มัคคุเทศก์วิญญาณกับนักมานุษยวิทยาสายมู•ตอนที่ 3

กลิ่นธูปที่ไม่มีที่มา

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นธูปดอกนั้น... มอดไหม้ไปตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วค่ะ รวิศขยับแว่นกรอบโลหะบนสันจมูก นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือคีย์บอร์ดแท็บเล็ตภาคสนาม หน้าจอแสดงผลกราฟิกความร้อนและสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังผันผวนอย่างรุนแรงในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบของตึกร้างย่านชานเมือง รอบตัวพวกเขามีเพียงฝุ่นละอองที่ลอยวนตามแรงกระแสอากาศ และซากเฟอร์นิเจอร์ผุพังที่บอกเล่าเรื่องราวความหายนะของเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของนักมานุษยวิทยาหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะ "ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องนี้อยู่ที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิสิบเก้าองศาเซลเซียส ไม่มีกระแสลมพัดผ่านจากช่องหน้าต่างที่ถูกซีลด้วยแผ่นไม้..." รวิศพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยขณะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเชิงประจักษ์ "ตามหลักเคมีและกายภาพ กลิ่นกำยานผสมไม้จันทน์หอมที่อบอวลอยู่นี้... ไม่ควรหลงเหลืออยู่นานเกินสามนาทีหลังจากธูปหมดดอก" ทว่า ตอนนี้มันกลับเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังจุดธูปดอกใหม่ขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหน้า จันทร์กะพ้อไม่ได้เอ่ยปากขัดจังหวะการคำนวณของชายหนุ่ม หญิงสาวในชุดผ้าลินินสีเข้มทิ้งตัวพิงผนังปูนเปลือยอย่างผ่อนคลาย ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่มีร่องรอยการเผาไหม้สีดำสนิท ในมือเรียวของเธอถือด้ายสายสิญจน์เปียกโชกน้ำมนต์เก่าแก่ที่ส่งกลิ่นอายฉุนกานพลูจางๆ "คุณรวิศคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน "บางครั้ง... วิทยาศาสตร์ก็พยายามหาคำอธิบายให้กับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความอาฆาตมาดร้าย และนั่นคือจุดอ่อนที่ทำให้มนุษย์เราตกเป็นเหยื่อของพวกมันค่ะ" รวิศเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ ดวงตาหลังเลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟฉาย LED เป็นประกายวาบ เขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัว—ความสูญเสียในอديตหล่อหลอมให้หัวใจของเขานิ่งสนิทเกินกว่าจะตื่นตระหนกกับสิ่งเหนือธรรมชาติ—แต่แววตาของนักมานุษยวิทยาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเชิงวิเคราะห์ "ผมไม่ได้ปฏิเสธการมีอยู่ของพลังงานเหล่านั้นครับ... เอ้ย, ค่ะ" รวิศแก้คำพูดตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดพลาดตามความคุ้นเคยเดิม จันทร์กะพ้อเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขันกับความประหม่าเล็กๆ นั้น ชายหนุ่มจึงรีบปรับน้ำหนักเสียงให้มั่นคง "สิ่งที่ผมหมายถึงคือ ทุกปรากฏการณ์มี 'ระบบระเบียบ' ของมัน การที่เงาที่สามปรากฏขึ้นเมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ แต่เพราะเงื่อนไขบางอย่างถูกกระตุ้นโดยพวกเราเองต่างหาก" จันทร์กะพ้อคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ช่วยบรรเทาบรรยากาศกดดันรอบตัว "ฉลาดมากค่ะ สมกับเป็นนักมานุษยวิทยาผู้รอบคอบ" เธอขยับตัวยืนตรง ปลายเท้าแตะลงบนพื้นคอนกรีตอย่างแผ่วเบาราวกับแมวป่า "เงื่อนไขที่ถูกกระตุ้นก็คือ 'การรับรู้' ของคุณยังไงล่ะคะ... เมื่อคุณเริ่มตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของมัน เจ้าของเงาก็รู้ตัวว่ามีผู้สังเกตการณ์ และในเมื่อพวกมันถูกสังเกต พวกมันก็ย่อม... อยากเข้ามาทักทายให้ใกล้ชิดขึ้น" *ฟึ่บ!* สิ้นเสียงคำพูดของหญิงสาว เปลวไฟจากไฟฉายในมือของรวิศก็กะพริบไหวรุนแรงจนเกือบดับลง อุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นธูปไม้จันทน์หอมแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อหนังและเส้นผมที่ถูกความร้อนแผดเผาอย่างฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นคล้ายภาพในกระจกเงาที่ถูกหยดน้ำหยดใส่ เงวร่างที่สาม—ซึ่งตอนแรกเป็นเพียงเงาดำเลือนรางบนผนัง—บัดนี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้น ขอบเขตของมันฉีกขาดออกจากผนังปูน ก่อตัวเป็นรูปร่างของมนุษย์เพศชายที่ร่างกายบิดเบี้ยวผิดสัดส่วน แขนข้างหนึ่งยาวลากพื้น ขณะที่ใบหน้าถูกความมืดกลืนกินจนมองไม่เห็นอวัยวะใดๆ นอกจากรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู รวิศไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือขวาคว้ากระเป๋าอุปกรณ์ภาคสนาม ควักตลับผงว่านมหามงคลและแผ่นยันต์โลหะที่จันทร์กะพ้อเคยเตรียมไว้ให้เมื่อวานนี้ออกมาอย่างคล่องแคล่ว แม้เขาจะเป็นมนุษย์สายตรรกะ แต่การทำงานร่วมกับหมอผีสาวทำให้เขาเรียนรู้ที่จะ "ประยุกต์" ศาสตร์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว "ตามทฤษฎีสนามพลังงานจิต (Psychokinetic Field Theory)..." รวิศเอ่ยเสียงเรียบ ขณะโรยผงว่านลงบนพื้นเป็นวงกลมรอบตัวและจันทร์กะพ้อ "ความหนาแน่นของจิตที่ตกค้างจะสูญเสียเสถียรภาพเมื่อเผชิญกับสารประกอบที่มีประจุบวกสูง..." "คุณรวิศคะ" จันทร์กะพ้อขัดขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือแววเอ็นดูระคนขัน "ตอนนี้ไม่ต้องบรรยายเลคเชอร์ฟิสิกส์หรอกค่ะ เอาตัวให้รอดก่อนดีกว่านะคะ!" *เปรี๊ยะ!* ด้ายสายสิญจน์ในมือของหญิงสาวสะบัดออกราวกับสายฟ้าสีชาด พุ่งเข้าพันธนาการเข้ากับลำตัวของเงาดำที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง แรงปะทะทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง รวิศอาศัยจังหวะนั้นโยนแผ่นยันต์โลหะลงตรงจุดศูนย์กลางของวงกลมว่าน พร้อมกับท่องบทคาถาสั้นๆ ที่เขาเพิ่งท่องจำได้ขึ้นใจตามคำแนะนำของเธอ "พลังงานตกค้าง... จงกลับคืนสู่สมดุล!" แสงสีทองจางๆ วาบขึ้นจากพื้นดิน ปฏิกิริยาระหว่างสารเคมีในผงว่านและพลังจิตบริสุทธิ์ของจันทร์กะพ้อสร้างแรงผลักดันมหาศาล เงาดำกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างที่บิดเบี้ยวเริ่มสลายตัวกลายเป็นละอองควันสีเทาที่ค่อยๆ ลอยหายไปทางช่องหน้าต่างทีละน้อย ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง... แต่ไม่ใช่ความเงียบที่ผ่อนคลาย รวิศหอบหายใจถี่เล็กน้อย เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผม เขาก้มลงมองแผ่นยันต์โลหะในมือที่บัดนี้ขึ้นสนิมดำสนิทและแตกละเอียดเป็นผงในพริบตา นี่คือหลักฐานทางกายภาพชิ้นแรกที่พิสูจน์ว่าโลกหลັງความตายไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องงมงาย แต่มันคือ "ระบบ" ที่ทรงพลังและอันตรายเกินกว่ามนุษย์จะประเมินได้ "ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ สำหรับนักมานุษยวิทยาผู้ไม่เชื่อเรื่องผีสาง" จันทร์กะพ้อเดินเข้ามาใกล้ ใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดแตะซับเหงื่อที่ขมับให้ชายหนุ่มอย่างเป็นกันเอง แววตาของเธอบ่งบอกถึงความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "การประสานการใช้พลังจิตเข้ากับกฎเกณฑ์ทางกายภาพ... ฉันชักจะสนุกกับการร่วมงานกับคุณแล้วสิคะ รวิศ" รวิศขยับแว่นเล็กน้อย หลบสายตาคู่คมนั้นด้วยความเขินอายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ผมแค่ใช้หลักการคำนวณความน่าจะเป็นครับ ไม่มีอะไรมากหรอก" "งั้นเหรอคะ..." จันทร์กะพ้อชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองยังมุมมืดที่สุดของห้อง ซึ่งเป็นจุดที่เงาดำตัวแรกเคยยืนอยู่ "ถ้าอย่างนั้น... ช่วยอธิบายความน่าจะเป็นของสิ่งนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิคะ" รวิศขมวดคิ้ว หันขวับไปมองตามสายตาของหญิงสาว ที่มุมห้องนั้น... ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ควรจะว่างเปล่า ปรากฏรอยเท้าเปียกชื้นขนาดใหญ่ย่างก้าวเข้ามาทีละก้าว... ทีละก้าว... มุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ รอยเท้านั้นไม่ได้ทิ้งไว้บนพื้นคอนกรีต แต่มันกำลังปรากฏขึ้น "กลางอากาศ" ทีละรอย ทีละรอย... พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูของรวิศโดยตรง— *"...เจอ... ตัว... แล้ว..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันลี้ลับนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับนักมานุษยวิทยาสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%