กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 1

คนไข้ปริศนา

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อฟينอลผสมกับสนิมเหล็กจางๆ คือกลิ่นเดียวกับที่พิมมาดาใช้คั่นกลางระหว่างโลกของความเป็นและความตายมาตลอดทศวรรษ เสียงสัญญาณชีพจากมอนิเตอร์ข้างเตียงดังระรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิดราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าให้อะดรีนาลีนในกระแสเลือดพุ่งพล่าน "ความดันตกลงมาอยู่ที่แปดينสิบต่อห้าสิบ ม่านตาขยายตัวข้างเดียวครับหมอ!" เสียงของแพทย์ประจำบ้านหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องมือแพทย์ในห้องฉุกเฉินระดับสาม พิมมาดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกใส เธอกำลังสวมถุงมือยางสเตียไรด์อย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอมั่นคงและไร้ความลังเล ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการผ่าตัดโดยเฉพาะ แต่เบื้องหลังดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ความคิดของเธอกำลังคำนวณความน่าจะเป็นนับร้อยรูปแบบในเสี้ยววินาที บนเตียงผู้ป่วยเหล็กกล้าไร้สนิม ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ อาการบาดเจ็บสาหัสจากการตกจากที่สูงและบาดแผลฉีกขาดตามลำตัวบ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพิมมาดากลับไม่ใช่รอยฟกช้ำเหล่านั้น มันคือรอยแผลเป็นรูปดาวกระจายบริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย—ร่องรอยการผ่าตัดที่ซับซ้อน ซึ่งมีเพียงศัลยแพทย์มือฉกาจระดับโลกไม่กี่คนเท่านั้นที่จะลงมือได้ "คนไข้ชื่ออะไรครับ" พิมมาดาเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องเงียบเสียงลง "ไม่ทราบครับหมอ ตำรวจนำตัวส่งมาจากเหตุการณ์ปล้นสะดมที่คลังสินค้าเก่าริมท่าเรือ ไม่มีเอกสารติดตัวสักอย่าง มีเพียงกระเป๋าเอกสารล็อกรหัสที่ถูกส่งมาพร้อมกัน..." พยาบาลสาวละล่ำละลักตอบ พิมมาดาก้มตัวลงมองใบหน้าของผู้ป่วย ใต้คราบเลือดและรอยดินโคลน ใบหน้านั้นคมคาย สันจมูกโด่งเป็นสัน และแม้ในยามที่ลมหายใจรดรินอยู่บนเส้นด้าย มุมปากข้างหนึ่งของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับเขากำลังสนุกสนานกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ มันเป็นรอยยิ้มที่ท้าทาย และสะaldแววตาบางอย่างที่ทำให้หัวใจของพิมมาดากระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ *รอยยิ้มแบบนี้... มันช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน* เงาอดีตในวัยเด็กแวบเข้ามาในหัว กลิ่นอับชื้นของห้องขังและภาพชายผู้ให้กำเนิดที่ถูกตีตราว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง พิมมาดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อขับไล่ความทรงจำสีเทานั้นออกไป เธอไม่ใช่เด็กหญิงผู้หวาดกลัวในวันนั้นอีกแล้ว ตอนนี้เธอคือศัลยแพทย์มือหนึ่ง ผู้ชำนาญการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด ผู้ซึ่งควบคุมความเป็นความตายของผู้คนไว้ใต้ปลายนิ้ว "เตรียมห้องผ่าตัดด่วน เคสนี้มีภาวะเลือดออกในช่องอกขั้นวิกฤต ถ้าเราไม่เปิดแผลตอนนี้ เขาจะไม่รอดถึงสิบนาทีข้างหน้า" เธออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันไปมองกระเป๋าเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือแพทย์ ลายเซ็นต์บนแฟ้มคดีฉุกเฉินที่ตำรวจทิ้งไว้ระบุชื่อผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอำพรางล็อตใหญ่เมื่อคืนนี้... ชื่อเดียวกับที่อยู่ในหัวของเธอ *ศิลา* การผ่าตัดดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด ท่ามกลางเสียงของเครื่องมือแพทย์และหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของทีมแพทย์ พิมมาดากำลังใช้คีมหนีบหลอดเลือดด้วยความแม่นยำระดับไมครอน สายตาของเธอกวาดมองทุกรายละเอียดภายในช่องอกของผู้ป่วย จนกระทั่งปลายนิ้วของเธอสัมผัสเข้ากับบางสิ่งใต้เนื้อเยื่อบริเวณใกล้หัวใจ มันไม่ใช่ก้อนเนื้อ ไม่ใช่ลิ่มเลือด และไม่ใช่เศษโลหะจากการกระแทก แต่มันคือ "ชิปไมโครคอมพิวเตอร์" ขนาดเท่าเล็บมือ ฝังอยู่ใต้ผิวหนังอย่างแนบเนียน พร้อมรหัสตัวเลขสลักไว้ด้วยเลเซอร์ขนาดจิ๋ว พิมมาดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวด้วยความสงสัย นี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุจากการปล้นสะดมธรรมดา แต่มันคือปฏิบัติการลับระดับสูงที่มีเดิมพันเป็นความลับของประเทศ หรืออาจจะ... เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่เธอพยายามลืมเลือนมาตลอดชีวิต ขณะที่เธอกำลังจะคีบชิปปริศนานั้นออกมาใส่ภาชนะสเติลไลซ์ จู่ๆ เสียงสัญญาณชีพที่เคยตกต่ำก็ดังขึ้นเป็นจังหวะยาวเหยียด เสียงเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบถี่รัวในห้องผ่าตัด *ตี--ดดดดดดดดดด!* "หมอครับ! ความดันศูนย์! หัวใจหยุดเต้นแล้วครับ!" พยาบาลหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก พิมมาดาลืมความสงสัยทั้งหมดทิ้งไป สัญชาตญาณดิบของศัลยแพทย์เข้าควบคุมร่างทันที เธอกระโดดเข้าประชิดเตียง วางมือทั้งสองข้างลงบนหน้าอกแกร่งของศิลา แล้วเริ่มทำการกดนวดหัวใจอย่างสุดกำลัง น้ำหนักตัวและแรงกดถูกส่งผ่านฝ่ามือลงไปเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจกลับมาทำงานอีกครั้ง "อย่าเพิ่งตาย... คุณยังต้องตอบคำถามฉัน!" พิมมาดากระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของชายหนุ่ม ขณะที่เหงื่อหยดลงบนแก้มของเขา ผ่านไปสามสวินาทีที่ยาวนานราวกับสามชั่วโมง ในวินาทีที่เธอเตรียมจะใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า ร่างที่นอนแน่นิ่งบนเตียงก็กระตุกเกร็งขึ้นอย่างแรง เปลือกตาที่ปิดสนิทมาตลอดเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นที่เต็มไปด้วยประกายคมกริบและสติที่ตื่นตัวเต็มที่ ศิลาจ้องมองใบหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยของพิมมาดานิ่งสนิท ก่อนที่ริมฝีปากที่แห้งผากจะขยับเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา แผ่วเบาแต่ชัดเจนก้องกังวานในความเงียบงันของห้องผ่าตัด "ยินดีที่ได้พบกันเสียที... คุณหมอพิมมาดา คนไข้คนนี้... รักษาหายยากหน่อยนะครับ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงสัญญาณชีพจรก็กลับมาเต้นเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมกับที่ไฟฉุกเฉินในโรงพยาบาลดับลงวูบ เหลือเพียงแสงไฟสำรองสีส้มสลัว และเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังวิ่งตรงมายังหน้าห้องผ่าตัดด้วยความเร่งรีบ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%