สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 1

เสียงตบโต๊ะในห้องสมุด

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณยังเดินย่ำต๊อกๆ ด้วยรองเท้าหนังคู่เก่ง ส่งเสียงก๊อกแก๊กๆ รบกวนสมาธิคนอื่นอีกก้าวเดียว ดิฉันจะถือว่าคุณมีเจตนาทำลายทรัพย์สินทางราชการ และจะใช้สิทธิ์ตามระเบียบหอสมุดกลาง ขับไล่คุณออกไปยืนตากแดดสำนึกผิดที่สนามหญ้าหน้าตึกเดี๋ยวนี้เลยนะครับคุณสถาปนิก!" เสียงตบโต๊ะดัง *'ปัง!'* สนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วความเงียบสงบของโซนหนังสือหายาก จนฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่กลางลำแสงแดดซึ่งส่องทะลุกระจกใสถึงกับสะเทือน พิมพ์—บรรณารักษ์สาวร่างเล็กผู้พกพาความเนี้ยบระดับสิบและรังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านรอบตัว ยืนจังกาอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สักทอง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงกลมจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่ยืนยันตัวตนว่าเป็น ‘ผู้มีอำนาจเข้ามาสำรวจพื้นที่’ แต่กลับทำตัวเหมือนผู้ก่อวินาศกรรมความสงบสุขมากกว่า เจ้าของชื่อ ‘คุณสถาปนิก’ ชะงักฝีเท้า เขายกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่ี่รู้ร้อนรู้หนาว รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นแมวป่าตัวจิ๋วพองขนใส่ "โอ้โห แรงมากครับคุณบรรณารักษ์..." กรณ์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์อีกนิดโดยไม่สนใจคำขู่เมื่อครู่แม้แต่น้อย "รองเท้าหนังอิตาลีราคาครึ่งแสนของผมถูกเหมาเข่งว่าเป็นตัวทำลายทรัพย์สินทางราชการซะแล้ว ดีนะที่คุณไม่บอกว่าหน้าตาผมเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติด้วย ไม่งั้นผมคงต้องรีบไปมอบตัวกับตำรวจแถวนี้" "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเล่นเลยนะคุณกรณ์!" พิมพ์กัดฟันกรอด สันกรามเรียวขยับเล็กน้อยด้วยความโมโห มือเรียวที่กำปากกาหมึกซึมราคาแพงไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ที่นี่คือห้องสมุดมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาเดินสำรวจ ออกแบบ รื้อถอน หรือทำหน้าตาทะเล้นใส่ใครก็ได้ กรุณาให้เกียรติสถานที่และคนที่เขากำลังตั้งใจอ่านหนังสือด้วยค่ะ—เอ๊ย... ด้วยครับ!" พิมพ์เผลออุทานแก้คำลงท้ายเกือบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังคุยกับมนุษย์กวนประสาทคนนี้จนเสียศูนย์ กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังและชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนพิมพ์ต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูแคบลงไปถนัดตา "เมื่อกี้คุณเกือบหลุดคำว่า 'ค่ะ' ออกมาแล้วนะ... น่ารักดีออก ทำไมต้องรีบเปลี่ยนด้วยล่ะครับ" กรณ์หยอดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตรงหน้าให้เสียอาการ "ถอยไปไกลๆ เลยนะ! อย่ามาเข้าใกล้ฉันในระยะประชิดแบบนี้ พื้นที่ตรงนี้มีเส้นแบ่งเขตกั้นไว้อย่างชัดเจนตามหลักการเว้นระยะห่างทางสังคมและมารยาททางสังคมที่คุณน่าจะเคยเรียนมาบ้าง!" พิมพ์ดันสันหนังสือเล่มหนาขึ้นมาเป็นโล่กำบังระหว่างใบหน้าของเขากับเธอ ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ ไม่ใช่เพราะความโรแมนติก แต่เป็นเพราะความโกรธล้วนๆ (เธอบอกตัวเองแบบนั้นซ้ำๆ ในใจ) "ฮ่าๆๆ คุณนี่ตลกเป็นบ้าเลย พิมพ์..." กรณ์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง เขายกกระดาษแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ขึ้นสะบัดเบาๆ "ผมไม่ได้อยากจะมารบกวนความสงบสุขในอาณาจักรส่วนตัวของคุณหรอกนะ ถ้าอธิการบดีไม่สั่งลงมาด่วนจี๋ว่าต้องรีบเคลียร์พื้นที่โซนนี้เพื่อรีโนเวตใหม่ให้เสร็จก่อนเปิดเทอมหน้า... พูดตามตรงนะ บรรยากาศเก่าคร่ำครึ กลิ่นอับๆ และพวกหนังสือฝุ่นเขรอะพวกนี้ มันหมดอายุขัยไปตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ครองเมืองแล้วล่ะครับ" "คุณว่าอะไรนะ!" พิมพ์ตบโต๊ะซ้ำเป็นรอบที่สอง แรงกว่าเดิมจนก้านแว่นสั่นสะเทือน "หนังสือเก่าเหล่านี้คือมรดกทางปัญญา! คือประวัติศาสตร์! คุณเป็นสถาปนิกประสาอะไรถึงมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ มองเห็นแต่ปูน เหล็ก กระจก และความฉาบฉวยภายนอกหรือไง!" ดวงตาของพิมพ์วาวโรจน์ด้วยความรักและหวงแหนในสิ่งที่เธอรับผิดชอบดูแลมาตลอดหลายปี คำพูดของเขาไม่ได้แค่ดูถูกรสนิยม แต่กำลังเหยียบย่ำหัวใจของคนเป็นบรรณารักษ์อย่างเลือดเย็น กรณ์ที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียดเกินกว่าจะหยอกเล่น รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจึงค่อยๆ เจือจางลง เหลือเพียงแววตาสนเท่ห์ที่มองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกหลังกรอบแว่นนั้น เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่ชวนให้อึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ "ผมไม่ได้มองว่ามันไร้ค่า..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แววตาคมกวนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังอย่างกะทันหัน จนพิมพ์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที "...เพียงแต่ผมคิดว่า ของเก่าๆ บางอย่าง ถ้าไม่ยอมปรับเปลี่ยนให้มันหายใจได้สะดวกขึ้น มันก็จะค่อยๆ ตายไปอย่างโดดเดี่ยว... เหมือนกับหนังสือพวกนี้ ที่ถูกเก็บไว้ในที่มืดๆ ไม่มีใครเปิดอ่าน และไม่มีใครสนใจใยดี" คำพูดเรียบง่ายแต่บาดลึกของสถาปนิกหนุ่มทำเอาพิมพ์พูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด ราวกับว่าคำพูดของเขาไม่ได้หมายถึงแค่หนังสือเก่าในห้องสมุด แต่กำลังสะกิดโดนบางอย่างในใจของเธอเอง... ปมในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความระเบียบจัดและกรอบเกณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลง *กริ๊ง...* เสียงกระดิ่งทองเหลืองวินเทจที่แขวนไว้ตรงประตูทางเข้าห้องสมุดดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศที่กำลังตกอยู่ในความเงียบงัน ทั้งพิมพ์และกรณ์หันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างสูงโปรทรุดของธาม—เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนบริษัทสถาปนิกของกรณ์ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ สีหน้าของเขาดูรีบร้อนและตื่นตระหนกเล็กน้อย ผิดวิสัยวิศวกรหนุ่มสุดเนี๊ยบ "กรณ์ นายอยู่ตรงนี้ก็ดีแล้ว..." ธามหอบหายใจเล็กน้อย กวาดสายตามองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับบรรณารักษ์สาวที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่หลังเคาน์เตอร์ "รีบออกไปดูข้างนอกเร็วเข้า ทางมหาวิทยาลัยเพิ่งส่งอีเมลแจ้งด่วนมาเมื่อกี้... มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งโปรเจกต์รีโนเวตตึกนี้แบบกะทันหัน และคนที่จะเข้ามาเป็น 'ที่ปรึกษาหลัก' ร่วมกับพวกเรา... ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเลยว่ะ" กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "ใครวะ? ระดับอธิการบดีสั่งด่วนขนาดนี้ คงไม่ใช่..." ธามกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้ทั้งห้องสมุดตกอยู่ในความเงียบสงบยิ่งกว่าเดิม "ศาสตราจารย์ ดร. ภัทร... พ่อตาเก่าของนายเอง" กรณ์ชะงักกึก สีหน้าที่เคยทะเล้นกวนประสาทเมื่อครู่ถอดสีลงในพริบตาเดียว ขณะที่พิมพ์ซึ่งยืนฟังอยู่ข้างๆ เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ในจังหวะที่ความเงียบกำลังกัดกินบรรยากาศรอบตัว ประตูห้องสมุดโซนในสุดที่ถูกปิดตายมานานนับสิบปีก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างเงาสลัวของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดของกองหนังสือเก่า --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเปิดหน้ากระดาษแรกไปพร้อมกับความกวนประสาทที่ซ่อนความอบอุ่นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%