"ราคาปิดตลาดวันนี้ร่วงลงไปถึง 14 เปอร์เซ็นต์... ธันวาครับ ผมว่าคุณควรพิจารณาเรื่องการขายหุ้นส่วนเกินในมือทิ้งเสียก่อนที่มูลค่ามันจะเหลือเพียงแค่กระดาษเปล่า"
กวินกดวางสายโทรศัพท์ด้วยท่าทีเรียบเฉย สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่กราฟสีแดงฉานบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ภายในห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา แต่ในความเงียบนั้น กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กวินจงใจสร้างขึ้น
การเทขายหุ้นของกลุ่ม 'มีเดีย พลัส' ซึ่งเป็นบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ที่ธันวาถือหุ้นใหญ่อยู่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ที่เขาวางหมากไว้เป็นแรมเดือน กวินเพียงแค่โยนข่าวลือเรื่องการทุจริตภายในและการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนออกไปในจังหวะที่เปราะบางที่สุด ความตื่นตระหนกของนักลงทุนรายย่อยก็ทำหน้าที่เป็นโดมิโน่ชั้นดีที่ล้มลงอย่างต่อเนื่อง
"คุณกวินครับ... กองทุนของเรากว้านซื้อหุ้นที่หลุดออกมาในกระดานได้ครบ 25 เปอร์เซ็นต์ตามเป้าหมายแล้วครับ ตอนนี้เรากลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองที่มีสิทธิ์ออกเสียงในบอร์ดบริหารอย่างสมบูรณ์"
เสียงของเลขาฯ ส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อมทำให้กวินเหยียดยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความดีใจ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เห็นเหยื่อกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่เขาวางไว้ด้วยมือของตัวเอง
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมสูทสั่งตัดสีน้ำเงินเข้มที่ดูไร้ที่ติ ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างบานยักษ์ที่มองเห็นวิวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร "ธันวาคงกำลังคลุ้มคลั่งอยู่ในห้องทำงานสินะ เขาคงไม่คิดว่าเพื่อนที่เขาเคยถีบหัวส่ง จะกลับมาในฐานะ 'เจ้าหนี้' และ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่' ที่คอยบีบคอเขาอยู่ในวันนี้"
"แล้วเรื่องการประชุมบอร์ดวิสามัญในวันพรุ่งนี้ล่ะครับ?" เลขาฯ ถามด้วยความระมัดระวัง
"เตรียมเอกสารการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังที่ผมให้คุณไปรวบรวมมาให้พร้อม" กวินหมุนตัวกลับมา สายตาของเขามีความมุ่งมั่นที่เฉียบขาด "ถ้าธันวาอยากเล่นเกมบริหารธุรกิจด้วยวิธีสกปรก ผมก็จะสอนให้เขารู้ว่า... ในโลกของเงินตราและอำนาจ ใครคือกฎหมายที่แท้จริง"
ช่วงบ่ายวันนั้น กวินตัดสินใจเดินทางไปยังตึกใหญ่ของมีเดีย พลัส ด้วยตัวเขาเอง เขาไม่ได้มาในฐานะแขก แต่มาในฐานะผู้ควบคุมชะตากรรมของบริษัทนี้ การก้าวเดินผ่านล็อบบี้ที่มีพนักงานขวักไขว่ด้วยความตื่นตระหนกเปรียบเสมือนการเดินผ่านทุ่งสังหารที่เขาก่อขึ้นเอง
เมื่อประตูห้องทำงานของธันวาเปิดออก กวินพบกับภาพของเพื่อนเก่าที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากซากปรักหักพัง ธันวากำลังยืนหอบหายใจรดโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารกระจัดกระจาย ใบหน้าของชายผู้เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเซียวและเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน
"มึง... มึงทำแบบนี้ทำไม กวิน!" ธันวาตะคอกเสียงหลง พลางขว้างปากกาหรูทิ้งลงพื้น "มึงรู้ไหมว่าการที่มึงทุบหุ้นแบบนี้ มึงไม่ได้แค่ทำลายกู แต่บริษัทนี้คือมรดกที่กูสร้างมาด้วยชีวิต!"
กวินเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อและกลิ่นความกลัวที่โชยออกมาจากร่างของอดีตเพื่อนรัก เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวไม้นั้นกลับดังราวกับเสียงปืนที่ลั่นไก
"มรดกเหรอธันวา?" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูก "บริษัทที่มึงสร้างขึ้นจากเงินที่มึงโกงกูไปน่ะเหรอ? มึงลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าทุกบาททุกสตางค์ที่มึงใช้สร้างอาณาจักรนี้ คือหยาดเหงื่อที่กูต้องเสียสละในชาติก่อน... วันนี้กูแค่มา 'ทวงคืน' ในส่วนที่กูควรจะได้"
ธันวาชะงักไป ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก "มึง... มึงพูดเรื่องอะไร ชาติก่อน? มึงบ้าไปแล้ว!"
กวินโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของธันวา ลมหายใจของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความอาฆาตที่ถูกบ่มเพาะมานับสิบปี "กูไม่ได้บ้าธันวา... กูแค่มีความทรงจำที่มึงไม่มีวันเข้าใจ วันนี้มึงเสียหุ้นไป 25 เปอร์เซ็นต์ แต่พรุ่งนี้ ในห้องประชุมบอร์ดบริหาร... กูจะทำให้มึงสูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งเกียรติยศที่มึงพยายามปกป้องด้วยวิธีโสมม"
เขายืดตัวขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินหันหลังกลับอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้ธันวายืนสั่นเทาอยู่เบื้องหลังเหมือนคนไร้ทางสู้ กวินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพังทลายเท่านั้น
ทว่า ในขณะที่กวินกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในนั้น
"ว่ายังไง?" กวินรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คุณกวินครับ... ผมคือทนายความที่ดูแลทรัพย์สินส่วนบุคคลของคุณ" ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... พอร์ตการลงทุนในต่างประเทศที่คุณถือครองอยู่ทั้งหมด ถูกใครบางคนแอบโอนออกไปยังบัญชีนิรนามเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มูลค่ากว่าห้าพันล้านเหรียญสหรัฐ... และที่สำคัญที่สุด บัญชีปลายทางนั้นเป็นชื่อของคนที่คุณรู้จักดีที่สุด"
กวินหยุดเดิน มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นจนสั่น เขารีบเช็กหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินทันที และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้หัวใจของนักล่าผู้เยือกเย็นต้องกระตุกวูบ
ชื่อเจ้าของบัญชีผู้รับโอนเงินจำนวนมหาศาลนั้น... ไม่ใช่ธันวา... และไม่ใช่ใครที่เขาเคยคาดคิดมาก่อน
กวินเพิ่งตระหนักได้ว่า เขาไม่ได้กำลังเล่นหมากรุกกับธันวาเพียงคนเดียว แต่นี่คือกับดักที่ซ้อนกับดักอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งถูกวางไว้โดยใครบางคนที่รู้จุดอ่อนของเขาดีกว่าใครในโลก
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการล้างแค้นของผมในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมาดูกันว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังกระดานหมากนี้ครับ
ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา•ตอนที่ 12
ซื้อกิจการคู่แข่ง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!