สัมผัสอุ่นชื้นจากปลายจมูกที่กดลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่า ยังคงทิ้งร่องรอยความวาบหวามไว้บนผิวเนื้อราวกับรอยประทับตราความเป็นเจ้าของ ภาคินขยับกายเข้าหาไอร้อนจากร่างนุ่มที่นอนตะแคงหันหลังให้อย่างคุ้นชิน ลมหายใจสม่ำเสมอของเขาบ่งบอกว่าห้วงนิทราเมื่อครู่เต็มไปด้วยความสุขสมที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับปี ฝ่าหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปโอบกอดเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าภาพฝันอันหอมหวานเมื่อคืนจะสลายหายไปกับความมืด
ทว่า… สิ่งที่ปลายนิ้วของเขาควานหาได้กลับไม่ใช่ความอุ่นนุ่มของเรือนร่างเย้ายวนอย่างที่ใจปรารถนา หากแต่เป็นความว่างเปล่า และความเย็นเยียบของผืนผ้าปูที่นอนที่ไร้เงาร่างของเจ้าของ
ดวงตาสคมลืมโพลงขึ้นในความเงียบ ความง่วงงุนถูกปัดเป่าหายไปในพริบตาเมื่อเขาพบว่าเตียงนอนขนาดคิงไซส์ฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า รสรินไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้น
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่เคยลอยวนเวียนอยู่รอบกายยังคงจางอยู่ในอากาศ ทว่าเจ้าของเรือนร่างระหงที่ทำให้เขาคลั่งไคล้จนแทบเสียสติเมื่อคืนนี้ กลับยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีนิลสนิท รสรินกำลังจิบกาแฟดำจากแก้วเซรามิกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ท่วงท่าและแผ่นหลังที่ตั้งตรงนั้นแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งและห่างเหิน ราวกับเหตุการณ์เร่าร้อน วาบหวาม และเสียงครางกระซิบออดอ้อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เป็นเพียงเรื่องโกหกที่ถูกสร้างขึ้นในความฝัน
ภาคินยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกวูบโหวงในอกตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาพ่นลมหายใจออกทางปากยาวเหยียด ก่อนจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ สองแขนแข็งแรงสวมกอดเอวบางจากด้านหลังทันทีที่เข้าประชิดตัว พร้อมกับกดริมฝีปากลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างออดอ้อนเหมือนเด็กๆ ที่กำลังต้องการความมั่นใจ
“ตื่นเช้าจังครับ… รส” น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวด้วยพิษสวาทเอ่ยชิดใบหู พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มลูบไล้ขึ้นลงบนหน้าท้องแบนราบใต้ร่มผ้าอย่างถือวิสาสะ
ทว่า… ไม่มีเสียงครางหวานหู ไม่มีสัมผัสตอบรับอย่างยินยอมพร้อมใจเช่นเคย รสรินนิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ อย่างจงใจ จากนั้นจึงยกมือขึ้นแกะปลายนิ้วแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวเธออยู่ออกทีละนิ้วอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความลังเล
“ปล่อยค่ะ คุณภาคิน” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเรียบนิ่ง แห้งแล้ง และราบเรียบจนน่าใจหาย มันไม่ใช่เสียงของภรรยาที่กำลังออดอ้อนสามี แต่มันคือเสียงของนักเจรจาธุรกิจที่กำลังปฏิเสธดีลที่ไร้ค่า
ภาคินชะงัก ร่างสูงแข็งทื่อ เขารั้งร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบฉายแววไม่เข้าใจและระคนหวาดหวั่นลึกๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต “รส… เป็นอะไรไป เมื่อคืนเรา… เราเพิ่งจะ…”
“เมื่อคืนก็แค่เรื่องบนเตียงค่ะ” รสรินตัดบทด้วยดวงตาสีดำสนิทที่มองตรงมายังเขาอย่างไร้ประกายความรู้สึก มุมปากของเธอหยียิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ทำเอาหัวใจของเจ้าพ่อวงการธุรกิจกระตุกวูบ “คุณคงไม่ได้คิดหรอกนะคะ ว่าแค่เรื่องบนเตียงคืนเดียว จะลบความอัปยศสามปีที่คุณเคยมอบให้ฉันได้?”
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ภาคินขมวดคิ้วแน่น ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความอ่อนโยนเมื่อครู่ “รส! คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง! ผมยอมรับว่าในอดีตผมเคยโง่เง่า เคยใจร้ายกับคุณ แต่ตอนนี้ผมกำลังพยายามแก้ไขมัน ผมกำลังชดใช้ให้คุณทุกอย่าง!”
“การชดใช้เหรอคะ?” รสรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างระหงก้าวถอยหลังออกห่างจากอ้อมกอดของเขาโดยอัตโนมัติ สร้างช่องว่างระหว่างกันและกันอย่างชัดเจน “คุณคิดว่าเอาตัวเข้าแลก เอาความเร่าร้อนบนเตียงมาปรนเปรอฉัน แล้วฉันจะลืมความเจ็บปวดในวันที่ฉันต้องเซ็นใบหย่าทั้งๆ ที่อุ้มท้องลูกของคุณไว้เหรอคะคุณภาคิน? คุณคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหน ถึงคิดว่าทุกอย่างจะหมุนกลับมาตามใจคุณได้ตลอดเวลา?”
“รส…” ภาคินกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและอัดอั้น “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น… ผมแค่อยากให้เราเริ่มต้นใหม่ ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ”
“แต่ฉันไม่ต้องการการเริ่มต้นใหม่กับคนทรยศค่ะ” รสรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอทรงพลัง เด็ดเดี่ยว และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “เกมระหว่างเรา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะคะ… และจำไว้ว่า ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่คุณจะเหยียบย่ำแล้วเขี่ยทิ้งได้ตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องพักหรูหราทันที ภาคินจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหลงใหล คลุ้มคลั่ง และหวาดกลัว ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่รสรินคนอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้ในอดีตอีกแล้ว เธอกลายเป็นราชินีที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลکคามือด้วยรอยยิ้ม
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’*
ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย ภาคินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใครกันที่กล้ามาเคาะห้องรบกวนเวลาส่วนตัวของเขาในยามเช้าแบบนี้ ส่วนรสรินกลับขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะเธอยังไม่ได้นัดหมายใครให้มาพบที่นี่ในเวลานี้
“รอก่อนนะ…” ภาคินหันไปบอกภรรยาเก่าด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ประตูเพื่อเปิดต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ทว่า… ทันทีที่เขาเปิดประตูกว้างออก สายตากลับกวาดมองไม่พบใครยืนอยู่ระดับสายตาผู้ใหญ่ ภาคินขมวดคิ้วด้วยความฉงน ก่อนจะก้มลงมองต่ำลงไป
และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องล่าง ก็ทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลถึงกับสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ที่หน้าประตูห้องพัก… มีร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ มองหน้าเขาด้วยดวงตากลมโตสีดำสนิทที่ถอดแบบมาจากรสรินราวกับพิมพ์เดียวกัน ข້າງกายของเด็กน้อยมีกระเป๋าเดินทางใบเล็กจิ๋ววางอยู่ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนพื้นพรมแทบเท้าของเด็กชาย มีซองเอกสารลับสีน้ำตาลที่หลุดร่วงจากมือเล็กๆ นั้น โดยมีมุมกระดาษแผ่นหนึ่งโผล่อออกมา และตัวหนังสือพิมพ์พิมพ์ชัดเจนสะดุดตาว่า… *“ผลการตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 24
ภาพลวงตาหรือความจริง
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!