แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังปัง จนแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวมุกสั่นระริก กาแฟสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อยเลอะขอบโต๊ะ ทว่าเจ้าของโต๊ะอย่างธีรดนย์กลับไม่ได้สนใจไยดีหยดกาแฟเหล่านั้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกำลังจ้องมองคนตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างเป็นจุล
"อธิบายมาซิ... รินรดา ว่านี่มันหมายความว่ายังไง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบจนน่ากลัว แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดชนวนความพยศในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
หญิงสาวกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองเอกสารหน้าที่เปิดค้างไว้ ซึ่งเป็นแบบร่างโปรเจกต์รีสอร์ทริมทะเลที่เธอเพิ่งส่งให้ลูกค้าดูเมื่อวานนี้
"จะให้ฉันอธิบายอะไรอีกล่ะคะ ก็อธิบายตามที่เห็นในแบบนั่นแหละ หรือว่าสถาปนิกแถวหน้าอย่างคุณธีรดนย์ จะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก หรือสมองกำลังประมวลผลไม่ทันกันแน่" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เชือดเฉือนไม่แพกัน
ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะทำงานเข้าหาเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง "คุณเปลี่ยนแปลนโครงสร้างหลักโดยไม่ปรึกษาผม แถมยังย้ายโลเคชั่นของล็อบบี้ไปไว้ฝั่งทิศตะวันตก ทั้งที่ทิศทางลมกับองศาแสงแดดมันพังหมด... คุณใช้สมองส่วนไหนคิดฮะ รินรดา!"
"ฉันใช้สมองส่วนที่เป็นศิลปินค่ะ ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ต้องเดินตามพิมพ์เขียวแข็งทื่อไร้จิตวิญญาณแบบที่คุณชอบ!" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ลูกค้ารีเควสว่าอยากเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินจากมุมล็อบบี้ชัดๆ ถ้าทำตามแบบเดิมเป๊ะๆ ของคุณ ลูกค้าคงได้นั่งมองแต่ผนังปูนทึบๆ ไปจนวันตายพอดี!"
"แต่แบบนั้นมันทำลายหลักวิศวกรรมโครงสร้างทั้งหมด! คุณรู้ไหมว่าเสาเข็มเจาะที่ลงไปน่ะ มันคำนวณน้ำหนักไว้สำหรับแปลนเดิม ถ้าขยับไปฝั่งนั้น น้ำหนักจะเทไปด้านเดียวและเสี่ยงต่อการทรุดตัวในอนาคต!" ธีรดนย์ตวาดกลับ เสียงดังลั่นห้องทำงานส่วนตัวจนเลขาหน้าห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ก็แก้สิคะ! หน้าที่ของคุณคือการหาทางออก ไม่ใช่มายืนเห่าใส่ฉันด้วยเหตุผลวิชาการงี่เง่าพวกนี้!"
รินรดาตะโกนใส่หน้าเขากลับเช่นกัน ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายวันระเบิดออกมาเป็นน้ำตาคลอเบ้า แต่เธอไม่มีวันยอมแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเด็ดขาด มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
ธีรดนย์ชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นแววตาที่ไหวระริกคู่นั้น แต่ทิฐิและความโมโหที่ถูกท้าทายมาตลอดทำให้เขากลืนคำพูดที่อ่อนโยนลงคอไปหมดสิ้น ใบหน้าของเขาเรียบตึงไร้ความรู้สึกอีกครั้ง
"ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเก่งนัก เก่งหนาที่จะแหกกฎทุกอย่างได้ตามใจชอบ... ก็เชิญออกไปจากโปรเจกต์นี้ซะ" ธีรดนย์พูดเสียงเรียบเย็นชา แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เพราะผมจะไม่ยอมเอาชื่อเสียงสิบปีของบริษัท มาแลกกับความอาร์ตไร้สาระของคุณเด็ดขาด"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดานิ่งอึ้งไปกับคำประกาศิตนั้น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจวาดภาพประกอบและออกแบบคอนเซปต์สีให้กับโปรเจกต์นี้มาเป็นเดือน แต่เขากลับไลParameters เธอกลับง่ายๆ แค่เพราะความเห็นไม่ตรงกันเนี่ยนะ
"พูดออกมาได้ง่ายจังนะคะ..." รินรดาแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมาขอบตา แต่เธอเชิดหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่มันกลับไป "เก่งมากค่ะคุณธีรดนย์ เชิญคุณเอาแบบพิมพ์เขียวที่ไร้หัวใจของคุณไปทำต่อคนเดียวเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วง ฉันจะถอนตัวออกไปให้พ้นหน้าคุณเดี๋ยวนี้แหละ!"
พูดจบ รินรดาก็คว้ากระเป๋าหนังบนเก้าอี้สะพายพาดบ่าอย่างรวดเร็ว เธอหมุนตัวเดินจ้ำอ้าwออกจากห้องทำงานของเขาด้วยฝีเท้าหนักแน่น แม้ในใจจะร้าวรานจนแทบแตกสลายก็ตาม
ปัง!
เสียงประตูกระจกปิดกระแทกตามหลังอย่างแรง สติของธีรดนย์ที่หลุดลอยไปชั่วขณะดึงกลับมาได้ด้วยเสียงนั้น เขายืนนิ่งค้างอยู่ท่าเดิม มือที่ค้ำโต๊ะอยู่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองไปที่แฟ้มงานบนโต๊ะที่ตอนนี้ว่างเปล่า
"โธ่เว้ย!" ธีรดนย์สบถออกมาเสียงดังลั่นห้อง พร้อมกับกวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะลงพื้นอย่างไร้การควบคุม เอกสารและกระดาษร่างภาพกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด
เขาไม่ได้ตั้งใจจะไล่เธอออกไปจริงๆ สักหน่อย... สิ่งที่เขาต้องการคือการตักเตือนให้เธอระวังเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่ประชดประชันไล่ให้เธอเดินออกจากชีวิตเขาแบบนี้
ชายหนุ่มเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย เดินกระแทកเท้าไปที่ประตูกระจกแล้วเปิดผางออกหวังจะตามไปรั้งตัวคนอวดดีกลับมาอธิบายให้รู้เรื่อง แต่ทว่า เมื่อก้าวออกมาที่โถงทางเดินด้านนอก ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาต้องหยุดชะงักงัน
รินรดากำลังยืนคุยอยู่กับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบ ผู้ชายคนนั้นคือ 'ภาคิน' สถาปนิกคู่แข่งคนสำคัญที่พยายามซื้อตัวรินรดาไปร่วมงานด้วยมาโดยตลอด และในจังหวะนั้นเอง ภาคินก็ยื่นมือออกไปโอบไหล่บางของรินรดาอย่างสนิทสนม พร้อมกับโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ซึ่งรินรดาก็ไม่ได้หลบหลีกแต่อย่างใด เธอกลับพยักหน้ารับช้าๆ เหมือนเป็นการตกลงอะไรบางอย่าง
ดวงตาของธีรดนย์เบิกกว้างขึ้น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความหึงหวงพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 21
ความเข้าใจที่สวนทาง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!