"บอกแล้วไงครับว่าตึกนี้มันไม่ใช่สัปเหร่อ มันถึงได้มีแต่คนหลงผิดชีวิตเปลี่ยน... ดูสภาพพวกคุณสองตัวตอนนี้สิ เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแถมยังเดินดุ่มๆ เข้ามาผิดอาณาจักรอีกต่างหาก"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของไอ้โบ๊ทดังแทรกเสียงสายฝนที่กำลังกระหน่ำซัดสาดกระจกใสบานใหญ่ของตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมชวนง่วงนอน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือเวลานี้ตัวผม—เตชินท์ หรือ 'เต็นท์' หนุ่มปีสามคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สุดหล่อเหลาผู้กำลังเผชิญวิกฤตการณ์กระเป๋าเอกสารเกือบเปียกชุ่ม กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องปฏิบัติการสตูดิโอออกแบบชั้นสอง โดยมีสายตาขุ่นเคืองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของใครบางคนพุ่งตรงมาปักกลางหลัง
เหตุการณ์มันเริ่มต้นจากความซวยล้วนๆ ครับ ฝนฟ้าลำאןเจ้ากรรมดันตกลงมาห่าใหญ่ตอนที่ผมวิ่งมาจากโรงอาหารคณะสถาปัตย์ฯ เพื่อจะเอาแบบแปลนโปรเจกต์ด่วนไปส่งให้อาจารย์ที่ตึกภาควิชาข้างเคียง ด้วยความรีบเร็วจนแทบจะเหาะแถมฟ้าฝนยังกระหน่ำจนมองแทบไม่เห็นทาง ผมเลยพุ่งตัวหลบเข้าประตูกระจกที่ใกล้ที่สุดอย่างไม่ทันได้สังเกตป้ายหน้าตึก... รู้ตัวอีกที กลิ่นสีอะคริลิก กลิ่นทินเนอร์ และผลงานปั้นโครงสร้างประติมากรรมรอบตัวก็ฟ้องชัดเจนว่า ที่นี่ไม่ใช่ตึกสถาปัตย์ฯ ของผมแน่นอน
แต่มันดันไม่ใช่แค่การเดินเข้าตึกผิดครับ... ความซวยขั้นกว่าคือ ผมดันก้าวเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พับโครงเหล็กสีดำตัวเก่ง ที่มีป้ายกระดาษกาวเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่อ่านโคตรชัดแปะอยู่ว่า *'ที่นั่งส่วนบุคคล ห้ามใครหน้าไหนมาเนียนนั่งเด็ดขาด (เตือนแล้วนะ!)'*
"นี่นาย!"
เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างสูงตระโกนแหวลั่นห้อง จนเพื่อนในกลุ่มที่กำลังก้มหน้าก้มตากัดฟันทำงานถึงกับสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว ผมค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแม้ในใจจะแอบคิดว่า *'ยัยนี่เสียงดังชะมัด จะกินหัวชาวบ้านเขาหรือไง'*
เจ้าของเสียงคือร่างบางในชุดเสื้อช็อปเปื้อนสีอะคริลิกเบอร์สิบ ผมยาวประบ้าถูกรวบเป็นมวยลวกๆ ด้วยดินสอไม้ เจ้าตัวกำลังยืนเท้าสะเอว หน้าตาบึ้งตึงจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบว์ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองผมด้วยความเดือดดาลระดับสิบกระโหลก
"เรียกผมเหรอครับคนสวย?" ผมเลือกใช้กลยุทธ์หน้ามึนเข้าสู้ ส่งยิ้มมุมปากแบบฉบับหนุ่มสถาปัตย์กวนประสาทไปให้ทีหนึ่ง หวังจะกวนโมโหเล่นแก้เขินที่ดันนั่งผิดที่
"ไม่ต้องมาทำเป็นตีหน้ามึนใส่ฉันเลยนะ!" พาย—หรือพายอาร์ สาวปีสองเอกการออกแบบตัวแม่ประจำสตูดิโอ พุ่งปรี่เข้ามาหยุดยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าผม ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนผมได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นสีน้ำบนตัวเธอ "ตึกคณะเธอน่ะมันอยู่โน่น ข้ามถนนไปอีกฝั่งโน้นโน่นค่ะพ่อคุณ! แล้วไอ้เก้าอี้ตัวที่นายหย่อนก้นนั่งลงไปเนี่ย มันเป็นสมบัติอันล้ำค่าของฉัน เป็นบัลลังก์ส่วนตัวที่ห้ามใครแตะ แล้วดูซิ... เสื้อเปียกน้ำฝนเยินซะขนาดนั้น เอาความหน้าด้านมาจากไหนถึงกล้ามานั่งเบาะผ้าใบของฉันฮะ!"
โอ้โห... เทศนาชุดใหญ่ไฟกระพริบมาเต็ม แบบไม่ต้องหายใจหายคอกันเลยทีเดียวครับ
ผมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองสำรวจแม่ประติมากรจำเป็นตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ยัยนี่เวลาโมโหแล้วแก้มป่องเป็นปลาปักเป้าชะมัด แถมปากคอเราะรายใช่ย่อยสมกับเป็นเด็กศิลปกรรมฯ เสียจริง
"โห ใจร้ายจังเลยนะครับคุณพายอาร์..." ผมจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเธอให้ยาวกว่าปกติเล็กน้อย พร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเธอต้องเงยหน้ามองตาม "ผมแค่หลบฝนเข้ามาพักพิงชั่วคราวเอง นึกว่าเก้าอี้ตัวนี้ทางคณะเขาจัดเตรียมไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนซะอีก... ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าเจ้าของเขาจะหวงก้าง เอ้ย หวงเก้าอี้ ยิ่งกว่าจงអាងหวงไข่ขนาดนี้"
"นี่นายว่าใครหวงก้างไม่ทราบ!" พายอาร์หน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้น "นายนั่นแหละมารยาททราม! บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวแถมยังทำเบาะเก้าอี้ฉันเปียกชื้นหมดแล้วเนี่ย! รู้ไหมว่างานฉันต้องใช้นั่งปั้นโมเดลทั้งคืน ถ้านายไม่รับผิดชอบเช็ดให้แห้งและทำความสะอาดนะ ฉัน... ฉันจะฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาแน่!"
"โอ๊ะ กลัวจังเลยครับ" ผมแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นทาบอกทำหน้าตกอกตกใจเบอร์ใหญ่ ชนิดที่ต่อให้ส่งเข้าประกวดละครเวทีคณะก็คงกวาดเรียบทุกรางวัล "จะฟ้องอาจารย์เลยเหรอครับเนี่ย รุนแรงจัง... งั้นเอาอย่างนี้ไหม ในเมื่อผมทำเบาะคุณเปียก ผมยินดีรับผิดชอบด้วยการ... เลี้ยงชาไข่มุกไต้หวันแก้วใหญ่ หวานร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมท็อปปิ้งแน่นๆ เป็นการไถ่โทษ ดีไหมครับ?"
"ใครอยากกินชาไข่มุกของนายฟะ! สิ่งที่ฉันต้องการคือเก้าอี้สะอาดๆ คืนมาต่างหากเล่า!" เธอตอกกลับทันควันโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว แต่หูกลมๆ ทั้งสองข้างของเธอนั่นสครับ... มันขึ้นสีแดงแจ๋อย่างเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ในแสงไฟสลัวของห้องสตูดิโอ
หึ... ปากบอกไม่เอา แต่หูแดงแจ๋แบบนี้ แปลว่าเริ่มแพ้ทางคนหล่อคารมดีอย่างผมแล้วสินะครับ
ในจังหวะที่ผมกำลังจะอ้าปากหยอดมุกเสี่ยวใส่เธอต่อเพื่อดูปฏิกิริยาขี้โวยวายให้หายมันเขี้ยว เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตในโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นรัวๆ จนสั่นสะเทือน ผมหยิบมันขึ้นมาปรายตามองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะความสนุก แต่พอเห็นชื่อกลุ่มแชตและข้อความที่เพื่อนสนิทตัวแสบส่งเข้ามา หัวใจผมก็กระตุกวูบโดยไม่ทันตั้งตัว
*[กลุ่ม: สถาปัตย์ตัวพ่อ & ล่อเป้าให้เพื่อน]*
**โบ๊ท:** @เต็นท์ มึง... กูว่ามึงรีบลงมาจากตึกศิลปกรรมฯ ด่วนเลยว่ะ
**นารา:** ใช่ รีบลงมาเถอะแก ก่อนที่เรื่องใหญ่มันจะเกิด
**เต็นท์:** อะไรของพวกมึงวะ ฝนตกปรอยๆ กูติดพันอยู่เนี่ย กำลังจะจีบ... เอ้ย เคลียร์กับเจ้าของเก้าอี้อยู่
**โบ๊ท:** กูไม่ได้ล้อเล่น ไอ้เต็นท์! มึงจำน้องรหัสปีหนึ่งที่มึงฝากของไว้ในล็อกเกอร์ได้ป่ะวะ น้องเขากำลังเดินถือกล่องพัสดุกำลังจะไปหาผู้ชายอีกคนหลังตึกคณะมึงเนี่ย!
**เต็นท์:** ว่าไงนะ?!
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข้อมูลในหัวตีรวนกันมั่วซ้ำสอง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพายอาร์ที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกมองผมด้วยสายตาสงสัยปนหมั่นไส้ ผมก็รู้ทันทีว่าผมไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับยัยตัวแสบตรงนี้อีกต่อไปแล้ว
โปรเจกต์แปลนตึกก็ยังไม่ได้ส่ง... แถมยังมีเรื่องด่วนระดับวิกฤตการณ์หัวใจพุ่งชนเข้ามาตัดหน้าอีก!
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ คว้ากระเป๋าเอกสารขึ้นพาดบ่าอย่างทุลักทุเล ก่อนจะหันไปสบตากับพายอาร์ที่ยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของผม
"เอ่อ... คือว่านะคุณพายอาร์ เรื่องเก้าอี้เนี่ย เดี๋ยวผมกลับมาเคลียร์ต่อนะครับ พอดีมีเรื่องคอขาดบาดตายต้องไปจัดการว่ะ... เอ้ย! ต้องไปจัดการครับ!" ผมเกือบหลุดปากพูดคำหยาบออกไปเพราะความลนลาน
"ฮะ? อะไรของนาย จู่ๆ ก็ทำหน้าตาตื่นเหมือนเจอผี..." พายอาร์ขมวดคิ้วมุ่น
แต่ผมไม่มีเวลามาอธิบายอะไรทั้งนั้นแล้วครับ มือหนารีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความตอบกลับแชตของไอ้โบ๊ทอย่างรวดเร็วด้วยความหัวร้อนและหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
*พิมพ์ข้อความ:* **"มึงส่งพิกัดมาเดี๋ยวนี้! ส่วนยัยเด็กนั่น... เดี๋ยววันนี้กูจะไปลากคอมาเคลียร์ให้รู้เรื่อง!"**
ด้วยความรีบร้อนและนิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความโมโห ผมเผลอกดส่งข้อความยาวเหยียดที่ตั้งใจจะส่งเข้ากลุ่มเพื่อนสนิท...
*ปิ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของพายอาร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบของห้องสตูดิโอ
ผมชะงักกริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อก้มลงมองหน้าจอตัวเองแล้วพบความจริงอันโหดร้าย...
*ฉิบหายแล้วครับ... ผมเผลอกดส่งแชตสารภาพความในใจยาวเหยียดที่พิมพ์ค้างไว้จะส่งให้เพื่อน... ไปเข้าแชตส่วนตัวของ 'พายอาร์' สาวเจ้าของเก้าอี้คู่อริคนนี้แบบเต็มๆ ตา!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความรักครั้งนี้นะครับ
สลับสายนั่งผิดโต๊ะ แต่ดันโยกย้ายหัวใจใส่เธอ•ตอนที่ 1
อุบัติเหตุตึกข้างๆ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับสายนั่งผิดโต๊ะ แต่ดันโยกย้ายหัวใจใส่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
