ผู้บัญชาการเหล็กกล้ากับนักเจรจาดาวหางใน 72 ชั่วโมง•ตอนที่ 1

สัญญาณเตือนสีแดงในความเงียบงัน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แรงโน้มถ่วงจำลองระดับศูนย์จุดแปดจีไม่ได้ช่วยให้แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อของนาคาลรู้สึกเบาสบายขึ้นเลยแม้แต่น้อย เสียงเตือนระดับสามสีเหลืองอำพันกำลังกะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนบนม่านตาไฮเทคของเขา แสงไฟสลัวจากแผงควบคุมหลักของสถานีอวกาศนิวฮอไรซอนสาดทาบทับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องมองภาพจำลองโฮโลแกรมสามมิติขนาดมหึมาที่ลอยคว้างอยู่ตรงหน้า ภาพนั้นแสดงให้เห็นโครงสร้างเหล็กกล้าความยาวเจ็ดกิโลเมตรของสถานีอวกาศ ซึ่งกำลังบิดเบี้ยวผิดรูปในระดับโมเลกุลอย่างเงียบเชียบ ราวกับกระดูกสันหลังของยักษ์ใหญ่ที่กำลังถูกมือที่มองไม่เห็นบีบอัดให้แหลกสลาย “ผู้บัญชาการครับ ค่าความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กในเซกเตอร์เจ็ดพุ่งทะยานเกินเพดานความปลอดภัยไปร้อยละสิบสี่แล้วครับ” เสียงรายงานของนายทหารฝ่ายเทคนิคดังขึ้นทำลายความเงียบงัน แต่นาคาลไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงใช้ปลายนิ้วกวาดผ่านอากาศเพื่อขยายภาพจำลองความเสียหายให้ละเอียดขึ้น แรงเหวี่ยงจากการปรับวงโคจรเมื่อสิบนาที “ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบอัตโนมัติ” นาคาลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ทำให้ทุกคนในศูนย์ควบคุมต้องกลั้นหายใจ “ไม่มีทางที่อัลกอริทึมการทรงตัวจะคำนวณพลาดในมุมองศานั้น... มีใครบางคนกำลังจงใจบิดเบือนวิถีโคจรของเรา” “แต่ว่า... เซกเตอร์เจ็ดเป็นโซนต้อนรับทูตพาณิชย์และคณะเจรจานะครับ ถ้าระบบพยุงชีพตรงนั้นล่มสลุก...” นายทหารคนเดิมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คณะผู้แทนจากสหพันธ์ดาวหางที่เพิ่งเดินทางมาถึงด้วยยาน ‘อาเดรีย’ อาจจะไม่รอด...” นาคาลแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและไร้ความรู้สึก “นั่นแหละคือสิ่งที่พวกมันต้องการ” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาจัดระเบียบคอเสื้อเครื่องแบบผู้บัญชาการอย่างเนียบกริบ ความทรงจำสีเลือดเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวชั่วขณะ—ภาพซากยานอวกาศที่ไฟลุกท่วมและความไร้พลังของเขาในการปกป้องลูกน้องใต้บังคับบัญชา บาดแผลนั้นไม่เคยจางหาย แต่มันถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะเหล็กที่ห่อหุ้มจิตใจของเขาไว้ไม่ให้ยอมพ่ายแพ้ต่อความอ่อนแออีกเป็นอันขาด ในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองพิเศษวีไอพีของสถานีอวกาศ ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปสามกิโลเมตรท่ามกลางความเวิ้งว้างของอวกาศอันมืดมิด บรรยากาศกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เซลีนยืนพิงกระจกใสบานมหึมาที่เผยให้เห็นฉากหลังเป็นดาวเคราะห์สีครามงดงาม ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงและท่าทีที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เส้นผมสีบลอนด์เข้มถูกรวบเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ ปลายเรียวเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ เป็นจังหวะบนแก้วคริスタルใสที่บรรจุของเหลวสีอำพัน เธอกำลังมองเงสะท้อนของตัวเองบนกระจก พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มของผู้หญิงที่รู้ทันเกมการเมืองทั้งหมดบนกระดานนี้ ประตูเลื่อนอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับเสียงลมฟุดฟัดเบาๆ เซลีนไม่ได้หันไปมองทันที เธอยังคงจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ราวกับผู้มาเยือนเป็นเพียงฝุ่นละอองในอวกาศ “ฉันคิดว่าผู้บัญชาการแห่งนิวฮอไรซอนจะให้การต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยรอยยิ้มเสียอีก ไม่ใช่การส่งแรงสั่นสะเทือนระดับจีเนกาทีฟมาทักทายกันแบบนี้” เซลีนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม น้ำเสียงของเธอกลั้วเสียงหัวเราะเล็กน้อยที่เจือความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน นาคาล้าวเดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและหนักแน่น เขารักษาระยะห่างจากเธอไว้ราวสองเมตร—ระยะห่างที่เหมาะสมตามระเบียบทางการทหาร แต่ใกล้พอที่จะสังเกตเห็นประกายตาที่ฉลาดเป็นกรดของหญิงสาวตรงหน้า “ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมต้อนรับแขกกับคุณหรอกครับ คุณเซลีน” นาคาลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องมองเธอราวกับจะสקันหาพิรุธ “ยานอาเดรียของคุณไม่ได้ขออนุมัติเทียบท่าตามพิธีการปกติ แถมยังมีรหัสลับทางทหารฝังอยู่ในระบบสื่อสารที่พยายามเจาะเข้าระบบความปลอดภัยหลักของเราตั้งแต่ก่อนที่คุณจะก้าวเท้าลงมาจากยานเสียอีก” เซลีนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีฟ้าครามราวกับน้ำแข็งสะท้อนภาพของนายทหารหนุ่ม ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวหรือความลนลานปรากฏบนใบหน้าสวยคมนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปากให้กว้างขึ้นอีกนิด เป็นรอยยิ้มที่ท้าทายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน “คุณนี่ตรงไปตรงมาเสียจริง สมกับที่เป็น ‘สุนัขเฝ้าบ้าน’ ผู้ซื่อสัตย์ของสภาความมั่นคง” เซลีนวางแก้วลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้นาคาลทีละน้อยจนแทบจะได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของอวกาศ “แต่คุณมองโลกแคบเกินไปหรือเปล่า ผู้บัญชาการ... สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘การเจาะเข้าระบบ’ แท้จริงแล้วเป็นเพียงโปรแกรมป้องกันไวรัสฉุกเฉินที่เราจำเป็นต้องเปิดใช้ เนื่องจากเราตรวจพบสัญญาณแปลกปลอมที่กำลังพยายามล้วงข้อมูลลับทางการค้าระหว่างการเดินทางของเราต่างหาก” นาคาลไม่ถอยหลังหนี เขาก้มมองเธอด้วยสายตาที่คมกริบไม่แพ้กัน กลิ่นอายความกดดันระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ “คำแก้ตัวฟังดูสวยหรูดีครับ แต่ระบบเซ็นเซอร์ของผมยืนยันว่ารหัสลับนั้นมาจากเครื่องส่งสัญญาณส่วนตัวของคุณเอง” นาคาลโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างที่แฝงความใกล้ชิดอันตราย “คุณไม่ใช่แค่หัวหน้าคณะเจรจาการค้าธรรมดา... คุณเป็นสายลับที่ถูกส่งมาเพื่อขโมยรหัสควบคุมสถานีนี้ใช่ไหม” เซลีนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ “ถ้าฉันต้องการขโมยรหัสควบคุมจริง ๆ ฉันคงไม่มายืนคุยกับคุณตรงนี้หรอกค่ะ ผู้บัญชาการ...” เซลีนกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “เพราะในขณะที่เรากำลังยืนเถียงกันเรื่องความปลอดภัยอยู่นี้... มีบางสิ่งกำลังเปิดใช้งานระบบทำลายตัวเองของสถานีอวกาศแห่งนี้จากห้องใต้ดินชั้นสาม... และรหัสผ่านที่มันใช้ คือรหัสส่วนตัวของอดีตรองผู้บัญชาการผู้ล่วงลับของคุณเอง” นาคาลชะงักกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น—ชื่อที่ควรจะฝังกลบไปพร้อมกับซากยานเมื่อสามปีก่อน ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงฉานก็ดังลั่นสนั่นหูไปทั่วทั้งสถานีอวกาศ แสงไฟสีแดงกะพริบสลับกับความมืดมิด และหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพวกเขาก็ปรากฏข้อความสั้น ๆ ขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีเลือด: [ ตรวจพบการเข้าถึงรหัสลับระดับสูงสุด... เริ่มต้นนับถอยหลัง 72 ชั่วโมงสู่การล่มสลาย ] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องอวกาศไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บัญชาการเหล็กกล้ากับนักเจรจาดาวหางใน 72 ชั่วโมง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%