เสียงชัตเตอร์ของกล้องดิจิทัลระดับโปรดังกดรัวติดต่อกันสามครั้ง ในวินาทีที่รถยนต์สีดำสนิทกระจกกรองแสงทึบแล่นผ่านโค้งมืดของลานจอดรถร้างใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ภาพที่ปรากฏบนจอแอลซีดีด้านหลังไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันโรแมนติก แต่เป็นใบหน้าด้านข้างของนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลกำลังยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกให้กับชายชุดดำสวมฮู้ดปิดบังใบหน้า ดวงตาคมกริบของคีรินหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความตื่นตัว เลนส์เทเลโฟโต้ตัวเก่งทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบจนน่ากลัว เขากดเช็คไฟล์ภาพซ้ำอีกรอบเพื่อความมั่นใจ
ทว่า ในจังหวะที่นิ้วเรียวยาวกำลังจะเลื่อนไปกดบันทึกสำรองข้อมูล เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตกลับสั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบงัน
*“ไอ้คีริน! มึงรีบไสหัวมาที่คอนโดเดอะทรัสต์ เรสซิเดนซ์ ยูนิต 809 ด่วนที่สุด! ลูกค้ารายใหญ่กำลังจะมาดูห้องตอนตีสองสิบนาทีนี้ ถ้ามึงยังชักช้า มึงเตรียมตัวโดนกูเฉือนคอมมิชชันทิ้งจนไม่เหลือแม้แต่บาทเดียวได้เลย!”*
ข้อความจากธันวา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและเกลียดการผิดเวลาเข้ากระดูกดำ ส่งตรงเข้ามาพร้อมกับพิกัดจีพีเอส คีรินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ท่ามกลางความกดดันรอบตัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาดำของชายฉกรรจ์สองคนกำลังเดินแยกออกจากกลุ่มเป้าหมายแล้วมุ่งตรงมายังเสาปูนที่เขาใช้เป็นที่กำบัง
ให้ตายเถอะ... งานศิลปะมักแลกมาด้วยความเสี่ยงเสมอสินะครับ
ร่างสูงโปร่งของช่างภาพหนุ่มหมุนตัววิ่งลัดเลาะไปตามความมืด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เลนส์ราคาแพงในกระเป๋าสะพายกระแทกเข้ากับซี่โครงจนเจ็บแปลบ แต่คีรินไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นลูบ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัวถึงขีดสุด เขารู้ดีว่าภาพในกล้องตัวนี้มีค่าพอกระชากหัวคนให้หลุดจากบ่าได้เลยทีเดียว การหาที่หลบภัยชั่วคราวที่ไม่ใช่แค่การซ่อนตัวธรรมดา จึงเป็นหนทางเดียวที่จะเอาชีวิตรอดในค่ำคืนนี้
รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบคู่ใจถูกบิดทะยานออกจากเงาตึกร้างพุ่งทะยานสู่ท้องถนนยามวิกาล สายลมปะทะใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความท้าทาย คีรินกำแฮนด์รถแน่น ดวงตาฉายแววเจ้าเลื้อยผสมความบ้าบิ่น ปลายทางของเขาไม่ใช่สถานีตำรวจ ไม่ใช่บ้านพัก แต่เป็นห้องเช่าหรูราคาแพงลิบลิ่วที่ไอ้นายหน้าหน้าเลือดกำลังยืนรอก다ยด้วยสีหน้าถมึงทึง
สิบห้านาทีต่อมา ณ โถงทางเดินชั้นแปดของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง
คีรินในสภาพเสื้อแจ็คเก็ตยับยู่ยี่และเส้นผมชื้นเหงื่อ ใช้ปลายนิ้วเคาะกระจกประตูห้อง 809 เบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยเจ้าของห้องผู้ปรากฏกายในชุดสูทเข้ารูปเนี๊ยบกริบแม้จะเป็นเวลาตีสองกว่าแล้วก็ตาม
ธันวาจ้องมองช่างภาพหนุ่มหัวฟูตรงหน้าด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แววตาคู่คมใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจระคนหงุดหงิด
"นายมาช้าไปแปดนาที สามสิบวินาที คีริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่มีการทักทาย "รู้ตัวไหมว่าความไร้ระเบียบของนายกำลังทำลายเครดิตการเป็นนายหน้ามือหนึ่งของฉัน ลูกค้ากระเป๋าหนักระดับเศรษฐีพันล้านกำลังจะมาถึงในอีกห้านาทีนี้ ถ้าเขาเห็นสภาพนายที่เป็นเหมือนคนเพิ่งหนีตายมาจากไหนไม่รู้แบบนี้ ฉันจะไล่นายออกจากการเป็นพาร์ทเนอร์หาภาพถ่ายห้องชุดนี้ทันที"
คีรินยกยิ้มมุมปาก ความกวนประสาทถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ เขาก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต จงใจเบียดไหล่หนาของธันวาให้เซถอยหลังไปเล็กน้อย
"ใจเย็นน่า คุณธันวาคนเก่ง หน้าตาบึ้งตึงแบบนั้นเดี๋ยวตีนกาขึ้นไม่รู้ด้วยนะ" คีรินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงระยับอย่างไร้ความเกรงใจ พลางปัดเศษฝุ่นออกจากชายเสื้อ "พอดีผมแวะไปเก็บ 'ภาพวิว' ยามค่ำคืนมานิดหน่อย วิวแถวใต้สะพานนี่มันเร้าใจดีชะมัด รับรองว่าถ้าคุณได้เห็น อาจจะเปลี่ยนใจเลิกขายบ้านแล้วมาซื้อกล้องถ่ายรูปตามผมก็ได้นะครับ"
ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวช่างภาพหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาเฉพาะตัวลอยปะทะจมูกคีรินจนชะงัก
"ฉันไม่ได้มีเวลามาเล่นตลกกับนายนะ คีริน!" ธันวาโน้มตัวลงต่ำ มือเรียวสวยคว้าคอเสื้อแจ็คเก็ตของอีกฝ่ายไว้แน่น ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรดแก้มกันและกัน "ที่นี่คือเซฟเฮาส์ลับระดับไฮ엔ด์ ลูกค้าของฉันต้องการความเป็นส่วนตัวและความสมบูรณ์แบบ ถ้านายยังทำตัวกวนประสาทแล้วทำแผนการขายของฉันพัง ฉันจะ...!"
คำขู่ของธันวาต้องกลืนกลับลงคอไปทันที เมื่อจู่ๆ คีรินไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม... ช่างภาพหนุ่มกลับเอื้อมมือไปแตะกรอบแว่นของธันวาแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวปัดปอยผมที่ตกลงมาปร็อกหน้าผากมนออกให้อย่างถือวิสาสะ
แววตาคมกริบของคีรินเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนเรียวปากหยักลึก
"จะทำไมเหรอครับ... จะจูบผมปิดปาก หรือจะแจ้งความข้อหาบุกรุกหัวใจคุณดีล่ะ?"
ธันวาชะงักค้างไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอพาลกระหน่ำรัวผิดจังหวะด้วยความโกรธปนความประหม่าที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด เขาผลักอกคีรินออกห่างอย่างแรงจนร่างโปร่งเซถอยหลัง
"ไอ้...!"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้เอ่ยคำด่าทอใดๆ ออกมา เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ติ๊งหน่อง!*
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขาส่งสายตาดุร้ายคาดโทษมายังคีรินเป็นเชิงว่า 'เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยแล้วหุบปากซะ' ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูเพื่อต้อนรับแขกวีไอพีที่มาถึงตามเวลาเป๊ะ
มือเรียวปลดล็อกกลอนประตูแล้วดึงบานประตูให้เปิดกว้างขึ้น รอยยิ้มแบบนักธุรกิจมืออาชีพถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าทันที ทว่า... รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่เศรษฐีพันล้านผู้ซื้อกระเป๋าหนักอย่างที่คาดคิด
แต่กลับเป็นชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทสามคน พร้อมด้วยปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่หน้าผากของธันวาโดยตรง และหนึ่งในนั้นคือชายสวมฮู้ดที่คีรินเพิ่งลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้!
"สวัสดีครับคุณนายหน้า... ดูท่าทางห้องเช่าสวรรค์ห้องนี้ จะต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเข้าซะแล้วสิครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก ขณะที่ธันวากำลังจะเอี้ยวตัวหันกลับไปมองคีรินด้วยแววตาตื่นตระหนกสุดขีด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความระทึกและเคมีที่ร้อนแรงนี้ไปพร้อมกันนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างภาพกับนายหน้าอสังหาฯ ฝีปากกล้า•ตอนที่ 1
ภาพถ่ายนรกกับห้องเช่าสวรรค์
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างภาพกับนายหน้าอสังหาฯ ฝีปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
