โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 30

คำสารภาพของคนเคยใจร้าย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักบนพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว รวินดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยียบเย็น ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความอ่อนล้าและหยาดน้ำตา บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับก้อนเหล็กกล้า เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยกับแรงอารมณ์ของอดีสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอจนจมดิน "คุณบ้าไปแล้วหรือไง ภาคิน!" รวินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คิดจะเอาเศษเงินเศษทองมาซื้อความสุขบนความพินาศที่นายเป็นคนก่อขึ้นมากับมืออย่างนั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!" ภาคินในยามนี้ไม่มีคราบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายลู่ลง ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความรังเกียจและหมางเมิน บัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าเธออย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี เข่าทั้งสองข้างกระแทกกับพื้นเสียงดังอื้ออึง แต่วินาทีนี้ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับรอยแผลเป็นในใจที่เขาเพิ่งตระหนักว่าตนเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมา "ดา..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือหนาที่เคยผลักไสเธอออกไปจากชีวิต สั่นเทาขณะเอื้อมหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับสำนึกได้ว่ามือคู่นี้สกปรกเกินกว่าจะแตะต้องผู้หญิงที่เขาทำลายจนแหลกสลายคามือ "ผมขอโทษ... ผมมันโง่เง่าที่สุด ผมมันตาบอดและใจร้าย... ได้โปรด ดา... ลงโทษผมเถอะ จะให้ผมชดใช้ด้วยอะไรก็ได้ ขอแค่โอกาสให้ผมได้แก้ตัว... ให้ผมได้กลับมาทำหน้าที่สามีและพ่อ..." รวินดาก้มมองผู้ชายที่กำลังคุกเข่าแทบเท้า เธอยังจำความรู้สึกในวันที่เธอตั้งท้องน้องดลโดยลำพัง วันที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและความใจร้ายของเขา วันที่มัทนาเข้ามาเยาะเย้ยและเขาก็เลือกที่จะเชื่อผู้หญิงคนนั้นมากกว่าภรรยาในทะเบียนสมรส ทุกหยดน้ำตาในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากที่พร้อมจะพัดพาความเจ็บปวดทั้งหมดกลับมาแผדเผาใจอีกครั้ง แต่เปล่าเลย... หัวใจของเธอในตอนนี้ด้านชาจนเกินกว่าจะร้องไห้ให้คนสารเลวคนนี้อีกแล้ว "คุณกำลังขอร้องใครอยู่คะ ภาคิน?" รวินดาถาม เสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอดีตสามีที่หมดสภาพ "ผู้หญิงที่คุณเคยบอกว่าเป็นภาระ เป็นตัวน่ารำคาญ เป็นคนที่คุณไม่เคยชายตามองเลยแม้แต่หางตา... คนนั้นน่ะเหรอคะที่คุณกำลังคุกเข่ากราบกรานอยู่?" "ดา... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่มีวันลบล้างได้..." ภาคินเงยหน้าขึ้น หยดน้ำตาร่วงหล่นจากดวงตาคมเข้มลงสู่พื้นพรมราคาแพง เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเขาจนแทบหายใจไม่ออก ภาพในอดีตที่เขาเคยตวาดใส่เธอ ภาพที่เขาไล่เธอออกจากบ้านในคืนที่ฝนตกหนักโดยไม่สนว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซาตานที่คอยลงทัณฑ์เขา "มัทนามัน... มันหลอกผม มันวางแผนทุกอย่างเพื่อให้เราแตกแยกกัน แต่ความผิดทั้งหมดมันอยู่ที่ผม... อยู่ที่ความโง่เง่าและความเย่อหยิ่งของผมเองที่ไมยอมฟังเสียงหัวใจคุณ! ดา... ถ้าไม่มีผม คุณกับลูกต้องลำบากขนาดไหน ผมสำนึกแล้ว... ผมยอมทุกอย่างแล้วจริงๆ" "สำนึกเหรอคะ?" รวินดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเวทนา "คำว่าสำนึกของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ ภาคิน สามปีที่ฉันต้องกอดลูกร้องไห้ในห้องเช่าแคաբๆ สามปีที่ฉันต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเลี้ยงชีวิตเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาโดยไม่มีพ่อ... ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังมีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองกับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่เหรอ? แล้ววันนี้พอทุกอย่างมันพังลง พอคุณรู้ว่าลูกคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ คุณถึงวิ่งกลับมาแล้วคุกเข่าขอความเห็นใจเนี่ยนะ?" "ผมไม่ได้มาขอความเห็นใจ... ผมมาขอโอกาส..." ภาคินละล่ำละลักพูด มือหนาเอื้อมไปกุมข้อเท้าของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา "ผมรู้ว่ามันเห็นแก่ตัว แต่ผมรักคุณ ดา... ผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมรักคุณก็ในวันที่ผมสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว ได้โปรด... ให้ผมได้ชดใช้เถอะนะ ให้ผมได้ดูแลครอบครัวของเราอีกครั้ง" รวินดาก้มมองมือกำยำที่สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความสะใจผุดพรายขึ้นมาในแวบแรก แต่มันก็ตามมาด้วยความว่างเปล่าอันน่าหดหู่ ความรักที่เคยมีให้เขา มันถูกเผาทำลายจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปตั้งแต่วินาทีที่เธอยอมเซ็นใบหย่าแล้ว "ปล่อยมือค่ะ ภาคิน" รวินดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนภาคินต้องยอมคลายมือออกอย่างไม่เต็มใจ "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวฉัน จำคำพูดนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจนะคะ... สิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต ฉันจะไม่มีวันลืม และที่สำคัญที่สุด... ลูกของฉัน ไม่มีวันต้องการพ่อที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณ!" สิ้นคำพูดนั้น รวินดาก็สะบัดหน้าหนีและก้าวเดินผ่านร่างของอดีตสามีที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เสียงสะอื้นไห้ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลดังเล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างน่าสมเพช แต่มันไม่อาจหยุดฝีเท้าที่มั่นคงของเธอได้อีกต่อไป รวินดาเปิดประตูห้องทำงานออกเพื่อเดินกลับไปยังโซนห้องพักรับรองที่ลูกชายตัวน้อยกำลังรออยู่ แต่ทว่า... ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก หัวใจที่เพิ่งแข็งกร้าวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างสูงสง่าของใครบางคนยืนพิงผนังทางเดินอยู่ ประตูห้องพักเปิดแง้มไว้เล็กน้อย และเสียงใสแจ๋วของน้องดลกำลังเจรจาเจื้อยแจ้วกับผู้มาเยือนคนนั้นดังลอดออกมา "คุณอาใจดีคนนี้... หน้าตาเหมือนปะป๊าที่อยู่ในรูปถ่ายของแม่เลยฮะ!" รวินดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อร่างสูงที่ยืนหันหลังให้เธอค่อยๆ หันกลับมาสบตา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของ "ปรเมศร์" ทนายความมือหนึ่งและคู่ปรับทางธุรกิจคนสำคัญของภาคิน ที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ พร้อมกับแฟ้มเอกสารลับสุดยอดที่ซ่อนความจริงทั้งหมดเอาไว้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครใน "โซตรักพันธะลวงใจ" นะคะ บทต่อไปความจริงอันดำมืดกำลังจะถูกกระชากหน้ากากแล้วค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%