บันทึกลับนิยายรัก: บทใหม่ของเค้กวานิลลา (776)•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนชุดราตรี

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“คุณมั่นใจแล้วใช่ไหมคะ ว่าชุดที่สวมอยู่บนตัวคุณ... คือผลงานของคุณจริงๆ?” น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรากลางใจเมือง แสงไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงสะท้อนบนผิวกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของชลิตา ไฮโซสาวผู้เป็นเจ้าของฉายา ‘ดีไซเนอร์ดาวรุ่งแห่งปี’ ชลิตาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่าที่ถือดี เธอในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บอย่างประณีตบรรจงสะบัดหน้ามองรินรดาด้วยสายตาเหยียดหยาม “รินรดา... เธอเป็นแค่พนักงานเก็บกวาดในสตูดิโอของฉัน อย่าได้สำคัญตัวผิดไปเลย แค่เห็นชุดสวยๆ ก็อยากจะเคลมว่าเป็นของตัวเองงั้นเหรอ? น่าสมเพชสิ้นดี” เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วงาน บรรดาแขกเหรื่อไฮโซต่างพากันกระซิบกระซาบ บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพด้วยสายตาที่รอคอยการ ‘กำจัดตัวตลก’ ออกจากแวดวงสังคมชั้นสูง รินรดาไม่ได้สะทกสะท้าน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปที่รอยเย็บตะเข็บใต้แขนเสื้อของชลิตาเพียงชั่วครู่ มุมปากของเธอกระตุกยิ้มอย่างเย็นชา “ตะเข็บชุดสีแดงชุดนี้เย็บด้วยเทคนิคซ่อนด้ายแบบฝรั่งเศส แต่ในงานแฟชั่นโชว์เมื่อเดือนก่อน คุณกลับบอกนักข่าวว่าเป็นเทคนิคเย็บมือแบบโบราณ... ช่างน่าขันนะคะที่ ‘เจ้าของผลงาน’ ยังจำเทคนิคการตัดเย็บของตัวเองไม่ได้” ชลิตาหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นหัวเราะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อน “ใส่ร้าย! แกมันก็แค่คนขี้อิจฉาที่ถูกไล่ออกไปเพราะทำชุดลูกค้าเสียหาย!” “งั้นลองดูนี่ไหมคะ?” รินรดาไม่รอให้ศัตรูได้ตั้งตัว เธอหยิบแท็บเล็ตเครื่องบางออกมาจากคลัตช์ใบหรู นิ้วเรียวยาวกดเปิดไฟล์ภาพร่างต้นฉบับที่มีลายเซ็นกำกับไว้ชัดเจน ซึ่งเป็นร่องรอยที่ชลิตาไม่มีวันลบออกได้ “นี่คือลายเซ็นที่ฉันซ่อนไว้ในรอยพับของซับในชุด... ถ้าคุณยืนยันว่าเป็นของคุณจริง งั้นเรามาถอดชุดพิสูจน์กันตอนนี้เลยไหมคะ?” คำว่า ‘ถอดชุด’ ทำเอาชลิตาตัวแข็งทื่อ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เธอหันไปมองกลุ่มเพื่อนไฮโซที่เริ่มมีท่าทีสงสัย สายตาที่เคยชื่นชมบัดนี้กลับกลายเป็นความเคลือบแคลง “หยุดพล่ามเพ้อเจ้อได้แล้ว!” ชลิตาตวาดลั่น เธอคว้าแก้วไวน์จากถาดเสิร์ฟใกล้ตัวหมายจะสาดใส่หน้าหญิงสาวเพื่อจบเรื่องนี้เสีย แต่ก่อนที่ของเหลวสีแดงจะเปรอะเปื้อนใบหน้าของรินรดา มือแกร่งของใครบางคนก็คว้าข้อมือของชลิตาเอาไว้แน่นเสียก่อน แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนแก้วไวน์ร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น บรรยากาศในงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดสีน้ำเงินเข้มยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังรินรดา ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองชลิตาด้วยความเย็นชาที่ทำเอาคนทั้งงานถึงกับขนลุก “คุณคินน์...” ชลิตาครางชื่อเขาออกมาด้วยความตกใจและหวาดหวั่น คินน์ อัครเดโช ขยับกายยืนบังรินรดาไว้มิดชิดราวกับปกป้องของล้ำค่าที่สุดในชีวิต “ชุดที่เธอสวมอยู่... ผมเป็นคนสั่งให้ฝ่ายกฎหมายของอัครเดโชตรวจสอบตั้งแต่วันที่เห็นรูปโปรโมทแล้ว” เขาหันมาสบตารินรดา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังชลิตาที่กำลังตัวสั่นเทา “ผลสรุปคือ... คุณขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของภรรยาผม และตอนนี้ผมได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจแล้ว พวกเขาคงกำลังรอคุณอยู่ที่หน้างาน” “ไม่... ไม่จริง! ฉันไม่ได้...” ชลิตาหน้าซีดเผือด เธอพยายามจะถอยหนี แต่บอดี้การ์ดชุดดำที่โผล่มาจากมุมมืดของงานกาล่าได้ล็อกตัวเธอไว้เรียบร้อยแล้ว รินรดามองดูศัตรูที่เคยทำลายชีวิตเธอถูกลากออกไปอย่างไร้ทางสู้ เธอไม่ได้รู้สึกสงสาร เธอเพียงแค่รู้สึกว่าความยุติธรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างงดงามที่สุด แต่ทว่าท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนปริศนาก็ดังแทรกขึ้นมาอีกระลอก ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานก้าวออกมาจากกลุ่มแขกวีไอพี ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก “คุณอัครเดโชครับ... เกรงว่าเรื่องการขโมยผลงานจะยังไม่ใช่ประเด็นเดียวที่ต้องเคลียร์วันนี้ เพราะดูเหมือนว่า ‘แบบชุด’ ที่คุณรินรดาอ้างว่าเป็นของเธอนั้น... จะมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์กับบริษัทคู่แข่งของผมอยู่นะครับ” เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาโชว์กลางอากาศ ซึ่งประทับตราประหลาดที่ทำให้คินน์ถึงกับขมวดคิ้วแน่น รินรดารู้สึกถึงความผิดปกติที่คืบคลานเข้ามา เธอเงยหน้ามองคินน์ที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนไปเป็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “หมายความว่ายังไงครับคุณนันท์?” คินน์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ชายคนนั้นยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้มาที่รินรดา “หมายความว่าคุณรินรดาไม่ได้แค่ขโมยผลงาน แต่เธออาจจะกำลังถูกใช้เป็นหมากในเกมการเมืองของตระกูลที่พวกคุณไม่อยากจะข้องเกี่ยวด้วย... และตอนนี้ คนของตระกูลนั้นกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ เพื่อทวง ‘สมบัติ’ ชิ้นสุดท้ายที่เธอแอบเอาออกมาครับ” แสงไฟในห้องโถงดับลงวูบเดียว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจากสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงมทั่วทั้งอาคาร เสียงเฮลิคอปเตอร์หลายลำกระหึ่มเหนือหลังคาตึก พร้อมกับการพังทลายของประตูกระจกบานยักษ์หน้างาน คินน์คว้ามือรินรดาไว้แน่น “หนี! ห้ามปล่อยมือผมเด็ดขาด... วันนี้พวกเราต้องรอด!” นี่คือจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าที่รินรดาไม่มีวันคาดคิด... และความลับที่เธอซ่อนไว้ในรอยตะเข็บชุดนั้น กำลังจะเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล ขอบคุณที่ติดตามบทแรกของเรื่องราวนี้ไปด้วยกันนะคะ เค้กวานิลลาตื่นเต้นมากที่จะได้เล่าต่อในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับนิยายรัก: บทใหม่ของเค้กวานิลลา (776) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%