คราบหมึกสีชาดยังไม่ทันแห้งสนิทบนแผ่นกระดาษสาชั้นดี พระราชโองการฉบับนั้นก็ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือหนาของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นรั้วทองแดงกำแพงเหล็กแห่งบูรพาทิศ
"ซ่องสุมกำลังพล... ช่างเป็นข้อหาที่ประณีตเสียจริง"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันในถ้ำลึกดังขึ้น ท่าศาลาแปดเหลี่ยมกลางเรือนพักแรมแรมขอบค่ายทหารบูรพาในยามวิกาลนี้ อากาศหนาวเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว แต่ไอร้อนระอุที่แผ่ออกจากร่างของฉินอ๋อง (เฟยหลง) กลับน่ากลัวยิ่งกว่า
เบื้องหน้าของเขาคือโต๊ะไม้จันทน์หอมที่สลักลวดลายวิจิตร บนนั้นมีแผนที่ยุทธศาสตร์แคว้นตงหยางกางอยู่ กองกำลังทหารสามหมื่นนายที่เขาใช้ชีวิตและโลหิตแลกมาเพื่อปกป้องราชบัลลังก์ บัดนี้กลับถูกราชสำนักมองเป็นหอกข้างแคร่ที่ต้องเร่งกำจัดทิ้งเสียก่อนที่คมหอกจะหันกลับมาทิ่มแทงราช throne
แต่อุปสรรคในยามนี้ไม่ใช่พระราชโองการจากเมืองหลวง... แต่เป็นสตรีในชุดอาภรณ์สีเทาอ่อนปักลายเมฆาล้อมจันทร์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ
มู่หลานถิง มิได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่แม้แต่น้อย นางกำลังใช้พู่กันขนกระต่ายแตะหมึกอย่างบรรจง ก่อนจะวาดเส้นสีดำลงบนจุดยุทธศาสตร์ ‘ช่องเขาอวี้เหมิน’ บนแผนที่อย่างใจเย็น ราวกับโลกภายนอกไม่ได้กำลังลุกเป็นไฟ
"ท่านอ๋องกริ้วจนลืมมองความจริงไปเสียแล้วกระมังเพคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกเอ่ยขึ้น นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบดั่งเหยี่ยวอินทรีย์ของเขา แววตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้เพียงความระaับปัญญาที่ล้ำลึกเกินกว่าวัย
"หลานถิง เจ้ากล้าดียังไงมาต่อรองกับข้าในเวลานี้" เฟยหลงก้าวเท้าเข้าประชิด โอบล้อมร่างอรชรไว้ด้วยเงาของตนเอง กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากสนามรบโชยเข้าปะทะนาสิกของนาง แต่มู่หลานถิงเพียงแค่ก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างมีชั้นเชิง ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างในเชิงจิตวิทยา
"หม่อมฉันไม่ได้ต่อรองเพคะ... หม่อมฉันกำลังช่วยต่ออายุให้ท่าน และต่อลมหายใจให้ราษฎรแคว้นบูรพาต่างหาก" นางวางพู่กันลง ทอดสายตามองแผนที่ "หากท่านนำทหารสามหมื่นนายบุกกลับเมืองหลวงตามแรงอารมณ์ในพระราชโองการฉบับนี้ ท่านคิดว่าใครคือผู้ที่ยิ้มอยู่เบื้องหลัง? เสนาบดีหลี่ผู้กระหายอำนาจ หรือองค์รัชทายาทผู้หูเบา? พวกเขากำลังรอให้ท่านสวมรอยเป็นกบฏ เพื่อจะได้ชอบธรรมในการกวาดล้างตระกูลฉินให้สิ้นซาก"
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ "แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร? นิ่งเฉยรอให้คนพวกนั้นเอาโซ่มาล่ามคอไปตัดหัวประจานที่ประตูเมืองอย่างนั้นหรือ?"
"เราจะไม่ถอย และเราจะไม่บุก" มู่หลานถิงหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบเบาๆ ปลายลิ้วเรียวดุจลำหญ้าหยวกสัมผัสขอบถ้วยอย่างสง่างาม "เราจะ ‘เจรจา’"
คำว่าเจรจาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ายทหาร
"ดินแดนชายแดนบูรพาแห่งนี้แหละเพคะ ที่จะเป็นสุสานฝังกลบอำนาจของพวกขุนนางกังฉิน" กุนซือสาวแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมยแรกแย้มท่าศาลาหิมะ แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงที่ร้ายกาจยิ่งกว่าอาวุธใด "ในเมื่อราชสำนักอ้างว่าเราซ่องสุมกำลังพล เราก็จงแสดงให้เห็นว่ากำลังพลเหล่านี้ไม่ได้มีไว้โค่นลบัลลังก์ แต่มีไว้ปกป้องอธิปไตยจากชนเผ่าทางเหนือที่กำลังเคลื่อนไหว"
เฟยหลงหรี่ตาลง พิจารณาท่วงท่าและคำพูดของสตรีตรงหน้า สมองอันปราดเปรื่องของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายเริ่มประมวลผลตามหมากที่นางวางไว้ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความทึ่งอย่างเงียบงัน สตรีผู้นี้ช่างกล้าหาญและเยือกเย็นเสียจนน่ากลัว กล้าใช้คมดาบของศัตรูมาเชือดเฉือนศัตรูเอง
"เจ้ากำลังใช้เล่ห์กลกับข้า มู่หลานถิง" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความดุดัน
"หม่อมฉันเพียงแต่มอบ ‘มธุรส’ ที่หอมหวานที่สุดให้ท่านลิ้มลอง... แม้รสสัมผัสแรกจะขมปร่า แต่หากกลืนลงคอได้ มันจะเปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็นชัยชนะที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันในคืนฤดูหนาว
เฟยหลงจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่เอื้อnวาจาร้ายกาจแต่น่าฟังนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของสงครามและตระกูลที่สูญเสีย กลับเริ่มสั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนายื่นออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาพิจารณาให้ถ้วนถี่ แต่ทว่า...
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นมาจากหน้าประตูค่าย ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบเรือนพัก ทหารองครักษ์ประจำตัวของเฟยหลงพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" นายกองทหารคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนก "แม่ทัพพิทักษ์แคว้น นำกองกำลังหลวงสามพันนายบุกมาถึงหน้าค่ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพวกเขานำ ‘ราชสำนักโองการลับ’ ฉบับที่สองมาด้วย!"
มู่หลานถิงชะงัก พู่กันในมือร่วงหล่นกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น ขณะที่เฟยหลงหันขวับไปมองนอกหน้าต่าง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นเงา คบเพลิงนับร้อยสว่างวาบทั่วท้องทุ่งหิมะ
ราชโองการลับฉบับที่สอง... ในยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงความเป็นความตายเท่านั้นที่ถูกกำหนดไว้
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้จารึกประวัติศาสตร์•ตอนที่ 2
มธุรสแห่งกลยุทธ์
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้จารึกประวัติศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
