คราบสีน้ำมันบนปลายนิ้วนั้นล้างไม่ออกง่ายๆ เช่นเดียวกับความลับที่นิลเนตรพยายามปกปิดมาตลอด
ศิรินทร์ไม่ได้เอ่ยทักทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องเก็บรักษาวัตถุโบราณยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาให้ร่างสูงโปร่งของภัณฑารักษ์สาวดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ในมือเรียวของเธอถือแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึ—เอกสารที่ระบุประวัติการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะเมื่อห้าปีก่อน นิทรรศการเดียวกับที่งานชิ้นเอกมูลค่าร้อยล้านสูญหายอย่างไร้ร่องรอย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตระกูลของเธอต้องแปดเปื้อน
“ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ ศิลปินอิสระอย่างคุณควรจะนอนฝันหวานถึงงานศิลปะชิ้นต่อไป ไม่ใช่มายืนทำหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าตู้กระจกนิรภัยนะคะ”
เสียงหวานนุ่มแต่เยียบเย็นเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องจัดแสดง นิลเนตรที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ถูกยกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ทว่าแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะนั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาคมกริบของศิรินทร์ไปได้
“คุณนี่นะ... ชอบโผล่มาเงียบๆ เหมือนผีไม่มีเสียงอยู่เรื่อย” นิลเนตรหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาศิรินทร์ ระยะห่างระหว่างพวกเธอค่อยๆ ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว “หรือว่านอนไม่หลับเพราะคิดถึงฉัน ถึงได้มาเดินตรวจตระเวนยามวิกาลแบบนี้คะ ภัณฑารักษ์คนสวย”
“เลิกเล่นลิורแบบนี้สักที นิลเนตร” ศิรินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งความขบขัน ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับต้องการจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น “ *‘ระวังตัวไว้... คนที่เธอไว้ใจที่สุด อาจจะเป็นคนมีดเล่มสุดท้าย’*... ประโยคนี้ คุณเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอคะ เมื่อตอนบ่ายวันนั้น”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นอึดอัดขึ้นมาทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของนิลเนตรค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด นิ้วมือเรียวยาวของนักปลอมแปลงสาวขยับเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของคนที่กำลังถูกต้อนจนมุม
“คุณกำลังพูดเรื่องอะไร ฉันก็แค่พูดตามประสาคนชอบดูหนังแนวสืบสวนสอบสวนเท่านั้นแหละ อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณศิรินทร์... บางทีความเครียดก็ทำให้คนเราจินตนาการไปไกลเกินกว่าเหตุนะ”
“จินตนาการเหรอคะ?” ศิรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด บีบให้ร่างบางต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางจัดแสดง “แต่รอยสักรูปผีเสื้อกลางคืนที่ข้อมือซ้ายของคุณ... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนกรอบรูปภาพปลอมในห้องทำงานของฉันเมื่อสัปดาห์ก่อน และมันก็เป็นตราสัญลักษณ์เดียวกับกลุ่มโจร ‘เงามายา’ ที่ตำรวจสากลตามล่ามาสามปีเต็ม!”
นิลเนตรชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แก้ตัว หรือแม้แต่จะสะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น รอยยิ้มมุมปากแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง แต่มันช่างดูเศร้าสร้อยและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน
“เก่งสมกับที่เป็นภัณฑารักษ์มือหนึ่งเลยนะคะ... สังเกตแม้กระทั่งรอยสักเล็กๆ บนข้อมือของฉัน” นิลเนตรกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความเงียบ “แล้วยังไงคะ? รู้แล้ว... คุณจะแจ้งตำรวจจับฉันเลยไหม หรือว่าอยากจะฟังคำแก้ตัวจากปากคนตลบแตลงคนนี้ก่อนดีล่ะ?”
“ทำไมถึงต้องเป็นคุณ...” เสียงของศิรินทร์สั่นพร่าลงเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยมีเริ่มร้าวราน “ฉันไว้ใจคุณ... นิลเนตร ทำไมคุณต้องเข้ามาในชีวิตฉัน เพื่อหลอกลวงกันตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ”
“เพราะถ้าไม่ใช่วิธีนี้... ฉันจะเข้าใกล้คุณได้ยังไงล่ะคะ ศิรินทร์” นิลเนตรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน่าตกใจ มือบางเอื้อมขึ้นแตะที่แก้มเนียนของภัณฑารักษ์สาวแผ่วเบา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในความสับสนของอีกฝ่าย “คนที่ทำลายตระกูลของคุณเมื่อห้าปีก่อน ไม่ใช่ฉัน... แต่ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยให้คุณได้ความจริงกลับคืนมาต่างหาก”
ศิรินทร์ชะงัก หัวใจเต้นระรัวด้วยความสับสนและความใกล้ชิดที่อันตราย เธอกำลังจะเอ่ยปากถามต่อ ทว่าก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปมากกว่านั้น—
*กริ๊ก!*
เสียงฝ่าเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาจากทางเดินด้านนอกห้องจัดแสดงก็ทำลายความเงียบลงอย่างฉับพลัน
“ใครอยู่ข้างในนั้น! ส่งเสียงออกมานะ ไม่งั้นฉันยิง!” เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่กำลังพุ่งตรงมายังห้องนี้
นิลเนตรผละออกจากร่างของศิรินทร์อย่างรวดเร็ว เธอมองหน้าภัณฑารักษ์สาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะดึงหน้ากากอนามัยขึ้นสวมปิดบังใบหน้าครึ่งล่างอย่างรวดเร็ว
“ถ้าคุณยังอยากรู้ความจริง... พรุ่งนี้เที่ยงคืน เจอกันที่ห้องใต้ดินเก่าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ค่ะ”
พูดจบนิลเนตรก็พุ่งตัวหายไปทางหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดแง้มไว้ความมืดมิดเบื้องนอกได้อย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ศิรินทร์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแสงไฟฉายที่กำลังสาดส่องเข้ามาใกล้ทุกที พร้อมกับเสียงฝ่าเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...
และก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ศิรินทร์ก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น—ข้อความลายมือหวัดๆ เขียนไว้ว่า: *"ระวังตัว... ผู้อำนวยการกำลังจะขายคุณให้คนพวกนั้น"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับเคมีของยัยตัวแสบกับคุณภัณฑารักษ์คนซึนกันค่ะ!
ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา•ตอนที่ 15
รอยร้าวในหน้ากาก
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!