เศษโลหะชิ้นสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อน เสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในห้องประเมินเวทมนตร์ที่เงียบเชียบราวดป่าช้า
"เหลวไหลสิ้นดี... เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปี ไร้ซึ่งวงแหวนเวทมนตร์ในกระแสมานิตั้งแต่กำเนิด แต่กลับดึงดันจะสอบเข้าภาควิชาอัศวินเวทมนตร์ชั้นสูงของสถาบันเซนต์ลูเมียเน้างั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำของศาสตราจารย์มาร์คัส ดังขึ้นพร้อมกับสายตาสมเพชที่มองผ่านแว่นกรอบทอง เขาปัดแฟ้มประวัติสีขาวสะอาดลงในถังขยะข้างโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี เอกสารแผ่นนั้นมีชื่อของ **"เรย์"** เขียนไว้ตัวโต แต่สำหรับสถาบันแห่งนี้ มันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถูกนำมาพิจารณา
เรย์ยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประเมิน ร่างกายของเด็กหนุ่มสูงโปร่งตามวัย สวมชุดเครื่องแบบนักเรียนตัดเย็บอย่างเรียบร้อย ทว่าไร้ซึ่งตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางใดๆ ดาบยาวในฝักหนังสีดำสนิทถูกคาดไว้ที่เอวซ้าย น้ำหนักของมันนิ่งสนิท ไม่เคยเปล่งแสงเวทมนตร์สีครามหรือสีทองอร่ามเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ เรย์ไม่ได้ก้มหน้าหนีสายตาดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น ดวงตาคมกริบสีนิลมองตรงไปยังศาสตราจารย์ผู้คุมสอบอย่างสงบนิ่ง ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเมตตาจากท่านครับ ศาสตราจารย์มาร์คัส" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนในความเงียบ "กฎของสถาบันระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่มีอายุครบเกณฑ์และผ่านการคัดเลือกภาคปฏิบัติขั้นต้น มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นนักเรียนเวทมนตร์ศาสตรา"
"กฏนั่นมีไว้สำหรับคนที่มี 'มานา' พ่อหนุ่ม!" มาร์คัสหัวเราะในลำคอ สีหน้าเยาะหยันปรากฏชัดเจน "เวทมนตร์คือรากฐานของโลกใบนี้ คือพลังที่พระเจ้าประทานให้เพื่อขับเคลื่อนอาณาจักร ดาบเหล็กกล้าทื่อๆ ของเธอ มันเป็นแค่เศษเหล็กที่ใช้ตัดฟืนในยุคโบราณ ไม่มีนักเวทคนไหนเขาใช้ดาบเปล่าๆ เข้าในสนามรบที่มีมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติหรอกนะ... กลับบ้านไปซะ ไปทำอาชีพที่เหมาะสมกับคนไร้เวทมนตร์เสียเถอะ"
เสียงกระซิบกระซาบจากกลุ่มนักเรียนหัวกะทิที่ยืนมุงดูอยู่รอบห้องเริ่มดังขึ้น เสียงหัวเราะคิกคักและคำดูถูกสาดซัดเข้ามาหาเรย์ราวกับสายฝนในฤดูหนาว หลายคนมองเขาด้วยสายตารังเกียจราวกับตัวประหลาดที่หลุดรอดเข้ามาในสังคมชั้นสูง
เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนสงบนิ่ง มือขวาวางทราบอยู่บนด้ามดาบไร้นามที่ข้างเอว ความเย็นเฉียบของโลหะส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่จิตใจ ช่วยให้เขาสามารถรักษาความสุขุมเยือกเย็นท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นพิษนี้ไว้ได้
โลกใบนี้บูชาเวทมนตร์ ทุกคนถูกสอนให้พึ่งพาวงแหวนเวทมนตร์ คาถาอาคม และการร่ายอักขระเพื่อแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สำหรับเรย์แล้ว... ดาบเล่มนี้คือความจริงเดียวที่เขาเชื่อมั่น มันไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือการฝึกฝน ร่างกาย และจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด และศาสตราจารย์มาร์คัสกำลังจะโบกมือไล่ให้อัศวินยามลากตัวเรย์ออกไปจากห้อง บานประตูไม้สักทองบานใหญ่ที่ด้านหลังห้องประเมินก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอลตป่าลอยละล่องมาแตะจมูก ทุกสายตาในห้องหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที
หญิงสาวในชุดคลุมยาวสีดำสนิทขลิบเงินเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เรือนผมสีเงินยวดยาวสลวยถึงกลางหลัง ดวงตาสีอัมพันคู่สวยดูเย็นชาและลึกลับราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้ทุกลมหายใจในห้องนั้นสะดุดกึกลงทันที
"อาจารย์เอลาร่า..."
ศาสตราจารย์มาร์คัสเปลี่ยนสีหน้าจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เขารีบลุกขึ้นยืนโค้งคำนับให้ผู้มาใหม่ทันที เช่นเดียวกับเหล่าสكرีตและนักเรียนรอบห้องที่ต่างพากันก้มหัวให้ด้วยความยำเกรง เพราะเธอคือหนึ่งในอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของสถาบัน และยังเป็นผู้ดูแล 'หอคอยผนึกเวท' สถานที่ต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
เอลาร่ากวาดสายตาเรียบเฉยผ่านร่างของเหล่าอาจารย์และนักเรียน ก่อนที่ดวงตาสีอัมพันคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่เด็กหนุ่มผู้ถือดาบไร้นาม
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ
ไม่มีคำพูดใดๆ ระหว่างคนทั้งสอง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เรย์สัมผัสได้ถึงกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ไหลผ่านห้วงความคิด มันไม่ใช่เวทมนตร์คุกคาม แต่เป็นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งถึงจิตวิญญาณและความลับทั้งหมดที่เขาซ่อนเอาไว้
เอลาร่าก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเรย์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมเย็นของเธอยิ่งเด่นชัดขึ้น ท่ามกลางความเงียบสนิทที่ทุกคนต่างลุ้นระทึกว่าอาจารย์สาวผู้เยือกเย็นจะจัดการกับ "ตัวปัญหา" คนนี้อย่างไร
"ดาบเล่มนั้น..." เอลาร่าเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เย็นเยียบ ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน "เหตุใดเจ้าจึงเลือกใช้มัน ในเมื่อโลกใบนี้มีเวทมนตร์ที่สะดวกสบายกว่ามากมายรออยู่?"
เรย์สบตากับเธออย่างไร้ความหวาดหวั่น มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก
"เพราะเวทมนตร์อาจโกหกและสูญหายไปได้ตามกาลเวลาครับอาจารย์เอลาร่า..." เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงหนักแน่น "แต่คมดาบที่สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและความเจ็บปวดของตัวเอง จะไม่มีวันหักสะบั้นลงต่อหน้าความจริง"
คำตอบนั้นทำให้คิ้วเรียวสวยของเอลาร่าขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาสีอัมพันวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสกับฝักดาบไร้นามที่เอวของเรย์อย่างแผ่วเบา
*ติ๊ง!*
[ระบบสนับสนุนผู้สืบทอดจิตวิญญาณอัศวิน: ตรวจพบตัวตนของ 'ผู้ผนึกเวทมนตร์ศาสตรา' (เอลาร่า)]
[เงื่อนไขเงื่อนงำระดับ SSS ถูกกระตุ้น!]
[คำเตือน: หากท่านปล่อยให้ดาบเล่มนี้ถูกปฏิเสธในวันนี้ พลังที่หลับใหลในหอคอยผนึกจะตื่นขึ้นและทำลายสถาบันในอีก 72 ชั่วโมงข้างหน้า!]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดาบไร้นามกับอาจารย์สาวผู้ปิดผนึกเวทมนตร์ศาสตรา•ตอนที่ 1
ดาบที่ไร้เสียง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบไร้นามกับอาจารย์สาวผู้ปิดผนึกเวทมนตร์ศาสตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
