“คุณกวินครับ... กราฟตัวนี้สัญญาณมันฟ้องว่าวอลลุ่มกำลังไหลออกอย่างผิดปกติ ถ้าเราไม่รีบเทขายตอนนี้ ทุนที่เราลงไปกับโปรเจกต์อสังหาฯ เฟสแรกมีหวังได้กลายเป็นเศษกระดาษแน่ๆ”
อริสาพูดพลางเลื่อนแท็บเล็ตมาตรงหน้าผม น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดแบบที่ผมคุ้นเคยมาตลอดชีวิตการทำงานในชาติก่อน กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้อ่อนๆ ที่เธอใช้มาตลอดสิบปีลอยแตะจมูกผม มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอม แต่มันคือกลิ่นของความตายและความภักดีที่ผมเคยได้รับ ก่อนที่ผมจะถูกแทงข้างหลังจนตายในอีกภพหนึ่ง
ผมจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า เธอในวัยนี้ยังดูอ่อนเยาว์กว่าตอนที่ผมเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพผมในห้องทำงานที่เปื้อนเลือด แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่กำลังทำหน้าที่เป็นมือขวาผู้ซื่อสัตย์ให้ผมในฐานะนักลงทุนหนุ่มอนาคตไกล มันกำลังจ้องมองผมด้วยความกังวลอย่างจริงใจ
“กวิน? เป็นอะไรไปครับ? หรือว่าคุณมีข้อมูลวงในที่ผมไม่รู้?”
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียด กลิ่นบุหรี่ราคาแพงโชยมาปะทะจมูก ผมเบนสายตาไปทางทิศทางของเสียง พบกับชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดจากอิตาลีที่กำลังเดินถือแก้ววิสกี้เข้ามาในห้องประชุมส่วนตัวที่คลับหรูแห่งนี้
ธันวา... ไอ้เพื่อนรักที่เคยสาบานว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนวันตาย แต่เป็นคนเดียวกับที่ถือมีดเล่มนั้นจ่อเข้าที่หัวใจผมในวันปิดดีลหมื่นล้าน
มันยืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ—รอยยิ้มที่ผมเห็นมานับพันครั้งในฝันร้าย “แหม ทำเป็นเครียดเรื่องกราฟไปได้นะไอ้กวิน นายก็รู้ว่าหุ้นตัวนี้มันคือเหมืองทองคำชัดๆ อริสาเธอขี้กังวลเกินไปหน่อย อย่าไปฟังมันมากเลย มาคุยเรื่องดีลที่เราวางไว้ดีกว่า”
ผมกำหมัดแน่นใต้โต๊ะจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความร้อนระอุแล่นพล่านจากท้องน้อยขึ้นสู่สมอง ทุกครั้งที่เห็นหน้ามัน ความทรงจำตอนที่ถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างมันย้อนกลับมาเหมือนหนังสยองขวัญที่ฉายซ้ำไม่รู้จบ ผมอยากลุกขึ้นแล้วซัดหมัดหนักๆ เข้าที่กรามของมันให้หักคามือ แต่อีกใจหนึ่งกลับกระซิบเตือนสติว่า *‘ความแค้นเป็นอาหารมื้อเย็นที่เสิร์ฟในอุณหภูมิที่เย็นเยียบเท่านั้น’*
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับจังหวะหัวใจให้มั่นคง พลางยิ้มตอบกลับไปอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อริสาพูดถูกแล้วครับธันวา... กราฟนี้กำลังส่งสัญญาณอันตราย แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้สนใจเรื่องหุ้นอสังหาฯ ในพอร์ตนั้นอีกต่อไปแล้ว” ผมแสร้งทำเป็นหยิบแก้วเหล้าขึ้นจิบเพื่อซ่อนอาการสั่นของมือ “เพราะผมเพิ่งตัดสินใจโอนถ่ายพอร์ตทั้งหมดไปลงในคริปโตฯ ช่วงขาขึ้นรอบใหม่เมื่อเช้านี้เอง”
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันพลางหัวเราะร่า “คริปโตฯ? นั่นมันของเล่นคนรวยที่อยากจะเผาเงินเล่นไม่ใช่หรือไงนายเปลี่ยนไปเยอะนะกวิน ปกติเห็นนายวิเคราะห์ความเสี่ยงจนละเอียดยิบ แต่นี่กลับมาแทงสวนตลาดเนี่ยนะ?”
“นั่นสินะครับ” ผมหันไปสบตาอริสาที่กำลังขมวดคิ้วสงสัย “คนเราพอผ่านประสบการณ์เฉียดตาย... หรือการสูญเสียครั้งใหญ่ ก็มักจะมองเห็นเกมการเงินในมุมที่ต่างออกไป”
อริสาเงียบไป เธอจ้องมองผมราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในดวงตาผม “คุณพูดเหมือนกับว่าคุณเห็นอนาคตมาอย่างนั้นแหละค่ะ”
คำพูดของเธอกระตุกหัวใจผมไปวูบหนึ่ง ผมยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ธันวาไม่มีวันเข้าใจ “อาจจะใช่ครับอริสา บางทีการได้เห็นจุดจบของเกมตั้งแต่ยังไม่เริ่มเล่น ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวางแผนเดินหมากให้ชนะขาดลอย”
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลออยู่เบื้องหลัง ธันวาเดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น เขาวางมือลงบนไหล่ผมแรงๆ อย่างที่เขาชอบทำเพื่อแสดงอำนาจเหนือกว่า “งั้นก็ดี... ถ้านายมั่นใจขนาดนั้น ก็น่าจะลองมาเดิมพันในดีลใหญ่ที่ฉันกำลังทำดูหน่อยไหมล่ะ? หุ้นบริษัทเทคโนโลยีหน้าใหม่ที่กำลังจะทำ IPO ในสัปดาห์หน้า ถ้ามีเงินของนายร่วมด้วย เราจะครองตลาดนี้ได้เบ็ดเสร็จ”
ผมมองไปที่มือของธันวาที่วางอยู่บนไหล่ ความรู้สึกขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนเกือบจะสำลักออกมา แต่ผมข่มมันไว้ ผมเอียงคอเล็กน้อยแล้วปัดมือเขาทิ้งอย่างสุภาพแต่หนักแน่น
“ดีล IPO ที่คุณว่า... คือบริษัทที่คุณกู้เงินก้อนโตมาปั่นหุ้นเพื่อฮุบกิจการรายย่อยใช่ไหมครับ?” ผมถามเสียงเรียบ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ “ธันวาครับ... การเล่นกับไฟน่ะสนุกดีนะ แต่ถ้าไม่ระวัง ไฟน่ะไม่ได้เผาแค่คนอื่น แต่มันจะเผาคนจุดอย่างคุณให้มอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เศษเถ้าถ่าน”
ธันวาเปลี่ยนสีหน้าไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเก๊กทำเป็นหัวเราะ “นายพูดอะไรของนาย?”
“ผมก็แค่เตือนเพื่อนครับ” ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ “อริสา... ตามผมมาหน่อยได้ไหมครับ ผมมีงานสำคัญให้คุณช่วยจัดการ แต่ไม่ใช่เรื่องหุ้นอสังหาฯ ห่วยๆ นี่นะ”
อริสาลุกขึ้นตามทันทีโดยไม่ลังเล เธอทำความเคารพธันวาด้วยมารยาทที่ห่างเหิน ก่อนจะเดินตามผมออกมาจากห้องประชุม ทิ้งให้ธันวายืนมองตามหลังเราด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายที่ปิดไม่มิด
เมื่อพ้นออกมาที่ระเบียงของคลับ อริสาหยุดเดินแล้วถามผมทันที “คุณกวินคะ เกิดอะไรขึ้นคะ? วันนี้คุณดูแปลกไปมาก คุณไม่เคยปฏิเสธธันวาตรงๆ แบบนั้นมาก่อน”
ผมหยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟจากเมืองหลวงยามค่ำคืนสะท้อนลงในดวงตาของเธอ มันงดงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ผมอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกันบ้าง แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการรักษาบทบาทในเกมนี้ไว้ให้มั่นคง
“อริสา... ถ้าผมบอกว่าธันวาไม่ใช่เพื่อนอย่างที่คุณเห็น คุณจะเชื่อผมไหม?”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ในโลกธุรกิจนี้ คำว่าเพื่อนมันก็แค่ชื่อเรียกของผลประโยชน์ไม่ใช่เหรอคะ? ถึงคุณไม่บอก ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าเขากำลังคิดไม่ซื่อ”
ผมมองเธอด้วยความรู้สึกทึ่ง เธอเฉลียวฉลาดเสมอ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงไว้ใจเธอที่สุดในชาติก่อน แต่ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าปรากฏชื่อ ‘ธันวา’ บนหน้าจอ เธอขมวดคิ้วแล้วหันมามองผม
“เขาส่งข้อความมาค่ะ” เธออ่านข้อความแล้วสีหน้าเปลี่ยนไป “เขาบอกว่า... เขารู้แล้วว่าคุณกำลังทำอะไร และถ้าคุณไม่หยุดยุ่งกับหุ้นตัวที่เขากำลังจะปั่น เขาจะทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา รวมถึงชีวิตของคนใกล้ตัวคุณด้วย”
ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเกมที่ผมรอคอยมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา กดส่งคำสั่ง ‘ขายชอร์ต’ หุ้นบริษัทที่ธันวากำลังถืออยู่ทั้งหมดทันที
“ให้เขาทำลายไปเลยครับอริสา” ผมพูดพลางจ้องไปที่โทรศัพท์ของเธอ “เพราะในอีก 30 นาทีข้างหน้า หุ้นที่เขากำลังปั่นอยู่จะดิ่งลงเหว จนเขาแทบไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้ออาหารเช้ากิน... และจุดจบของธันวา ก็เริ่มต้นขึ้นตรงนี้แหละครับ”
ผมหันไปมองท้องฟ้าที่มืดสนิท ก่อนจะหันกลับมาหาเธอด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุด “เตรียมตัวให้พร้อมนะครับอริสา คืนนี้เราจะเห็นมหกรรมล้มละลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์... และคนที่เริ่มมัน คือคนข้างหลังคุณนั่นแหละ”
วินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันตลาดหุ้นก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้นของคลับ ทุกสายตาของนักธุรกิจในห้องโถงหันมามองจอภาพขนาดใหญ่ที่แสดงกราฟสีแดงฉานดิ่งพุ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงโวยวายของธันวาที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องประชุมด้วยใบหน้าที่ถอดสี
ผมยืนกอดอกดูภาพความหายนะตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพช ก่อนที่จะเห็นชายในชุดดำลึกลับคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดข้างๆ ผม พร้อมกระซิบข้างหูว่า “คุณกวินครับ... บัญชีปลายทางที่ธันวาโอนเงินไปฟอกนั้น เราตรวจสอบเจอแล้วครับ และคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่บริษัทนอมินี แต่มันคือครอบครัวของอริสาที่เขากำลังกุมความลับเอาไว้อยู่”
โลกทั้งใบของผมหมุนเคว้ง ความลับที่ผมไม่เคยรู้ในชาติก่อนถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้... และคนที่ผมเชื่อใจที่สุด กำลังเป็นหมากตัวที่อันตรายที่สุดในกระดานนี้เช่นกัน!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับกวินในเกมการเงินที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนต่อไปนะครับ!
ด้วยความเคารพจากใจ,
เซียนหุ้นย้อนเวลาครับ
ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา•ตอนที่ 4
เผชิญหน้าอดีตเพื่อนรัก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!