วิถีกระบี่เดียวดาย ปะทะ มารฟ้าอหังการ•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนฝักกระบี่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นอายคาวเลือดมิได้จางหายไปตามสายลมยามค่ำคืน ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งอบอวลเข้มข้นขึ้น ราวกับหมู่มวลวิญญาณที่ตายอย่างอยุติธรรมกำลังกรีดร้องขอความเป็นธรรมจากผืนแผ่นดินอันแห้งแล้งแห่งนี้ "พวกเจ้า... ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในอารามโบราณดังขึ้น ท่ามกลางซากปรักหักพังของหมู่บ้านชายแดนตระกูลหลี่ ที่บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านและเสาไม้ดำเป็นตอตะโก ฉินหลางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองซากศพอันเวทนา ร่างกายของเขาสวมอาภรณ์สีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินที่ชายเสื้อ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบด้วยปิ่นไม้หยก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายเย็นเยียบ ทว่าลึกลงไปกลับระอุด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล เบื้องหน้าของเขาคือกลุ่มโจรจากพรรคมารโลหิตโลกันตร์ เกษตรกรผู้บริสุทธิ์นับร้อยชีวิตถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี เด็กน้อยและสตรีไม่มีละเว้น ร่องรอยการต่อสู้แสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม พลังปราณมารสีดำทะมึนยังคงลอยวนเวียนอยู่ราวกับกลุ่มควันแห่งความชั่วร้าย "ฮ่าๆๆๆ... เจ้าเด็กน้อย แต่งตัวลิเกเช่นนี้ คิดจะเป็นวีรบุรุษกู้ชาติหรืออย่างไร?" หัวหน้าโจรพรรคมารรูปร่างกำยำล่ำสัน รอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากหน้าผากถึงลำคอ หัวร่อออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันถือกระบองหนามเคลือบพิษสีเขียวเข้มในมือ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่าง สัมผัสได้ถึงขอบเขตพลังปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ด ฉินหลางไม่เอ่ยวาจาโต้ตอบ มือขวาของเขาค่อยๆ เลื่อนไปกุมด้ามกระบี่เหล็กนิลกาฬที่เหน็บอยู่ข้างเอว รอยร้าวเล็กๆ บนฝักกระบี่ไม้จันทน์ดำส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ราวกับมันกำลังรับภาระอันหนักอึ้งจากจิตสังหารที่เจ้าของปลดปล่อยออกมา ในวินาทีนั้นเอง มู่หรงเซียน ธิดาแห่งหุบเขาเมฆา ที่ยืนสงบนิ่งอยู่บนหลังคาบ้านเรือนที่พังทลาย ห่างออกไปสามสิบก้าว ก็ขยับกายอย่างแผ่วเบา นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ผ้าแพรบางเบาพลิ้วไหวตามแรงลม ราวกับเซียนสาวผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ทว่าแววตาคู่คมกลับจับจ้องไปยังกลุ่มโจรด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ นางถือกระบี่หิมะโปรยอยู่ในมือ ท่าทางเยือกเย็นสง่างามราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาหมื่นปี ปฏิบัติธรรมถือครองพรหมจรรย์มาตลอดชีวิต แต่วันนี้ นางกลับต้องมาแปดเปื้อนกลิ่นอายโลหิตเคียงข้างบุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้ "หลางเกอ... อย่าได้เสียเวลากับพวกเศษสวะเดรัจฉานเหล่านี้เลย ฟ้าดินมีตา คนพวกนี้สมควรตกตายหมื่นชาติ" สุ้มเสียงไพเราะราวกับเสียงดนตรีสวรรค์เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย แต่มันแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็นจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงทันที หัวหน้าโจรพรรคมารหันไปมองมู่หรงเซียน ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภและราคะ "โอho! แม่นางน้อยรูปงามปานเทพธิดา ไฉนจึงมาเที่ยวเล่นในสถานที่อัปมงคลเช่นนี้เล่า? มามะ มาเป็นฮูหยินของข้าพรรคมารดีกว่า รับรองว่าเจ้าจะสุขสมอารมณ์หมายจนลืมทางกลับบ้านไปเลย!" สิ้นคำพูดหยาบคายนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นยะเยือกจนถึงขีดสุด *ฉับพลัน!* เงาร่างสีดำสนิทพุ่งวาบออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ฉินหลางเคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอย วิชาตัวเบา "ย่างก้าวพยัคฆ์ทะยานนภา" ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด อากาศรอบตัวระเบิดออกเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเขาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหัวหน้าโจรพรรคมารในชั่วพริบตาเดียว "เจ้า... เร็วนะ..." หัวหน้าโจรตื่นตระหนกสุดขีด มันรีบยกกระบองหนามขึ้นตั้งรับตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน พลังปราณมารพรั่งพรูออกมาปกคลุมร่างราวกับเกราะเหล็ก *เปรี้ยง!* เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฟ้าผ่ากลางฤดูฝน คลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ฝุ่นผงและเศษซากปรักหักพังปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉินหลางไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่าเขากลับใช้สันฝักกระบี่ฟาดเข้าใส่กระบองหนามเต็มแรง พลังหมัดดุดันที่หลอมรวมอยู่ในวิถีกระบี่ทำให้กระดูกแขนของหัวหน้าโจรพรรคมารแตกละเอียดในพริบตา! "อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน หัวหน้าโจรทรุดฮวบลงคุกเข่า เลือดสดๆ พลุ่งพล่านทะทะลักออกจากปาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันมองบุรุษหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ราวกับกำลังมองมัจจุราชผู้ลงทัณฑ์ "คุณธรรมน้ำมิตรในยุทธภพ ข้าพยัคฆ์ขาวคำรามยึดถือมาตลอดชีวิต... แต่กับพวกเดรัจฉานที่ไร้ความเป็นมนุษย์เช่นพวกเจ้า ความเมตตาคือบาปมหันต์" ฉินหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดเมื่อนึกถึงสำนักในวัยเยาว์ที่ถูกทำลายล้างด้วยน้ำมือของพรรคมารในลักษณะเดียวกันนี้ เหล่าสมุนโจรที่เหลืออีกนับสิบคนต่างหน้าถอดสี พวกมันมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ความโลภและสัญชาตญาณดิบจะเข้าครอบงำอีกครั้ง "ฆ่ามัน! มันมีแค่คนเดียว! รุมสังหารมันซะ!" โจรพรรคมารพากันชักดาบและอาวุธลับพุ่งเข้ามาหาฉินหลางจากทุกสารทิศ พลังปราณมารสีดำทะมึนรวมตัวกันเป็นฝูงอสูรเงาทมิฬ ส่งเสียงคำรามโหยหวนน่าสยดสยอง มู่หรงเซียนขมวดคิ้วเรียวเล็ก นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่หิมะโปรยในมือก็เปล่งประกายแสงสีขาวนวลบริสุทธิ์ พลังปราณแห่งความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกไป ดอกไม้น้ำแข็งนับพันดอกปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้าเสียบร่างของโจรพรรคมารพวกนั้นจนล้มตายลงทีละคนอย่างแม่นยำและงดงามราวกับงานศิลปะ "ระวังข้างหลัง!" มู่หรงเซียนส่งเสียงเตือน ฉินหลางไม่หันกลับไปมอง มือซ้ายของเขาประสานอินทร์หมัด "หมัดพยัคฆ์คำรามสะท้านโลกันตร์" พลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออกจากกำปั้น รูปลักษณ์ของพยัคฆ์ขาวตัวมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันแผดเสียงคำรามกึกก้องจนแก้วหูของเหล่าโจรแทบแตกสลาย คลื่นพลังหมัดกวาดล้างร่างของโจรพรรคมารกลุ่มนั้นจนแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว กลิ่นคาวเลือดผสมผสานกับกลิ่นไหม้เกรียมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ฉินหลางยืนหอบหายใจเล็กน้อย รอยร้าวบนฝักกระบี่ไม้จันทน์ดำขยายวงกว้างขึ้นอีกนิดจนน่าใจหาย เขาก้มลงมองมันด้วยแววตาซับซ้อน ขณะที่มู่หรงเซียนเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับความเย็นเยือกของนางช่วยบรรเทาบรรยากาศอันตึงเครียดลงได้บ้าง "รอยร้าวบนฝักกระบี่ของท่าน... ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ" มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับเจือด้วยความห่วงใยที่ยากจะปกปิด "หากท่านยังดันทุรังใช้พลังเช่นนี้ต่อไป ในการเผชิญหน้ากับประมุขพรรคมารครั้งหน้า กระบี่เล่มนี้อาจจะ..." "ข้ารู้" ฉินหลางตัดบท น้ำเสียงของเขาแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว "แต่ถ้าข้าไม่ยอมปลดปล่อยมัน ความแค้นของชาวบ้านนับร้อยชีวิตนี้จะไปชำระที่ไหน?" เขาสูดหายใจเข้าลึก 3 นิ้ว เตรียมจะหันหลังกลับเพื่อออกเดินทางต่อ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะมืดมิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆหมอกสีดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังกดทับลงบนบ่าของคนทั้งสอง! *เปรี้ยง! ครืนนน!* สายฟ้าสีดำสนิทผ่าลงมากลางซากปรักหักพังของหมู่บ้าน ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสิบก้าว และที่ใจกลางสายฟ้านั้น ร่างเงาสูงตระหง่านในชุดคลุมสีทองปักลายมังกรทมิฬก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ... --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย ปะทะ มารฟ้าอหังการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%