กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาจุกถึงลำคอ รสชาติเค็มปร่าของหยาดโลหิตที่ไหลซึมจากมุมปากทำให้เรย์ตระหนักว่าเขายังมีลมหายใจอยู่... แม้ว่ามันจะเป็นลมหายใจที่สั้นเต็มทีแล้วก็ตาม
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังราวกับถูกไฟแผดเผา แรงกระแทกจากการถูกมอนสเตอร์ระดับ F อย่าง *กอบลินคลั่ง* เหวี่ยงกระแทกเข้ากับผนังหินปูนชื้นแฉะของดันเจี้ยน ทำให้แผ่นหลังของเขาชาดิก ไร้ความรู้สึก แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกชัดเจนว่าซี่โครงด้านขวาอย่างน้อยสองซี่น่าจะหักร้าวและทิ่มทะลุอวัยวะภายใน
"แฮก... แฮก..."
เสียงหอบหายใจรดรินดังสะท้อนอยู่ในความมืดสลัว แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่ปักอยู่บนผนังใกล้ ๆ เริ่มริบหรี่ลงทุกที ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะความไร้พลังของฮันเตอร์แรงก์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างเขา
เรย์กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่หยาดเหงื่อและเลือดที่ไหลเข้าตา ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นอะไร แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝเท้าหนักหน่วงที่ย่ำลงบนพื้นหินเปียกชื้นดัง *ตับ... ตับ...* ใกล้เข้ามาทุกที กอบลินตัวนั้นถือกระบองหนามที่อาบไปด้วยเลือดของฮันเตอร์ผู้เคราะห์ร้าย—ซึ่งก็คือเพื่อนร่วมทีมที่ทิ้งเขาไว้เบื้องหลังเพื่อเอาตัวรอด
*ไอ้พวกเวรเอ้ย... บอกว่าจะแบ่งปันภารกิจกันคนละครึ่ง สุดท้ายก็ใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อแล้วหนีหางจุกตูดไปซะงั้น*
มุมปากของเรย์ยกยิ้มหยัน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ สมองที่ทำหน้าที่คำนวณและประเมินสถานการณ์กลับทำงานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ฮันเตอร์แรงก์ F ไม่มีมานา ไม่มีทักษะโจมตีรุนแรง และไม่มีแม้แต่เงินพอจะซื้อโพชั่นราคาแพง สิ่งเดียวที่เขามีคือสมองที่ผ่านการวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์มานับครั้งไม่ถ้วน
มือซ้ายที่ยังพอขยับได้ค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสกับวัตถุเย็นเฉียบที่เหน็บอยู่ข้างเอว... มีดสั้นขึ้นสนิมเล่มเก่าที่ผ่านการใช้งานมาโชกโชน มันไม่ใช่ศาสตราวาธเวทมนตร์ราคาแพง แต่มันคือเพื่อนแท้เล่มเดียวในโลกที่เขาพึ่งพาได้
"มาสิไอ้ตัวประหลาด... แกอยากกินเนื้อฉันนักใช่ไหม?" เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และดื้อรั้น แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ดั่งใจ แต่จิตวิญญาณภายในกลับลุกโชนขึ้นมาสวนทางกับความหนาวเหน็บของดันเจี้ยน
กอบลินคลั่งคำรามลั่นเมื่อเห็นเหยื่อยังกล้าส่งเสียง มันเงื้อง่ากระบองหนามขึ้นสูง หมายจะฟาดลงมากลางกะโหลกให้แหลกเป็นMผุยผงในคราเดียว
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง...
[ติ๊ง!]
เสียงใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์ มันไม่ใช่เสียงของโลกความเป็นจริง แต่มันดังมาจากห้วงลึกของจิตสำนึก
[ระบบสุ่มรักและเอาตัวรอดกำลังเชื่อมต่อ...]
[ตรวจพบโฮสต์อยู่ในภาวะวิกฤตขั้นวิกฤต ใกล้เสียชีวิต 99.99%]
[เงื่อนไขพิเศษกระตุ้นการทำงาน... 'ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก' ทำการปลุกสำเร็จ!]
เรย์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงง *นี่เขาประสาทหลอนไปแล้วงั้นหรือ? ใกล้ตายจนหูแว่วได้ยินเสียงเกมงี่เง่าเนี่ยนะ?*
[คำเตือน: โฮสต์มีเวลาตัดสินใจ 5 วินาที ก่อนที่กะโหลกจะถูกทุบแตกละเอียด]
[ทางเลือกที่ 1: ยอมแพ้และตายอย่างอนาถในดันเจี้ยนไร้ชื่อ (รับประกันความเจ็บปวดระดับ 10)]
[ทางเลือกที่ 2: ทำสัญญาผูกพันวิญญาณกับระบบ และเริ่มต้นเส้นทาง "ตัวร้ายสายซึน" เพื่อกวาดล้างโลกใบนี้!]
กระบองหนามพุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วสูง เงาดำทาบทับร่างของเรย์จนมิดชิด ความตายอยู่ห่างไปเพียงแค่ลมหายใจกั้น
*ตายก็ตายวะ ดีกว่ายอมให้ไอ้กอบลินบ้านี่เหยียบหัว!*
"เลือกข้อสองโว้ย!" เรย์ตะโกนก้องในใจพร้อมกับรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว!
*ตูม!* กระบองหนามฟาดลงบนพื้นหินจนแตกกระจาย เศษหินคมกริบกระเด็นบาดแก้มของเรย์เป็นทางยาว แต่เขาสนใจเสียที่ไหน เพราะในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างโปร่งใสสีแดงฉานแสงวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
[ยืนยันการเลือกทางเลือกที่ 2 สำเร็จ]
[กำลังดาวน์โหลดแพ็กเกจทักษะเริ่มต้น: 'ปากพาซวยแต่เอาตัวรอดเก่งระดับ S']
[คำเตือนจากระบบ: เนื่องจากโฮสต์มีความเชื่อมโยงกับบุคคลอันตราย ระบบจึงแถมฟังก์ชันพิเศษ — 'ระบบติดตามหัวใจอาจารย์สาว' ให้โดยอัตโนมัติ]
เรย์อ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่ร่างของกอบลินคลั่งกำลังหันกลับมาเตรียมจู่โจมระลอกสอง ทว่าก่อนที่มันจะทันได้ขยับตัว แสงสว่างสีทองเจิดจ้าก็สาดส่องลงมาจากเพดานดันเจี้ยนที่พังทลายลงมาอย่างไร้สาเหตุ
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนอณูอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง กอบลินคลั่งที่ดุร้ายเมื่อครู่กลับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด มันทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ในละอองแสงสีทองนั้น ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟสลัว ดวงตาสีเพลิงคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพยับเยินของเรย์ด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความรู้สึก ทว่ากลับแฝงไปด้วยรังสีสังหารที่รุนแรงจนน่ากลัว
"ใคร..." เรย์พึมพำเบา ๆ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่
เซราฟิน่า... อาจารย์สาวผู้ควบคุมหอคอยเวทมนตร์และนักล่าแรงก์ S ที่ใคร ๆ ต่างก็เกรงกลัว นางก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าเขา ใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างกอบลินที่สิ้นฤทธิ์ให้กระเด็นไปพ้นทางอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะย่อตัวลงช้า ๆ จนใบหน้าสวยคมอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบ
กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเวทมนตร์บริสุทธิ์โชยเข้าจมูก ขัดกับบรรยากาศนองเลือดในดันเจี้ยนนี้อย่างสิ้นเชิง
"ศิษย์ตัวแสบของฉัน..." น้ำเสียงหวานใสแต่นุ่มนวลราวกับกระซิบข้างหูเอ่ยขึ้น ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงและโกรวกริ้วอย่างปิดไม่มิด "บอกฉันทีสิ... ใครอนุญาตให้เธอเกือบตายคาดันเจี้ยนกระจอก ๆ แบบนี้... ฮะ?"
เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นซ้ำ ๆ ในหัวอย่างบ้าคลั่ง
[ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!]
[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบเป้าหมายหลัก 'เซราฟิน่า' อยู่ในระยะประชิด ความรู้สึกซ่อนเร้น: 'คลั่งรักระดับอันตราย' พุ่งทะยานถึง 100%]
[ภารกิจพิเศษฉุกเฉินระดับ SSS ปลดล็อกแล้ว: "กอดอาจารย์สาวผู้เย็นชาเพื่อปลอบประโลมจิตใจใน 10 วินาที มิฉะนั้นจะถูกลงโทษด้วยการสูญเสียมานาถาวร!"]
น้ำผึ้งหยดแรก
ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 1
ฮันเตอร์ขยะกับระบบที่เพิ่งตื่น
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!