“ถ้าที่นี่ไม่ใช่แค่กระท่อมผุพัง แล้วสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังฝาผนังไม้ผุๆ นี่มันคืออะไรกันแน่ จางหยาง?”
คำถามของลู่เหมยทิ้งค้างอยู่ในอากาศเย็นเยียบยามค่ำคืน สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่รอยแตกบนพื้นดินใต้เตียงเก่าคร่ำคร่า จางหยางขยับกายเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมัดกล้ามเนื้อของชายชาติทหาร เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่ก้มลงหยิบตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่ แสงสีส้มสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันที่ดูเคร่งขรึมขึ้นผิดตา
“เหมยเอ๋อร์... หากพี่บอกว่าครอบครัวเราไม่ได้มีแค่ที่ดินทำกินที่แห้งแล้งนี่เพียงอย่างเดียว เธอจะเชื่อไหม?”
มือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนและจอบขุดดินเอื้อมไปกดสลักไม้ที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของมุมห้อง เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดัง ‘คลิก’ เบาๆ แต่อานุภาพของมันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ลู่เหมยกลั้นหายใจ พื้นไม้ใต้เตียงเริ่มแยกออกเผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลึกลงไปใต้ดิน ราวกับเป็นอุโมงค์ลับที่ถูกลืมเลือนมานานนับทศวรรษ
กลิ่นอายความเย็นเยียบที่ไม่ใช่แค่ความชื้นของดิน แต่เป็น ‘พลังงานบางอย่าง’ ที่บริสุทธิ์และสดชื่นพุ่งขึ้นมาปะทะจมูก ลู่เหมยไม่รอช้า เธอคว้ามือสามีแล้วก้าวเดินลงไปทันที
เมื่อฝ่าเท้าสัมผัสถึงพื้นชั้นล่าง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก นี่ไม่ใช่ห้องเก็บของใต้ดินที่เต็มไปด้วยหยากไย่ แต่มันคือพื้นที่กว้างขวางทอดยาวสุดสายตา พื้นดินฉ่ำน้ำราวกับเพิ่งผ่านการรดน้ำมาหมาดๆ ผืนดินสีดำสนิทที่อุดมสมบูรณ์เสียจนดูมีชีวิต แสงเรืองรองสีเงินจางๆ เปล่งออกมาจากต้นกล้าพืชพรรณที่ไม่คุ้นตาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์
“นี่มัน... มิติฟาร์ม?” ลู่เหมยพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับในขณะที่มือเรียวสัมผัสใบไม้ที่หนานุ่มราวกับกำมะหยี่
และที่มุมหนึ่งของพื้นที่มหัศจรรย์นี้ มีแผงควบคุมหน้าจอสัมผัสใสแจ๋ววางตั้งตระหง่านอยู่ มันคือ ‘ร้านค้าจำลองยุคใหม่’ ที่เธอนึกฝันถึง! รายการสินค้ามากมายปรากฏขึ้น—ปุ๋ยชีวภาพเข้มข้น, เมล็ดพันธุ์ผักตัดแต่งพันธุกรรมที่โตไวและรสชาติเยี่ยม, ไปจนถึงอุปกรณ์การเกษตรล้ำสมัยที่คนยุค 80 ต้องมองว่าเป็นของวิเศษจากต่างดาว
“พี่รู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม?” ลู่เหมยหันไปถามจางหยางที่ยืนนิ่งราวกับองครักษ์ผู้พิทักษ์ความลับ
จางหยางยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากนัก “ปู่เคยสั่งไว้ว่าให้เปิดเผยมันก็ต่อเมื่อเจอคนที่คู่ควรจะร่วมสร้างรากฐานครอบครัว... เหมยเอ๋อร์ ตอนนี้ที่ดินผืนนี้ต้องการเจ้าของใหม่ที่ฉลาดและเด็ดขาดพอจะเปลี่ยนเศษดินให้กลายเป็นทองคำ”
ลู่เหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความทะเยอทะยานที่เคยถูกกดทับไว้ในร่างเดิมเริ่มปะทุขึ้น เธอเดินตรงไปที่แผงควบคุม ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่เมนู ‘เร่งผลผลิต’ ทันใดนั้น ต้นมะเขือเทศที่เคยแคระแกร็นก็พุ่งทะยานขึ้นสูงและออกผลสีแดงสดใสจนแทบจะแตกออกจากขั้ว กลิ่นหอมหวานของผักสดโชยอบอวลไปทั่วบริเวณ
“ป้าสะใภ้หลิวชอบอ้างว่าที่ดินตรงนี้เป็นของตายที่ไร้ค่าใช่ไหม? คอยดูเถอะ... พรุ่งนี้ที่ตลาดมืด ชาวบ้านจะต้องแตกตื่นจนลืมหายใจเมื่อเห็นผักที่สดและหวานกรอบที่สุดในยุคนี้!”
เธอกำลังจะก้าวออกจากมิติเพื่อเริ่มแผนการใหญ่ แต่จู่ๆ เสียงเคาะประตูที่รุนแรงจากด้านบนก็ดังขึ้น!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“จางหยาง! ลู่เหมย! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกซ่อนของดีไว้ข้างใน! อย่าให้ฉันต้องพังประตูเข้าไปนะ!” เสียงแหบพร่าของป้าสะใภ้หลิวที่มาพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนหลายคนดังก้องลงมาถึงใต้ดิน ลู่เหมยหันไปสบตาสามี แววตาของเธอไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นความเย็นชาที่พร้อมจะฟาดฟัน
“ดูเหมือนศัตรูจะอยากมาเป็นหนูทดลองปุ๋ยสูตรใหม่ของเราเร็วกว่าที่คิดนะพี่จาง”
ลู่เหมยหยิบตะกร้าสานที่บรรจุมะเขือเทศที่สดที่สุดออกมาหนึ่งผล แล้วก้าวขึ้นบันไดไปอย่างมั่นคง ทว่าทันทีที่เธอดันฝาปิดขึ้นสู่ชั้นบน แสงไฟฉายสว่างจ้าจากกลุ่มคนปริศนาในชุดเครื่องแบบที่ยืนรออยู่หน้าประตูบ้านกลับทำให้เธอนิ่งงัน—นั่นไม่ใช่แค่ป้าสะใภ้หลิว... แต่เป็นหัวหน้าหน่วยตรวจสอบการค้าที่เหม็นหน้าเธอมานาน!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่ของลู่เหมยไปกับม่านหมอกโรแมนซ์นะคะ!
พลิกฟาร์มหลังบ้านให้รวยระเบิด ในวันที่สามีกลับมาเห็นผมกลายเป็นคนใหม่•ตอนที่ 2
มิติลับในตัวตนใหม่
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกฟาร์มหลังบ้านให้รวยระเบิด ในวันที่สามีกลับมาเห็นผมกลายเป็นคนใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
