“ถ้าคุณยังลังเลที่จะลงนามในเอกสารนี้ ผมเกรงว่าโอกาสที่กำไรจะงอกเงยเป็นสิบเท่าในอีกสองปีข้างหน้า อาจจะหลุดลอยไปถึงมือคนอื่นที่กล้าตัดสินใจมากกว่าคุณนะครับ”
กวินวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ของมันดังก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบเชียบ ทนายความส่วนตัวของเขานั่งนิ่งดุจรูปปั้น ส่วนอีกฝั่งของโต๊ะคือเจ้าของที่ดินแปลงงามในย่านชานเมืองที่ดูรกร้าง แต่ในความทรงจำของกวิน พื้นที่ผืนนี้คือ ‘ขุมทรัพย์’ ที่รอวันถูกถมทับด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย
เจ้าของที่ดินวัยกลางคนเหงื่อซึมตามไรผม เขาจ้องมองตัวเลขมหาศาลในสัญญาด้วยมือที่สั่นเทา กวินไม่ได้รีบร้อน เขามองดูภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นี่คือตัวตนที่เขาหล่อหลอมขึ้นมาใหม่จากเถ้าถ่านของความพ่ายแพ้ในชาติก่อน
“คุณกวินครับ... ที่ดินผืนนี้มันเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวผม ผมแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่ามันจะมีการตัดผ่านของรถไฟฟ้า ในเมื่อข่าวในหนังสือพิมพ์วันนี้ยังเงียบกริบ”
กวินเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตา “ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน ไม่ใช่แค่จำนวนเงินในบัญชีนะครับ แต่มันคือ ‘ความเร็วของข้อมูล’ ผมไม่ได้ซื้อที่ดินผืนนี้เพราะข่าวในหนังสือพิมพ์ แต่ผมซื้อเพราะผมรู้ว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณในอีกสามเดือนข้างหน้า และบังเอิญเหลือเกินที่คนคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมกอล์ฟของลุงผม”
คำโกหกที่แนบเนียนถูกหว่านล้อมออกไปอย่างใจเย็น กวินรู้ดีว่าข่าวนี้จะหลุดออกมาในอีก 90 วัน และในวินาทีที่ประกาศกฤษฎีกาออกมา ที่ดินผืนนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากราคาที่เขาตกลงซื้อถึงสิบห้าเท่า
ปากกาถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าของที่ดินจดจ่ออยู่กับการเซ็นชื่อ กวินมองดูปลายปากกาที่จรดลงบนกระดาษ ใจของเขาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่มีลมพัดผ่าน สำหรับเขา นี่ไม่ใช่แค่การลงทุน แต่มันคือการสร้าง ‘รากฐาน’ เพื่อโค่นล้มธันวา เพื่อนรักจอมปลอมที่เคยเหยียบย่ำเขาจนจมดิน
“ยินดีด้วยครับ คุณกลายเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลไปอีกคนแล้ว” กวินกล่าวพร้อมยื่นนามบัตรบริษัท ‘กวิน แคปิตอล กรุ๊ป’ ที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อเช้านี้ให้แก่คู่สัญญา
เมื่อออกจากห้องประชุม กวินถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการวางหมากรุกชีวิตถาโถมเข้ามา แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เขาเดินออกมาที่ลานจอดรถ แสงไฟนีออนของเมืองหลวงเริ่มสว่างไสวขึ้นในยามโพล้เพล้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คพอร์ตหุ้นคริปโตที่ตั้งค่าขายอัตโนมัติไว้ในช่วงราคาที่เขาคำนวณไว้แม่นยำ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่ทศนิยมเดียว
ทว่า ความเงียบสงัดของลานจอดรถกลับถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายชุดดำสองคนที่เดินตรงมาทางเขา กวินชะงักฝีเท้า สายตาเหลือบไปเห็นรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล ซึ่งเขาจำมันได้แม่นยำว่าเป็นรถของ ‘ธันวา’
กระจกหน้าต่างรถเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มแบบเสแสร้งของเพื่อนเก่า ธันวาสวมแว่นกันแดดราคาแพงแม้จะเป็นเวลาค่ำ เขามองกวินด้วยสายตาที่ดูแคลนเหมือนที่เคยทำมาตลอดหลายปี
“กวิน... ไม่เจอกันนานเลยนะ ได้ข่าวว่าช่วงนี้หันมาจับธุรกิจอสังหาฯ อย่างนั้นเหรอ? ไปเอาเงินมาจากไหนล่ะ? หรือว่าไปกู้หนี้ยืมสินใครมาเพื่อมาเล่นขายของแบบนี้?” เสียงหัวเราะของธันวาแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “อ้อ แล้วที่ดินย่านชานเมืองนั่นน่ะ... ระวังหน่อยนะ ได้ข่าวว่าตรงนั้นน่ะ ‘ฮวงจุ้ย’ ไม่ดี คนที่ไปลงทุนมักจะเจ๊งไม่เป็นท่า”
กวินหยุดเดิน มือล้วงกระเป๋ากางเกง เขาหันไปเผชิญหน้ากับธันวาด้วยท่าทีที่นิ่งสนิทเสียจนธันวาถึงกับหุบยิ้มลงเล็กน้อย
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับคุณธันวา” กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสกดดัน “แต่ผมว่าฮวงจุ้ยที่น่ากลัวกว่าที่ดินของผม คือ ‘กรรม’ ที่คุณกำลังก่ออยู่ต่างหาก ช่วงนี้พอร์ตการลงทุนของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับ? เห็นว่าหุ้นเทคโนโลยีที่ถืออยู่กำลังเผชิญกับข่าวฉาวเรื่องการทุจริตภายใน... หวังว่าคุณจะยังมีสภาพคล่องพอที่จะประคองบริษัทไปได้ถึงเดือนหน้าก็นะ”
ธันวาหน้าถอดสีทันที เขากระชากคอเสื้อกวิน แต่กวินไม่ได้ขยับหนี เขากลับโน้มตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของอีกฝ่าย แล้วกระซิบเบาๆ ด้วยถ้อยคำที่ทำให้ธันวาต้องแข็งค้าง
“คุณรู้ได้ยังไงเรื่องหุ้น... ใครเป็นคนบอกแก!” ธันวาตะคอก เสียงสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก
กวินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้ธันวารู้สึกราวกับถูกมองทะลุเข้าไปถึงสันดอนของหัวใจ “ความลับก็คือความลับนะครับคุณธันวา แต่ถ้าคุณอยากรู้มากกว่านี้... ลองเช็คบัญชีธนาคารที่คุณแอบโอนเงินเข้าบริษัทนอมินีเมื่อวานดูสิครับ บางที... อาจจะมีบางอย่างหายไปโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว”
ธันวารีบปล่อยมือจากคอเสื้อกวินและคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบบัญชีทันที กวินหันหลังเดินกลับไปที่รถของตนเองโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย เขาควบรถออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา
เขาทิ้งให้ธันวายืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางความมืด แต่ทว่าเมื่อกวินขับรถพ้นหัวมุมถนน เขาก็พบกับรถตู้สีดำคันหนึ่งที่จอดขวางทางไว้ ทะเบียนรถคันนั้น... เป็นเลขชุดเดียวกับที่เขาเคยใช้ในชาติก่อน ในวันที่ชีวิตเขาพังทลายลงเพราะคำสั่งฆ่าจากคนที่มีอำนาจเหนือกว่าธันวา
ประตูรถตู้ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เขารู้จักดี... หญิงสาวที่ควรจะตายไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน
"ไม่ได้พบกันนานเลยนะ... กวิน" เธอเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนกวินต้องกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกวินและร่วมลุ้นไปกับก้าวย่างของเขาในโลกแห่งการเงินที่โหดร้ายนะครับ
เซียนหุ้นย้อนเวลาครับ
ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา•ตอนที่ 7
จัดตั้งบริษัททุนนิยม
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!