กลิ่นอายของกระดาษโบราณและละอองมานาเข้มข้นในหอสมุดหลวงแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลีย (Arkēleia) มักทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงสมุทรแห่งปัญญาอันไร้ก้นบึ้ง แต่สำหรับไอริสแล้ว ที่แห่งนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงแค่ ‘หน้าต่างโค้ด’ ขนาดยักษ์ที่มีบรรทัดคำสั่งผิดพลาดเรียงรายอยู่เต็มไปหมดจนน่ารำคาญตา
"ค่ามานาสุทธิเหลือเพียงสามสิบหน่วย... กับคาถากระสุนเพลิงระดับพื้นฐานที่ร่ายออกไปสามสิบครั้ง แต่เป้าซ้อมกลับไหม้เกรียมไม่เท่ากันแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ใช้ตัวแปร ร่ายบทสคริปต์ และองศาการสะบัดข้อมือเหมือนกันทุกประการ"
เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากบางของเด็กหนุ่ม ดวงตาสีสนิมคู่นั้นกวาดมองกลุ่มอนุภาคแสงสีแดงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่ความงดงามของเวทมนตร์อย่างที่พวกคุณครูพร่ำสอนในห้องเรียน แต่มันคือกลุ่มก้อนของข้อมูลที่กำลัง ‘รั่วไหล’ และสูญเสียประสิทธิภาพไปอย่างไร้เหตุผล
เด็กหนุ่มร่างโปร่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนสามัญชนก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าว สมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าในมือถูกเปิดพลิกด้วยปลายนิ้วที่เต็มไปด้วยรอยหมึก บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ได้มีบันทึกบทสวดคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ทว่ามันเต็มไปด้วยผังงาน (Flowchart) และสมการตรรกะเชิงคณิตศาสตร์ที่ดูคล้ายกับภาษาวิทยาศาสตร์ของโลกใบอื่น—โลกที่ไม่มีเวทมนตร์ แต่ขับเคลื่อนด้วยระบบระเบียบที่ไร้ความปราณี
"ไอริส..."
น้ำเสียงหวานใสกังวานราวกับระฆังแก้วดังขึ้นจากความมืดสลัวหลังชั้นหนังสือขนาดยักษ์ ลูมิน่า ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของชั้นปี ก้าวออกมาด้วยท่าทีสง่างาม เรือนผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงจากตะเกียงเวทมนตร์ ดวงตาสสีอลิเซียนคู่คมกริบมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"เธอควรจะไปเตรียมตัวสำหรับการทดสอบภาคปฏิบัติรอบคัดเลือก ไม่ใช่มานั่งจดอะไรแปลกๆ ที่ไม่มีอยู่ในหลักสูตรหลวงนะคะ" ลูมิน่าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงไปด้วยความกดดันโดยธรรมชาติ เธอมองดูรอยไหม้บนเป้าซ้อมเวทมนตร์ตรงหน้า "ฉันได้ยินรายงานจากอาจารย์ผู้คุมสอบว่า ค่าพลังเวทของเธออยู่ในเกณฑ์ ‘วิกฤตขั้นต่ำ’... พูดตรงๆ คือ เธอแทบไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าสู่สนามประลองด้วยซ้ำ"
ไอริสไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขายังคงจ้องมองกลุ่มอนุภาคมานาที่ค่อยๆ สลายตัวไปในอากาศด้วยสายตานิ่งสงบ เขากลับปิดสมุดบันทึกเสียงดัง *‘ทึบ’* ก่อนจะเงยหน้าสบตากับหญิงสาวผู้เพียบพร้อมตรงหน้า
"ประธานลูมิน่าครับ—อ๊ะ ขออภัยครับ... ประธานลูมิน่าคะ" ไอริสเกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมออกไป แต่ก็รีบปรับสรรพนามให้ถูกต้องตามระเบียบของสถาบันอย่างรวดเร็ว "คุณคิดว่าเวทมนตร์คืออะไรหรือคะ? พลังจากพระเจ้า? พรวิเศษจากเทพนิยาย? หรือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนที่มีสายเลือดบริสุทธิ์เท่านั้น?"
ลูมิน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ความงดงามของเธอบัดนี้เจือปนไปด้วยความฉุนเฉียว "มันคือสัจธรรมของโลกใบนี้ เป็นพลังที่บรรพบุรุษเราใช้ขับไล่ความมืดและสร้างอารยธรรมขึ้นมา คำถามของเธอออกจะไร้สาระเกินไปหน่อยแล้วนะคะ ไอริส"
"งั้นเหรอคะ..." ไอริสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ลูมิน่ารู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "แต่สำหรับฉัน เวทมนตร์มันก็เป็นแค่ ‘โปรแกรมคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์’ ที่เขียนขึ้นมาอย่างลวกๆ โดยผู้สร้างที่ขี้เกียจต่างหากล่ะคะ"
"เธอว่ายังไงนะ?!"
"ลองดูนี่สิคะ"
ไอริสไม่ได้รอให้ประธานนักเรียนสาวได้ซักถามต่อ นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดศูนย์กลางของวงแหวนเวทมนตร์ที่เพิ่งจางหายไป บนอากาศที่ว่างเปล่า—หากมองด้วยดวงตาธรรมดาจะเห็นเพียงความว่างเปล่า แต่ด้วยทักษะการมองเห็นโครงสร้างข้อมูลระดับ ‘อัลกอริทึม’ ของไอริส เขากลับมองเห็นเส้นด้ายสีฟ้าจางๆ ที่พันandกันยุ่งเหยิง
"คาถากระสุนเพลิงบทที่สี่... ในตำราเรียนระบุไว้ว่าต้องใช้มานา 1 หน่วยเพื่อจุดชนวน 1 หน่วยเพื่อสร้างรูปร่าง และอีก 1 หน่วยเพื่อเร่งความเร็ว รวมเป็น 3 หน่วยต่อหนึ่งนัดใช่ไหมคะ? แต่นั่นคือการทำงานแบบซ้ำซ้อนอย่างสิ้นเปลือง หากเราตัดฟังก์ชันการตรวจสอบความปลอดภัยที่เรียกว่า ‘สัตยาบันแห่งผู้ใช้’ ออกไป และดึงพลังงานจากตัวแปรตกค้างในสภาพแวดล้อมมาใช้แทน..."
ไอริสยกมือขึ้น วาดปลายนิ้วกลางอากาศโดยไม่มีการร่ายคาถา ไม่มีบทสวด ไม่มีวงแหวนเวทมนตร์ปรากฏขึ้นมาแม้แต่น้อย
*ป๊อป!*
เสียงคล้ายฟองอากาศแตกดังขึ้นเบาๆ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ดวงตาคู่สวยของลูมิน่าเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ลูกไฟขนาดเท่ากำปั้น ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีการใช้มานาจากตัวไอริสแม้แต่หยดเดียว! มันเสถียร สมบูรณ์แบบ และมีความร้อนสูงกว่ากระสุนเพลิงปกติถึงสามเท่าตัว!
"บ้าน่า..." ลูมิน่าก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางยกขึ้นปิดริมฝีปากที่เผยอค้าง "เธอ... เธอทำได้อย่างไรกัน? ไม่มีวงแหวนเวทมนตร์ ไม่มีตัวกลาง และที่สำคัญ... มานาในตัวเธอไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย!"
"ฉันไม่ได้ใช้เวทมนตร์ค่ะ ประธานลูมิน่า" ไอริสเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นของนักพัฒนาผู้พบช่องโหว่ในระบบ "ฉันแค่... ‘แก้บั๊ก’ ให้มันต่างหากล่ะคะ"
บรรยากาศในหอสมุดเงียบงันลงทันที เสียงลมหายใจของหญิงสาวผู้สมบูรณ์แบบสะท้อนก้องในความเงียบ เธอกำลังมองเด็กหนุ่มผู้มีค่าพลังเวทต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ราวกับเขากำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขาที่เธอยังไม่เคยไปถึง
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยอันแหลมคมและน่ากลัวก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเลีย!
*[แจ้งเตือนระบบสถาบัน: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดรากฐานในเขตหวงห้ามระดับ 0]*
*[คำเตือน: โครงสร้างป้องกันขอบเขตโลกเวทมนตร์กำลังล่มสลาย]*
*[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS ถูกกระตุ้น: ค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ก่อนที่ ‘ผู้ดูแลระบบนิรนาม’ จะทำการรีเซ็ตเซิร์ฟเวอร์]*
ดวงตาสีอลิเซียนของลูมิน่าหดแคบลงทันทีเมื่อเสียงประกาศก้องกังวานจบลง เธอกวาดสายตามองไอริสที่กำลังยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขท่ามกลางเสียงไซเรนที่แผดเผา
"ไอริส... นี่เธอไปทำอะไรมากันแน่คะ?!"
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรกนี้นะคะ แล้วมาร่วมไขปริศนาแห่งเวทมนตร์ไปพร้อมกับไอริสในตอนถัดไปได้เลยค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท
สูตรลับฉบับตัวตึง กับการยึดครองสถาบันเวทมนตร์ด้วยบั๊กที่ไม่มีใครรู้•ตอนที่ 1
บั๊กแรกของชีวิต
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับตัวตึง กับการยึดครองสถาบันเวทมนตร์ด้วยบั๊กที่ไม่มีใครรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
