเสียใจมากกว่าที่ฉันพูดอีก” เมธาทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและภาพวาดที่ยังไม่เสร็จสิ้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงสีส้มของเย็นวันใหม่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป รินรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอแสดงแชทที่ค้างไว้กับกวินทร์ เขาชวนเธอไปทานมื้อเย็นที่ร้านหนังสือเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ในใจของเธอตอนนี้กลับมีเสียงของเมธาตีกันไปมาจนวุ่นวาย
*‘เขามองเห็นแค่ภาพวาด หรือมองเห็นตัวตนของฉันจริงๆ กันแน่?’*
เธอตัดสินใจกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเดินตรงไปที่หน้าต่างของสตูดิโอ มองออกไปเห็นรถยนต์คันคุ้นตาจอดนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กวินทร์เดินลงมาจากรถด้วยท่าทางเร่งรีบ เขาดูมีความหวังและมีชีวิตชีวา... ทว่าในสายตาของรินรดาที่ถูกเมธาป้อนคำถามใส่สมอง ความเร่งรีบนั้นกลับกลายเป็นความต้องการที่จะ ‘ครอบครอง’ บางอย่างให้สำเร็จ
กวินทร์ก้าวเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่มักจะทำให้โลกของเธอดูสว่างไสวเสมอ “รินทร์ครับ ผมซื้อขนมร้านที่คุณชอบมาฝาก... วันนี้งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม?”
เขาเดินเข้ามาหาเธอพร้อมถุงกระดาษสีน้ำตาล กวินทร์ดูไม่สังเกตเห็นถึงความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นในแววตาของรินรดาเลยแม้แต่น้อย เขาดูมีความสุขกับการได้เห็นหน้าเธอเสียจนปิดไม่มิด
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองดูมือของกวินทร์ที่กำลังจะเอื้อมมาแตะไหล่เธออย่างแผ่วเบา แต่เธอกลับถอยหลังหลบโดยสัญชาตญาณ
กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มของเขาจางลงเล็กน้อย “รินทร์? เป็นอะไรไปครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย”
“กวินทร์คะ...” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า “คุณมองเห็นอะไรในตัวรินทร์... หมายถึง มองเห็นตัวรินทร์จริงๆ หรือแค่เห็นผลงานที่รินทร์วาด?”
กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามีร่องรอยของความตกใจชั่ววูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความกังวล “ทำไมถึงถามแบบนั้นครับ ใครพูดอะไรให้คุณฟังหรือเปล่า?”
“ไม่จำเป็นต้องมีใครพูดหรอกค่ะ” รินรดาสวนกลับด้วยความรู้สึกที่เริ่มสับสนและเจ็บปวด “รินทร์แค่สงสัย... ว่าที่ผ่านมา ที่คุณดูแลรินทร์ ที่คุณคอยซัพพอร์ต มันเป็นเพราะคุณอยากให้งานของรินทร์เป็นที่รู้จัก หรือเพราะคุณต้องการให้รินทร์เป็นของสะสมที่เชิดชูร้านหนังสือของคุณกันแน่”
กวินทร์ถอนหายใจยาว วางถุงขนมลงบนโต๊ะข้างๆ อย่างแผ่วเบา เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ถ้าผมบอกว่าผมมองเห็น ‘บ้าน’ ในตัวคุณล่ะรินทร์... คุณจะเชื่อไหม?”
คำตอบนั้นทรงพลังเสียจนรินรดาใจหายวูบ แต่มันกลับถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของกวินทร์ดังขึ้น เป็นข้อความจากหน้าจอที่วางหงายอยู่บนโต๊ะ มันเป็นข้อความจาก ‘เมธา’ ที่ส่งถึงเขา—ข้อความที่รินรดาอ่านได้ชัดเจนแม้จะไม่ได้ตั้งใจมอง
*‘แผนการดำเนินไปได้สวย รินทร์เริ่มตั้งคำถามกับความจริงใจของนายแล้ว เตรียมตัวรับมือให้ดีนะเพื่อนรัก’*
รินรดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า กวินทร์กวาดสายตามองข้อความนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามือของเขากลับกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่ข้อมือ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของคนรัก แต่มันคือแววตาของคนที่เพิ่งถูกเปิดโปงความลับบางอย่าง
กวินทร์ไม่ได้อธิบาย... เขากลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา ซึ่งเป็นยิ้มที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของรินทร์และกวินทร์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - น้ำผึ้งหยดแรก
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 29
รอยร้าวที่ไม่ทันสังเกต
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!