"กากเดนอย่างพวกเจ้า... สมควรถูกฝังกลบไว้ใต้ธุลีดินตั้งแต่ร้อยปีก่อนแล้ว!"
เสียงคำรามดังก้องกังวานราวกับอสุนีบาตฟาดผ่ากลางใจนภา เงาดำสายนั้นพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกสีโลหิตขึ้นมาปะทะกับบรรยากาศรอบด้านจนเกิดแรงกดดันมหาศาล พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาเป็นระลอกคลื่นสีนิลทมิฬ บดขยี้รัศมีโดยรอบจนแผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ทว่า ท่ามกลางพายุพลังอันบ้าคลั่งนั้น หลี่เฟยหลงกลับยืนตระหง่านนิ่งสงบราวกับภูผาหินผาที่ตั้งตระหง่านท้าทายลมฝน มือขวาของเขายังคงวางอยู่บนด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บไว้ข้างเอว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันไปมองร่างที่พุ่งเข้ามาด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย
"หึ... เป็นเพียงสุนัขรับใช้จากสำนักกระบี่เทวะ ถึงกับกล้าอาจหาญเข้ามาเหยียบย่างในอาณาเขตของข้าเชียวหรือ?" หลี่เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันคมกริบที่บาดลึกถึงวิญญาณ
ศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่เทวะนามว่า "เฟิงเทียน" ชะينฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมาจากตัวของหลี่เฟยหลง แม้เขาจะได้รับมอบหมายให้มาจัดการกวาดล้างเศษซากตระกูลมารตามคำสั่งเบื้องบน แต่เมื่อต้องมายืนเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์หนุ่มผู้ถือครองวิถีกระบี่เดียวดาย เฟิงเทียนกลับรู้สึกราวกับว่ากระบี่ในมือของตนเองกำลังสั่นสะเทือนด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"หลี่เฟยหลง! เจ้าคนอกตัญญูผู้ทรยศต่อสำนักใหญ่ โทษฐานที่เจ้าบังอาจสังหารผู้อาวุโสเมื่อคราวก่อน วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินหนี ก็อย่าหวังว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่เทวะไปได้!" เฟิงเทียนประกาศกร้าว พรางกระชับกระบี่วิเศษในมือจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นรูปพญาอินทรีย์เพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
ทางด้าน มู่หรงเซวียน นางเซียนผู้สง่างามเย็นชา นางก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณแห่งผู้ฝึกตน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่ปั่นป่วน แม้ใบหน้าอันงดงามจะยังคงไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าดวงตาคู่สวยที่มองไปยังแผ่นหลังกว้างของหลี่เฟยหลงกลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างลึกซึ้ง นางยกมือขึ้นเรียกลูกแก้วธาราเหมันต์ขึ้นมาถือไว้ พร้อมที่จะลงมือสังหารศัตรูทุกคนที่บังอาจเข้ามาทำลายช่วงเวลาอันสงบสุขนี้ทันทีที่บุรุษของนางต้องการ
"เซวียนเอ๋อร์... ถอยไปก่อน" หลี่เฟยหลงเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มโดยไม่หันกลับมามอง น้ำเสียงของเขานั้นราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา
"ระวังตัวด้วย... กระบี่เล่มนั้นของมันมีพิษโลหิตทมิฬเคลือบอยู่" มู่หรงเซวียนเอ่ยเตือนสั้นๆ น้ำเสียงของนางแม้จะเย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับมีความอ่อนโยนและห่วงหาอาทรซ่อนอยู่ภายในอย่างเด่นชัด
"พิษรึ? ต่อให้มันเป็นพิษที่ร้ายกาจที่สุดในใต้หล้า ก็มิอาจระคายผิวหนังของคนที่ถือกระบี่เพื่อปกป้องสิ่งที่รักได้หรอก" หลี่เฟยหลงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่ที่ไร้ผู้เทียมทาน
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟยหลงก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับสายลมที่ไร้ร่องรอย!
"เร็วมาก!" เฟิงเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขนลุกชันไปทั่วร่าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง เขาตวัดกระบี่ในมือฟันออกไปเบื้องหลังสุดแรงเกิด ปราณกระบี่พญาอินทรีย์เพลิงคำรามลั่น กวาดทำลายต้นไม้และโขดหินรอบตัวจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา หลี่เฟยหลงปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่ในมือของเขาจี้ตรงเข้าที่กลางหน้าอกของเฟิงเทียนอย่างแม่นยำ ราวกับจับวาง แม้ว่าเฟิงเทียนจะพยายามใช้กระบี่ต้านทานไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงกระแทกมหาศาลกลับส่งผลให้กระดูกแขนของเขาชาด้านไปหมด เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากมุมปากทันที
"เจ้า... วิชาพรางเงาของเจ้า... ไปเรียนมาจากที่ใดกัน!" เฟิงเทียนเค้นเสียงถามด้วยความหวาดผวา ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาเป็นถึงศิษย์เอกผู้สืบทอดเคล็ดวิชาลับของสำนักกระบี่เทวะ เหตุใดจึงไม่สามารถแม้แต่จะมองตามการเคลื่อนไหวของคนผู้นี้ทัน?
"วิชากระบี่ของสำนักเจ้า มันคับแคบเกินกว่าจะมองเห็นฟ้ากว้าง" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เยือกเย็น ดวงตาคู่เดิมจ้องมองศัตรูราวกับพญาอินทรีย์กำลังมองเหยื่อในกรงขัง "จำไว้... ในวิถีกระบี่ ผู้ที่คิดจะยกกระบี่ขึ้นขู่ข้า คือผู้ที่ต้องเตรียมใจรับความตายไว้ล่วงหน้าแล้ว"
แรงกดดันจากจิตสังหารของหลี่เฟยหลงทะลทะลวงเข้าใส่จิตวิญญาณของเฟิงเทียนจนเข่าทรุดลงกับพื้น ดินบริเวณรอบตัวยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายฉือ ร่างของศิษย์เอกสำนักใหญ่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความทะนงตนทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้รัศมีกระบี่เดียวดาย
ทว่า ในขณะที่หลี่เฟยหลงกำลังจะเอียงคมกระบี่เพื่อปลิดชีพศัตรูเพื่อตัดปัญหา
*เปรี้ยง!*
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยสงบ กลับถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยสายฟ้าสีแดงฉานขนาดมหึมาที่ฟาดผ่าลงมาตรงหน้าพวกเขา แรงระเบิดสะท้านฟ้าดินทำให้มู่หรงเซวียนต้องขมวดคิ้วมุ่น นางสะบัดแขนเสื้อสร้างม่านโล่ปราณน้ำแข็งขึ้นปกป้องตนเองและหลี่เฟยหลงทันที
ควันหนาทึบและเศษฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เมื่อกลุ่มควันจางลง ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งยืนอยู่บนยอดไม้สูง ชายชราผู้นั้นถือไม้เท้าหัวมังกร ดวงตาหรี่แคบมองลงมาด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"ฮ่าๆๆๆ หลี่เฟยหลง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการมาเยือนของสำนักกระบี่เทวะในวันนี้ จะมีเพียงแค่เด็กอมมือผู้นี้?"
เสียงหัวเราะของชายชราดังสะท้อนก้องฟ้า พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดรอบทิศทาง ทุกคนต่างปลดปล่อยพลังปราณระดับสูงออกมาพร้อมกัน จนท้องฟ้าเหนือหุบเขาย้อมกลายเป็นสีเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ สัญลักษณ์ที่ปักอยู่บนหน้าอกของคนเหล่านั้น... มิใช่คนของสำนักกระบี่เทวะ แต่เป็น "นิกายโลหิตสวรรค์" ที่สูญหายไปจากยุทธภพ over นานนับร้อยปี!
มู่หรงเซวียนหันไปสบตากับหลี่เฟยหลงทันที แววตาของนางปรากฏความเคร่งเครียดขึ้นเป็นครั้งแรก "เฟยหลง... นี่มันแผนลวง พวกมันตั้งใจใช้ศิษย์สำนักกระบี่เทวะเป็นเพียงเหยื่อล่อ เพื่อดึงพวกเราออกมาติดกับดักในดินแดนรกร้างแห่งนี้!"
หลี่เฟยหลงไม่ตอบคำถาม เขาลดกระบี่ลงช้าๆ แต่ประกายตาคมกริบกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตามองกองกำลังนับร้อยที่ปิดล้อมพวกเขาไว้ทุกด้าน ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและท้าทายอำนาจฟ้าดิน
"แผนลวงงั้นรึ? ดี... ดีมาก..." หลี่เฟยหลงกล่าวพึมพำเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานไปถึงหูของทุกคน "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นจุดจบของข้านัก วันนี้ข้าก็จะใช้เลือดของพวกมัน... สลักชื่อลงบนหน้าประวัติศาสตร์ยุทธภพใหม่อีกครั้ง!"
ทันใดนั้น แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทนับสายปรากฏขึ้นบนพื้นดิน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องราวกับสัตว์อสูรบรรพกาลที่กำลังตื่นจากการหลับใหล และที่ใจกลางรอยแยกนั้นเอง... กระบี่มารโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินมานับพันปี ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาพร้อมกับออร่าสีดำทมิฬที่กลืนกินแสงจันทร์จนหมดสิ้น!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้เคียงข้างกันมานะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียน สองวิถีบรรจบในเงาจันทร์•ตอนที่ 3
วิถีกระบี่ที่ไม่ยอมก้มหัว
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียน สองวิถีบรรจบในเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
