“น้ำหนักของมันไม่ได้อยู่ที่เนื้อโลหะ แต่มันอยู่ที่ชีวิตของผู้คนทั้งหมดที่ถูกฝังลงไปในนี้ต่างหาก”
เมฆาวางกล่องเหล็กกล้าทรงสี่เหลี่ยมลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งในห้องพักโรงแรมม่านรูดซอมซ่อแถบชานเมือง เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดัง 'กึก' หนักแน่นราวกับเสียงเคาะโลงศพ รินรดาที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ขยับตัว เธอเพียงแค่ปรายตามองวัตถุชิ้นนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เรากลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว เมฆา” รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “แต่นายคิดจริงๆ หรือว่าการพก 'หลักฐาน' ชิ้นนี้เข้ามาถึงใจกลางอาณาจักรของอัครพล จะทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี? หรือมันจะเป็นเพียงชนวนเหตุที่ทำให้พวกเรากลายเป็นศพตั้งแต่วินาทีก่อนจะถึงเช้าวันพรุ่งนี้”
เมฆาไม่ตอบทันที เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับชื้นของห้องพักผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ จากกล่องอาวุธสำคัญชิ้นนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในคืนที่ครอบครัวของเขาถูกพรากไป เขาเงยหน้ามองรินรดา ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“อัครพลไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะทางธุรกิจ เขากำลังสร้างรูปปั้นทองคำบนกองซากศพของคนบริสุทธิ์” เมฆาเว้นจังหวะ นิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปตามรอยจารึกบนกล่องเหล็กอย่างแผ่วเบา “และอาวุธชิ้นนี้... คือสิ่วที่จะใช้สกัดทองคำเหล่านั้นให้กะเทาะออกมาจนเห็นเนื้อแท้ที่เน่าเฟะข้างใน”
“ฉันเหนื่อยกับการเดาใจนายแล้ว” รินรดาขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ เธอวางมือลงบนไหล่ของเขา สัมผัสที่แฝงความห่วงใยและกดดันในเวลาเดียวกัน “ถ้าเราเปิดกล่องนี้และเริ่มเกม เราจะไม่มีทางถอยหลังกลับไปได้อีก นายเตรียมพร้อมที่จะแลกทุกอย่างด้วยสิ่งนี้แล้วใช่ไหม?”
เมฆาสบตารินรดา ความเงียบในห้องดูเหมือนจะขยายตัวจนกดทับความรู้สึกของคนทั้งสอง เขาไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาปลดล็อกกลไกซับซ้อนของกล่องเหล็กนั้น เสียง 'คลิก' ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นสงครามที่แท้จริง ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะกระทบเข้ากับวัตถุชิ้นนั้นจนเกิดเงาสะท้อนที่น่าสะพรึงกลัว
มันไม่ใช่ปืน ไม่ใช่ระเบิด แต่มันคือแผ่นบันทึกข้อมูลรุ่นเก่าที่ถูกเคลือบด้วยสารเคมีอันตราย ข้อมูลที่ระบุรายชื่อผู้มีอิทธิพลในกระบวนการยุติธรรมและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงตรงไปยังห้องทำงานของอัครพล
“ของจริงสินะ...” รินรดาพึมพำ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันทีที่เห็นสัญลักษณ์ประทับตราลับบนชิปตัวนั้น “เมฆา ถ้าข้อมูลนี้หลุดออกไป... ทั้งระบบจะพังทลายลงมาทับพวกเราทุกคน”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ” เมฆาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “ทำลายมันทิ้งเสีย เพื่อให้สิ่งที่ถูกต้องได้มีโอกาสได้ผุดขึ้นมาใหม่บนผืนดินที่สะอาดกว่าเดิม”
ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ย่ำเข้ามาในทางเดินนอกห้องพัก รินรดาชะงัก เธอรีบคว้าปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากกระเป๋าสะพาย สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความเป็นมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักทำให้เมฆาและรินรดาเคลื่อนไหวราวกับเป็นเงาของกันและกัน
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นช้าๆ และหนักแน่น
“เปิดประตูครับ คุณเมฆา... เจ้านายผมมีข้อเสนอที่น่าสนใจกว่าการเอาตัวเข้าแลกกับสิ่งที่อยู่ในกล่องนั่นเยอะ” น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่ดังมาจากอีกฝั่งของประตู ทำให้เมฆารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
คนของอัครพลรู้ตำแหน่งของพวกเขาแล้ว... เร็วกว่าที่คาดไว้มาก
เมฆาหันไปมองรินรดา เขาเห็นความหวาดหวั่นฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ แต่นั่นไม่ใช่ความกลัวตาย มันคือความเสียดายที่แผนการทุกอย่างกำลังจะถูกหยุดลงก่อนจะได้เริ่มปฏิบัติการจริง รินรดาขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา “ถ้าเราออกไปทางหน้าต่าง นายมีทางไปต่อใช่ไหม?”
เมฆาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยัดกล่องเหล็กใส่เป้สะพายหลังแล้วหยิบปืนพกคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบกระสุน เขาสบตารินรดาอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าให้
“จำไว้นะรินรดา... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าได้ละสายตาจากกล่องใบนี้”
เมฆาพุ่งตัวไปที่หน้าต่างห้องพักในจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกถีบจนพังครืนเข้ามา ชายชุดดำสามคนกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ลั่นไก เมฆาก็ถีบกระจกหน้าต่างจนแตกละเอียดแล้วกระโดดออกไปในความมืดของค่ำคืนเมืองหลวง แต่ทว่า ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้นถนนด้านล่าง เงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันกลับมายืนรออยู่ก่อนแล้ว
ภายใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟถนน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนหันหลังให้เขา มือที่ถือร่มคันยาวหมุนไปมาอย่างใจเย็น ก่อนที่ชายคนนั้นจะค่อยๆ หันกลับมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เมฆาต้องหยุดชะงักกึก
นั่นไม่ใช่คนของอัครพล... แต่เป็นคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนในเหตุการณ์ไฟไหม้ที่บ้านของเขา
“พ่อ?” เมฆาอุทานออกมาด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดในชีวิต
ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปาก แววตาที่จ้องมองมายังเมฆานั้นเย็นชาและแปลกแยกราวกับคนแปลกหน้า “อย่าเรียกฉันแบบนั้นเลยเมฆา... ในเมื่อตอนนี้ ฉันคือคนที่จะพาเธอกลับไปมอบตัวกับอัครพลด้วยมือของฉันเอง”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าเข้าใกล้ความจริงไปกับผมในบทนี้ด้วยกันนะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 38
การเดินทางที่สิ้นสุด
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!