กระบี่ในมือของจิ่งเหยียนไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน แต่มันมีไว้เพื่อตัดขาด... ตัดขาดจากโลกหล้า ตัดขาดจากกิเลส และท้ายที่สุดคือการตัดขาดจากความทรงจำอันโสมمที่พยายามกัดกินจิตวิญญาณของเขาในทุกค่ำคืน
ณ ยอดเขาเมฆาอันเป็นจุดสูงสุดของสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ หิมะโปรยปรายลงมาหนาตาจนกลบฝังร่องรอยทุกสิ่ง ทว่ารอยเท้าของบุรุษชุดขาวผู้หนึ่งกลับปรากฏขึ้นแล้วจางหายไปอย่างไร้ระเบียบ ท่วงท่าการตวัดกระบี่ของเขาไม่ได้ใช้พละกำลัง หากแต่เป็นการหลอมรวมลมหายใจเข้ากับความหนาวเหน็บ ทุกครั้งที่คมกระบี่แหวกผ่านอากาศ เสียงหึงหั่งของสายลมปราณหยินอันบริสุทธิ์ก็แปรสภาพเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับพันที่คมกริบดั่งใบมีด โอบล้อมร่างของเขาไว้ราวกับเกราะป้องกันจากความโดดเดี่ยว
เจ็ดปีเต็ม... นับตั้งแต่ที่สำนักต้องเผชิญกับมหันตภัยโลหิตล้างสำนัก และศิษย์ผู้น้องผู้กุมหัวใจของเขากระโดดลงสู่เหวลึกแห่งความตาย จิ่งเหยียนก็ไม่เคยเอ่ยคำพูดใดอีกเลย เขากลายเป็นเพียงรูปปั้นหินที่ยังมีชีวิต ขับเคลื่อนด้วยลมปราณแห่งวิถีเซียนและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งบนบ่า
"วิถีกระบี่ไร้ใจ ถึงขั้นบรรลุสมบูรณ์แบบแล้วสินะ ศิษย์พี่ใหญ่"
สุ้มเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำลอยแว่วมาตามสายลมหนาว ราวกับเสียงกระซิบจากภูตผีปีศาจ มากกว่าจะเป็นเสียงของมนุษย์ผู้หนึ่ง
จิ่งเหยียนหยุดชะงัก ปลายกระบี่ในมือค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากลำคอของตนเองเพียงมิลลิเมตรเดียว อณูน้ำแข็งที่ลอยเคว้งคว้างหยุดนิ่งสนิทตามแรงกดดันของจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่ได้หันกลับไปทันที เพราะรู้ดีว่าซอกหลืบแห่งความทรงจำที่พยายามปิดตายมาตลอดเจ็ดปี กำลังถูกกุญแจดอกเดิมไขเปิดออกอีกครั้ง
บนโขดหินสูงชันท่ามกลางพายุหิมะ ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาโลหิตยืนตระหง่าน เรือนผมสีเงินยวดยวงปลิวไสวไปตามแรงลม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากกระเบื้องเคลือบสีขาวรูปจิ้งจอกไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาคู่ที่มองลอดออกมานั้น... มันทั้งคมกริบ เย้ยหยัน และเต็มไปด้วยรอยร้าวรานที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเงาของตัวเขาเอง
หลี่มู่หราน...
ชื่อนี้ถูกกักขังไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริงๆ หรือนี่คือภาพมายาที่จิตมารสร้างขึ้นเพื่อลงทัณฑ์ผู้บำเพ็ญเพียรที่จิตใจไม่มั่นคงกันแน่?
"เจ้าไม่ควรกลับมาที่นี่" จิ่งเหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ดั่งผิวน้ำในบึงลึกช่วงฤดูหนาว ทว่ามือที่กำด้ามกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อย—เป็นความสั่นเทาที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้
"ที่นี่คือบ้านของข้า เหตุใดจึงกลับมาไม่ได้เล่า?" หลี่มู่หรานแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแห้งแล้งและเจ็บปวดดังแข่งกับเสียงพายุหิมะ เขาก้าวเดินลงมาจากโขดหิน ฝีเท้าเบาราวกับปุยนุ่น ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกระเพื่อมในคลื่นพลังปราณรอบตัวอย่างรุนแรง จนพื้นหิมะใต้เท้าแตกละเอียดเป็นวงกว้าง "หรือว่า... การที่ข้ายังมีชีวิตรอดกลับมา มันไปขัดขวางเส้นทางบรรลุธรรมอันสูงส่งของท่าน เข้าล่ะ ศิษย์พี่ผู้ไร้ใจ?"
หลี่มู่หรานหยุดยืนห่างออกไปเพียงสามก้าว กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมยป่า นั่นคือกลิ่นอายเฉพาะตัวที่จิ่งเหยียนไม่มีวันลืม
ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวราวกับฉายซ้ำ ดวงตาของหลี่มู่หรานที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มหยัน ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่นลงสู่เหวลึกเบื้องล่าง ความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณของเขามาตลอดเจ็ดปี ไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม มันกลับฝังรากลึกและเติบโตเป็นต้นไม้แห่งความทรมาน
"เจ้าตกลงไปในเหวอัสนีบาต... วิญญาณแตกสลายไปแล้ว..." จิ่งเหยียนหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสบประสานกับดวงตาคู่นั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับพันวันคล้ายถูกของมีคมกรีดแทงจนเลือดโชก
"วิญญาณแตกสลายงั้นหรือ?" หลี่มู่หรานยกมือขึ้นปลดหน้ากากสีขาวออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวที่งดงามราวกับภาพวาด ทว่าบริเวณหางตาซ้ายกลับมีรอยแผลเป็นลึกสีแดงฉานลากยาวลงมาถึงลำคอ ทำลายความสมบูรณ์แบบนั้นลงอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "สวรรค์ยังไม่ยอมรับคนบาปเช่นข้าให้ตายตกตามกันไปหรอก ศิษย์พี่... ข้าปีนขึ้นมาจากขุมนรกโลกันตร์ ก็เพื่อมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านติดค้างไว้กับข้า!"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่หรานก็หายวับไปจากจุดเดิม สายลมปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆาบนยอดเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในชั่วพริบตา กระบี่มารเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเขา พุ่งตรงเข้าหาจิ่งเหยียนด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ!
ฉับพลันนั้นเอง เสียงกระบี่กระทบกันก็ดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขาเมฆา ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบตัดกับความมืดมิดของพายุหิมะ
จิ่งเหยียนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แผ่ออกมาจากกระบี่ของศิษย์ผู้น้อง... มันไม่ใช่พลังเซียนบริสุทธิ์ที่พวกเขาเคยร่ำเรียนมาด้วยกันอีกต่อไป แต่มันคือวิถีมารอันดุร้ายที่กลืนกินแม้กระทั่งจิตวิญญาณของผู้ใช้!
"เจ้าฝึกวิชาต้องห้ามอันใดมา มู่หราน!" จิ่งเหยียนคำรามลั่น ความเย็นชาทั้งปวงพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกและห่วงAหาอันท่วมท้นที่ไม่อาจปิด
หลี่มู่หรานแย้มยิ้มทั้งหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของจิ่งเหยียนอย่างชัดเจน กระบี่ในมือของเขากดลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนคมกระบี่จ่อชิดกับอกเสื้อของอีกฝ่าย
"วิชาที่ทำให้ข้าสามารถฆ่าท่านได้... หรือไม่ก็... ทำให้ท่านตายไปพร้อมกับข้าอย่างไรล่ะ!"
หลี่มู่หรานกระซิบข้างหูของเขา เสียงนั้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าอสุนีบาตฟาดลงกลางใจ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่จิ่งเหยียนจะทันได้เอ่ยคำใด ปลายกระบี่มารในมือของหลี่มู่หรานก็พลิกกลับ เปลี่ยนทิศทางจากการโจมตี เป็นการพุ่งเข้าปักทะลุ... หัวใจของตนเองต่อหน้าต่อตาเขา!
เลือดสีดำสนิททะลักออกจากอกเสื้อของหลี่มู่หราน หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนกลายเป็นสีแดงฉานน่ากลัว ร่างบางทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของจิ่งเหยียนที่พุ่งเข้าไปคว้าไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว
"มู่หราน! เจ้าทำบ้าอะไร!" สุสุรเสียงของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาพยายามกดแผลเพื่อห้ามเลือด ทว่าพลังมารอันชั่วร้ายกลับกัดกินฝ่ามือของเขาจนไหม้เกรียม
หลี่มู่หรานยกมือที่เย็นเฉียบขึ้นสัมผัสใบหน้าของจิ่งเหยียน รอยยิ้มที่งดงามที่สุดและเศร้าที่สุดปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่ไร้สีเลือด
"เจ็ดปี... ที่ข้าต้องทนทุกข์ทรมานในนรก... ท่านเป็นคนผลักข้าลงไปเองนะศิษย์พี่... บัดนี้... ข้าขอคืนความเจ็บปวดนี้... ให้ท่านจดจำมันไปชั่วกัลปวสาน..."
ลมหายใจของหลี่มู่หรานขาดห้วง ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ปิดลง ร่างในอ้อมแขนเริ่มเย็นเฉียบลงเรื่อยๆ ท่ามกลางหิมะที่ยังคงโปรยปรายอย่างไร้ความปรานี
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะดับสูญ ดวงตาที่ปิดสนิทของหลี่มู่หรานกลับลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก และกระบี่มารในมือที่สะบัดหลุดจากการควบคุม พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า กรีดผ่ามิติออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท เผยให้เห็นเงาร่างนับร้อยที่กำลังก้าวข้ามความว่างเปล่าออกมา!
—หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหนาวเหน็บนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ—
กระบี่นิรันดร์สะบั้นเมฆา กับศิษย์พี่ผู้เย็นชาไร้ใจ•ตอนที่ 1
หิมะโปรยปรายที่ยอดเขาเมฆา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรันดร์สะบั้นเมฆา กับศิษย์พี่ผู้เย็นชาไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
