ปริศนาศพโบราณกับนายแพทย์นิติเวชผู้ไม่เชื่อในไสยเวท•ตอนที่ 6

กับดักแห่งพงไพร

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"ถ้าก้าวพลาดอีกเพียงครึ่งนิ้ว หมอคงไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ศพโบราณพวกนั้นในห้องแล็บอีกต่อไปแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำของศิลาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งในผืนป่าดิบชื้น นัยน์ตาคมกริบภายใต้เงาฮู้ดสีเข้มมองตรงไปยังร่างของนายแพทย์กรธวัช ซึ่งบัดนี้กำลังหอบหายใจโยนตัวพิงเข้ากับรากไม้ใหญ่ริมหน้าผาชัน เสื้อกราวน์และชุดสนามเปียกชุ่มโชกไปด้วยโคลนตมและหยาดน้ำฝน เม็ดเหงื่อปะปนกับหยดน้ำไหลย้อยลงมาตามโครงหน้าคมคายที่ซีดเผือด ห่างออกไปเบื้องล่างไม่ถึงคืบ คือความมืดมิดของห้วงเหวลึกที่ถูกหมอกทึบกลืนกิน เสียงกิ่งไม้หักและก้อนหินที่ร่วงหล่นลงไปสู่ก้นเหวสะท้อนก้องเป็นระยะ ยืนยันถึงความตายที่เพิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อครู่ นายแพทย์กรธวัชพยายามควบคุมมือที่สั่นเทาของตนเองให้สงบลง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่า ความตายเมื่อครู่ไม่ใช่ความซุ่มซ่าม แต่เป็นร่องรอยของ "บางสิ่ง" ที่จงใจเล่นงานเขา พื้นดินบริเวณที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ยุบตัวลงราวกับถูกควักออกไปจากด้านล่าง มันคือหลุมพราง—กับดักที่ธรรมชาติไม่ได้เป็นผู้สร้างขึ้นอย่างแน่นอน "ขอบคุณ..." กรธวัชเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ศักดิ์ศรีของนายแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องงดงามทางไสยเวทจะร่ำร้องว่าไม่ควรติดหนี้บุญคุณชายแปลกหน้าคนนี้ แต่ภาพที่ศิลาพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ร่างทั้งร่างจะดิ่งลงสู่เหวมรณะ ก็เป็นความจริงทางกายภาพที่ปฏิเสธไม่ได้ "แต่ผมคิดว่าตัวเองน่าจะหาทางเอาตัวรอดได้ แม้จะไม่มีคุณก็ตาม" ศิลาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่เจือด้วยความขบขันแต่มืดมนในคราเดียวกัน เขายื่นมือหนาออกไปตรงหน้า ชายหนุ่มผู้สืบทอดวิชาอาคมโบราณไม่ได้ถือสาหาความกับวาจาอวดดีของคนตรงหน้า ร่างสูงโปร่งยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางพายุฝนราวกับหยั่งรากลึกอยู่กับผืนป่า "ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดีครับคุณหมอ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับ 'เขตอาคม' ของคนที่ไม่อยากให้พวกเราเดินหน้าต่อหรอกนะ" ศิลาพูดพรางกวาดสายตาคมปลาบมองไปยังพุ่มไม้รกทึบเบื้องหน้า ซึ่งมีร่องรอยของการขุดคุ้ยและปักหมุดไม้ไผ่ขนาดเล็กที่สลักอักขระแปลกตา ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน กรธวัชปัดเศษดินออกจากเสื้อผ้าก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืน แม้ขาจะยังคงสั่นเล็กน้อยจากความตกใจ แต่แววตาของเขากลับฉายแววความดื้อรั้นและอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาแทนที่ เขาเดินเข้าไปใกล้หลักไม้ไผ่ที่ศิลากำลังจ้องมอง ในฐานะแพทย์นิติเวช เขาคุ้นเคยกับการชำแหละศพเพื่อหาความจริง แต่ในสถานการณ์นี้ เขากลับต้องมานั่งชำแหละ "ความเชื่อ" ที่เขาลบหลู่มาตลอดชีวิต "ร่องรอยการตัดไม้ และการจัดวางตำแหน่งแบบนี้..." กรธวัชพึมพำ วิเคราะห์ด้วยหลักการทางกายภาพและวิศวกรรมพื้นบ้าน "ไม่ใช่กับดักสัตว์ป่า... แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อทำให้น้ำหนักกดทับลงจุดเดียวเพื่อพังทลายหน้าผา ใครบางคนจงใจต้อนเรามาที่นี่" "ฉลาดมากครับ" ศิลาหันมามองแพทย์หนุ่มด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความชื่นชมเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างปิดไม่มิด "นึกว่าหมอจะมัวแต่มองหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จนลืมสังเกตว่า เจตนาของคนที่สร้างมันขึ้นมา... ต้องการชีวิตเราจริง ๆ" บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงฝนที่ซัดสาดกระทบใบไม้ใหญ่ ความใกล้ชิดในสถานการณ์คับขันทำให้ระยะห่างทางกายภาพของทั้งคู่ลดลงโดยปริยาย กลิ่นอายเฉพาะตัวของศิลา—กลิ่นจาง ๆ ของกำยานและไม้กฤษณา—ลอยปะปนมากับกลิ่นอายดินชื้นและหยาดฝน มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอันตรายแต่น่าค้นหาในเวลาเดียวกัน กรธวัชเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอคติ เริ่มมีร่องรอยของการยอมรับซ่อนอยู่ลึก ๆ "ทำไมคุณถึงช่วยผม?" กรธวัชเอ่ยถาม ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "เราต่างคนต่างมาทำหน้าที่ของตัวเองไม่ใช่หรือครับ คุณมีเป้าหมายเรื่องขุมทรัพย์และคำสาป ส่วนผมมาเพื่อพิสูจน์ความจริงทางคดี การตายของผม น่าจะทำให้คุณทำงานสะดวกลงด้วยซ้ำ ไม่มีคนคอยคัดค้าน ไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโลกวิทยาศาสตร์" ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา ก่อนที่เขาจะเบนสายตาออกไปมองความมืดเบื้องหน้าในป่าลึก "ถ้าผมอยากให้หมอตาย... ผมคงปล่อยให้หมอก้าวเท้าลงไปตั้งแต่ก้าวแรกแล้วล่ะครับ" ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่แฝงนัยยะลึกซึ้งที่ทำให้นายแพทย์หนุ่มถึงกับใจกระตุก "อีกอย่าง... โลกใบนี้มีคนมากมายที่มองเห็นความจริงเพียงด้านเดียว หมออาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่ผมทำ แต่ผมรู้ว่าหมอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยโกหกตัวเอง... และนั่นคือเหตุผลที่ผมยังต้องการหมอร่วมเดินทางไปจนสุดทาง" คำพูดนั้นเฉียบคมและทรงพลังพอกลบเสียงฝนรอบกายให้เงียบงันลงไปถนัดตา กรธวัชจ้องมองใบหน้าด้านข้างของศิลา ท่ามกลางแสงสลัวของพายุ ชายคนนี้มีความลับมากมายซ่อนอยู่หลังแววตาสوขุมลึกลับ แต่น่าแปลกที่ความหวาดระแวงในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างสองขั้วอุดมการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างพยายามพิสูจน์ความจริงในแบบของตนเอง "ถ้าอย่างนั้น... เราคงต้องเดินหน้าต่อสินะครับ" กรธวัชถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์สนามของตนเองขึ้นมาสะพายให้กระชับ "แต่บอกไว้ก่อนนะศิลา ถ้าเจอคราวหน้าแล้วคุณช่วยไม่ทัน ผมไม่ยอมตายง่าย ๆ ให้คุณสมใจหรอก" ศิลาหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างชอบใจ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดตั้งแต่พวกเขาออกเดินทางร่วมกันมา "ผมจะจำคำนี้ไว้นะครับคุณหมอ" ทั้งสองคนตัดสินใจก้าวเดินต่อไปในเส้นทางที่แคบและชันขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความเงียบงันที่กดดันเข้ามาไม่ได้มาจากธรรมชาติอีกต่อไป แต่มาจากความรู้สึกเหมือนมี "สายตา" นับร้อยคู่กำลังจ้องมองพวกเขาจากความมืดมิดในพงไพรทึบเบื้องหน้า เบื้องหลังม่านหมอกหนาและสายฝนที่เริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำกระทบใบไม้ ศิลาหยุดฝีเท้ากะทันหันจนกรธวัชเกือบเดินชนแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่าย นายแพทย์หนุ่มขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ศิลากลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้าม ส่งสัญญาณให้เงียบกริบ สายตาของศิลาจดจ้องไปยังพุ่มไม้เบื้องหน้า ซึ่งห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว ที่นั่น... ท่ามกลางโคลนตมและรากไม้ มีร่องรอยของบางสิ่งเพิ่งถูกเคลื่อนย้าย มันไม่ใช่รอยเท้าสัตว์ และไม่ใช่ร่องรอยของมนุษย์ทั่วไป กรธวัชก้าวเข้าไปใกล้ศิลาอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเมื่อแสงจากไฟฉายส่องกระทบเข้ากับวัตถุแปลกปลอมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินตื้น ๆ มันคือ "เครื่องรางกระดูกสัตว์" ที่สลักด้วยอักขระโบราณคุ้นตา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของนายแพทย์หนุ่มแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ความน่ากลัวของไสยเวท... แต่เป็นรอยเปื้อนสีแดงสดบนเครื่องรางชิ้นนั้น—มันคือคราบเลือดที่ยังใหม่อยู่มาก และส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดิน ศิลาคุกเข่าลงช้า ๆ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษดินออก เผยให้เห็นวัตถุอีกชิ้นที่ถูกฝังอยู่ติดกัน มันคือป้ายชื่อโลหะสแตนเลสขัดเงา สลักตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานนิติเวชและชื่อย่อของนายตำรวจชุดสืบสวนที่หายตัวลึกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน... และที่สำคัญที่สุด คือมันเป็นของคนที่ควรจะนอนอยู่ในห้องผ่าตัดของกรธวัช ไม่ใช่มาอยู่กลางป่าลึกแห่งนี้ ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากรธวัช แววตาสوขุมเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ใช่แค่เราสองคนหรอกครับที่กำลังล่าขุมทรัพย์..." ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าลอดไรฟัน ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปในความมืด "ดูเหมือนว่า... เจ้าของป่ากำลังต้อนรับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาในอาณาเขตแล้ว" กรธวัชยังไม่ทันได้เอ่ยคำถามใด ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นพร้อมกันจากทุกทิศทุกทางในความมืดมิดรอบตัวพวกเขา! --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ — เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาศพโบราณกับนายแพทย์นิติเวชผู้ไม่เชื่อในไสยเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%