ความเงียบงันภายในหอสมุดหลวงยามวิกาลมิใช่ความสงบ หากแต่เป็นความกดดันที่พร้อมจะบีบกระดูกสันหลังของคนให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นชาดอกหมื่นลี้ที่เย็นชืดจนหมดรสชาติ ลอยอบอวลอยู่ใต้แสงเทียนเล่มสุดท้ายที่กำลังวับแวมใกล้หมดไส้
เซี่ยจื่อเวยตวัดพู่กันขนกระเรียนขาวลงบนกระดาษสาเนื้อดีด้วยความนิ่งสงบ ทว่าหยาดเหงื่อกาฬที่ซึมอยู่ตามไรผมนั้นกลับฟ้องชัดถึงสมาธิที่ถูกบั่นทอนด้วยความตึงเครียด นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่หวาดกลัวความมืด ทว่าในยามนี้ เงาทึบที่ทาบทับลงมาตามชั้นหนังสือสูงจรดเพดานกลับดูคล้ายซากศพของความลับนับร้อยที่ถูกฝังกลบไว้เพื่อรอวันเน่าเฟะ
สิบปี... นับแต่ตระกูลเซี่ยต้องมลทินและถูกกวาดล้างจนสิ้นชื่อในคืนเพลิงผลาญ บันทึกประวัติศาสตร์หลวงหน้าสำคัญก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกคนต่างคิดว่ามันถูกเผาไหม้เป็นจุลไปพร้อมกับเรือนพัก ทว่าสัญชาตญาณของบรรณารักษ์ผู้คุมหอคัมภีร์เช่นนางกลับร่ำร้องว่าของสิ่งนั้นยังคงวนเวียนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ใต้จมูกของคนผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลวง
นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าต่วนสีเทาเข้มชะงักกкаรเคลื่อนไหว เมื่อปลายนิ้วกวาดไปโดนช่องผนังลับด้านหลังชั้นตำราพิธีกรรมราชสำนัก ขอบไม้จันทน์หอมถูกเซาะร่องอย่างแนบเนียนจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หากไม่ใช่เพราะความคุ้นเคยในน้ำหนักของชั้นหนังสือแต่ละแถวที่นางตรวจทานมานานนับปี มีหรือจะล่วงรู้ว่ามีพื้นที่ว่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง
หัวใจของจื่อเวยเต้นระรัวดั่งกลองศึก ทว่าใบหน้ารูปไข่กลับยังคงความเรียบเฉย เยือกเย็นดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ นางใช้กุญแจทองเหลืองโบราณที่ซ่อนไว้ในถุงหอมประจำกาย ไขเข้าไปอย่างระมัดระวัง เสียงสプリングกลไกดีดังขึ้นเบาหวิวราวเสียงถอนหายใจ ก่อนที่ช่องลับจะเผยอออกน้อยๆ
กลิ่นอายอันเก่าแก่และทรงพลังพวยพุ่งออกมาทันที มันไม่ใช่กลิ่นกระดาษธรรมดา หากแต่เป็นกลิ่นอายของอำนาจที่ถูกจองจำ ม้วนคัมภีร์ผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลายมังกรห้าเล็บ ปิดผนึกด้วยครั่งประทับตราพระราชลัญจกรที่เลือนรางแต่มั่นคง ปรากฏแก่สายตา
ม้วนคัมภีร์ต้องห้ามที่สมเด็จพระชนกนาถขององค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันทรงมีรับสั่งให้ทำลายทิ้งด้วยพระองค์เอง
จื่อเวยสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่เอื้อมไปหยิบสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะล้างมลทินให้แก่บิดา หรือหากใช้ผิดวิธี มันก็คือยาพิษที่จะปลิดชีวิตนางให้ดับดิ้นภายในชั่วก้านธูป ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแว่วมาจากทางระเบียงหินอ่อนด้านนอก ฝีเท้าที่จังหวะสม่ำเสมอแต่มั่นคงราศีกดขี่ข่มเหงผู้คนให้อยู่ในความหวาดกลัว...
*ฉีหลงเหว่ย* องค์ชายรองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและสายพระเนตรเฉียบคมดั่งเหยี่ยว เสด็จมาตรวจตราความเรียบร้อยยามวิกาลอย่างไม่คาดฝัน
ร่างระหงรีบซุกม้วนคัมภีร์เข้าไว้ในอกเสื้อ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งประจำโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว สมุดบันทึกเล่มเดิมถูกเปิดกางออกเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าเสียงฝีเท้านั้นหยุดลงตรงหน้าประตูบานสลักพอดี บานประตูกระดาษสาถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมวูบหนึ่ง
ความกดดันอันเย็นเยียบแผ่ซ่านเข้ามาในห้องสมุดทันทีที่เงาร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีดำปักดิ้นทองก้าวล้ำเข้ามา พระพักตร์คมคายดั่งสลักจากหินหยกเย็นชาทอดพระเนตรตรงมายังนาง ดวงเนตรคู่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัยระคนคุกคาม
"ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ เหตุใดบรรณารักษ์เซี่ยจึงยังเพียรพยายามอยู่ท่ามกลางกองตำราฝุ่นเขรอะเหล่านี้เล่า หรือเจ้ากำลังค้นหาบางสิ่งที่ไม่อยู่ควรหา?"
สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชือดเฉือน พร้อมกับที่พระองค์ทรงก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานของนางทีละน้อย ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายสนิมเหล็กจากสนามรบโชยปะทะนาสิก จื่อเวยเงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับองค์ชายรองอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในอกเสื้อจะซ่อนความลับที่อาจพลิกแผ่นดินไว้ก็ตามที
นางแย้มสรวลน้อยๆ อย่างงดงาม ทว่าแววตาซ่อนคมมีดไว้ครบถ้วน "ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันเป็นเพียงบรรณารักษ์ หน้าที่คือการดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคัมภีร์หลวง... สิ่งใดที่ควรอยู่ ณ ที่ใด ย่อมต้องกลับคืนสู่ที่แห่งนั้นเพคะ"
ฉีหลงเหว่ยหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์หนาออกไปหมายจะคว้าจับสมุดบันทึกตรงหน้าของนาง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบของขันทีประจำพระตำหนักก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบ
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ตำหนักบูรพา พระสนมจินกุ้ยเฟยทรงมีรับสั่งให้ปิดล้อมทุกเขตพระราชฐาน ทรงอ้างว่า... มีคนลอบขโมยตราประทับหยกประจำพระองค์หายเข้าไปในเขตหอสมุดหลวงแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
องค์ชายรองชะงักพระหัตถ์ที่ยื่นออกไป พระเนตรคมกริบหันกลับมาจ้องมองเซี่ยจื่อเวยเขม็งราวกับจะทะลุดวงวิญญาณ ในขณะที่จื่อเวยพลันตระหนักได้ทันทีว่า บ่วงขุนนางชั่วและเกมการเมืองเรือนหลังได้ถูกขึงตึงใส่หน้านางเสียแล้ว และทางรอดเดียวที่มี คือการเดินหมากตานี้ร่วมกับปีศาจผู้ทรงอำนาจเบื้องพระพักตร์เท่านั้น
*ดอกโบตั๋นพันปีขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ*
ดาริกาแต้มจันทร์ รอยจำหลักบนแผ่นหยก•ตอนที่ 1
หอสมุดหลวงในเงามืด
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาริกาแต้มจันทร์ รอยจำหลักบนแผ่นหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
