กลิ่นฉุนของกระดาษโบราณผสมน้ำยาฆ่าเชื้อราคละคลุ้งจนแสบจมูก รวิศไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนังที่เข็มสั้นเคลื่อนผ่านเลยเลขเที่ยงคืนมานานโขแล้ว นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำลังคีบหน้ากระดาษสมุดบันทึกหนังแท้ที่เปื่อยยุรหน่อยอย่างระมัดระวัง ดวงตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมกวาดมองตัวอักษรหมึกอินเดียสีดำสนิทที่จางลงตามกาลเวลา บันทึกเล่มนี้ไม่ใช่แค่ตำราประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทั่วไป แต่โครงสร้างภาษาและสัญลักษณ์อาคมที่ซ่อนอยู่ตามขอบหน้ากระดาษกำลังบอกเล่า “ระบบระเบียบ” ของพิธีกรรมสะกดวิญญาณที่ถูกบิดเบือนอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักมานุษยวิทยาผู้เชื่อมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเขา ไสยเวทไม่ใช่เรื่องงมงายไร้เหตุผล หากแต่มันคือเทคโนโลยีโบราณ—วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีกฎเกณฑ์ ตัวแปร และผลลัพธ์ตายตัว เพียงแต่มนุษย์เรามักหวาดกลัวสิ่งที่ยังไร้คำอธิบายทางสถิติเท่านั้น
รวิศถอนหายใจยาวเบาๆ ปล่อยให้ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศในหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า ความหมกมุ่นนี้มีราคาแพงลิบลิ่ว—มันคือราคาที่เขาต้องจ่ายเพื่อแลกกับการตามหาเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน วันที่ครอบครัวของเขาถูกกลืนหายไปในความมืดมิดของพิธีกรรมลี้ลับอย่างไร้ร่องรอย
*ติ๊ก... ติ๊ก...* เสียงเข็มวินาทีดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัดของห้องเก็บเอกสารหายากชั้นใต้ดิน
ทันใดนั้นเอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมานับแรมปีก็กรีดร้องเตือนภัย แสงไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบวูบวาบสามครั้งติดต่อกัน—สัญญาณเตือนระบบตัดไฟอัตโนมัติ? ไม่ใช่... อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวในพริบตา กลิ่นอับชื้นของกระดาษถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกจันทร์กะพ้อ ดอกไม้ที่มักบานเฉพาะยามค่ำคืนและร่วงหล่นก่อนแสงอาทิตย์จับขอบฟ้า
รวิศไม่ตื่นตระหนก เขาวางปากกาลงอย่างใจเย็น มือขวาเอื้อมไปแตะกล่องเครื่องมือภาคสนามที่บรรจุผงเหล็กอาคมและแผ่นยันต์ทองแดงซึ่งเตรียมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังมุมมืดที่สุดของชั้นหนังสือแถวที่เจ็ด
"ถ้าจะมาหาข้อมูลเกี่ยวกับสมุดบันทึกเล่มนั้น ฉันเกรงว่าคุณกำลังมองหาในที่ที่ผิดนะคะ... นักมานุษยวิทยาผู้รอบคอบ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยมาจากสายลมราตรีดังขึ้น ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ต้นคอ รวิศสะดุ้งเล็กน้อยแต่วรกายยังคงนิ่งสงบ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมยาวสีเทาเข้มยืนพิงชั้นหนังสืออย่างสบายอารมณ์ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยยาวสยายคลอเคลียไหล่บาง ใบหน้ารูปไข่นั้นนิ่งสงบ เยือกเย็น ทว่าดวงตาสองข้างกลับพราวระยับด้วยประกายความรู้เท่าทัน ราวกับเฝ้ามองเขาเล่นกลอยู่มนความมืดมาเนิ่นนานแล้ว หญิงสาวผู้มีกลิ่นอายลึกลับราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ—จันทร์กะพ้อ
"คุณเป็นใคร และเข้ามาในเขตกักเก็บเอกสารระดับสามได้อย่างไร ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ใช้คีย์การ์ดชีวมิติ" รวิศเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง แฝงการประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
จันทร์กะพ้อไม่ได้ตอบคำถามในทันที เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะทีละน้อย ฝีก้าวเงียบกริบราwith กับไร้น้ำหนัก ดวงตาคมกวาดมองสมุดบันทึกบนโต๊ะก่อนจะเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"คีย์การ์ดหรือคะ? ของเล่นมนุษย์พวกนั้นไม่มีผลอะไรกับเขตอาคมที่ฉันกางไว้หรอกค่ะ รวิศ... หรือฉันควรเรียกว่า คุณนักวิจัยผู้กำลังขุดคุ้ยหลุมศพที่ปิดตายไปแล้วดีล่ะคะ?"
รวิศหรี่ตาลงเล็กน้อย ชื่อของเขา... เธอรู้จักมันได้อย่างไร ทั้งที่เขาเพิ่งย้ายเข้ามาปฏิบัติงานที่นี่ได้ไม่ถึงสัปดาห์
"ดูเหมือนคุณจะรู้เรื่องเกี่ยวกับผมมากทีเดียว" รวิศกล่าวพร้อมกับขยับตัวยืนขึ้นเต็มความสูง เพื่อลดความเสียเปรียบด้านสรีระ แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูไม่มีท่าทีคุกคาม แต่สัญชาตญาณบอกชัดเจนว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา "และถ้าคุณพูดถึงสมุดบันทึกเล่มนี้ แสดงว่าคุณรู้ว่ามันเชื่อมโยงกับอะไร... หรือใคร"
จันทร์กะพ้อแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน—ทั้งเวทนา ขบขัน และคำเตือนกลายๆ เธอยื่นมือเรียวบางออกไป ปลายนี้วแตะเบาๆ ที่หน้าปกสมุดบันทึกที่เปิดค้างไว้ หน้ากระดาษแผ่นนั้นพลันเปล่งแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ ออกมา ก่อนที่ตัวอักษรโบราณจะเริ่มขยับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต!
"ฉันไม่ได้มาเพื่อขัดขวางคุณหรอกนะคะ รวิศ" เสียงของเธอนุ่มนวลขึ้น แต่กลับทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง "แต่สิ่งที่นายกำลังตามหา... มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมหรือเรื่องลี้ลับท้องถิ่น แต่มันคือประตูที่คุณไม่มีวันปิดลงได้ด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ของคุณเอง"
ก่อนที่รวิศจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม หน้ากระดาษสมุดบันทึกก็พลิกกลับเองด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงลมหวีดหิว ตัวอักษรสีดำทั้งหมดหลุดลอยขึ้นจากกระดาษ กลายเป็นกลุ่มควันสีเทาทึบที่รวมตัวกันกลางอากาศจนกลายเป็นภาพเงาสีดำทะมึนของร่างไร้หัวที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนสะเทือนแก้วหู!
จันทร์กะพ้อขยับตัวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า มือเรียวซัดแผ่นยันต์สีทองอร่ามออกไปกลางอากาศ อาคมปะทะเข้ากับเงาดำสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสีม่วงพุ่งกระจายไปทั่วห้องสมุด ขณะที่เธอหันมามองเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของจริงค่ะ... คุณนักมานุษยวิทยา และตอนนี้... เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะแล้วล่ะค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับความลี้ลับนี้นะคะ
มัคคุเทศก์วิญญาณกับนักมานุษยวิทยาสายมู•ตอนที่ 1
สมุดบันทึกที่หายไป
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับนักมานุษยวิทยาสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!