ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 4

เกมธุรกิจที่แฝงแรงแค้น

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกนิรساويดังสะท้อนก้องห้องประชุมวีไอพีของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นสะเทือนจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย แต่เจ้าของร่างสูงสง่าในชุดสูททําจากผ้าขนสัตว์อิตاليราคาแพงอย่าง คินน์ อัครเดโช กลับไม่ได้สนใจรอยเปื้อนนั้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายจ้องเขม็งไปยังสตรีเบื้องหน้า—อดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไม่มีพิษภัย "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้ว พิมพ์มาดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน แฝงไว้ด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง คินน์ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้หญิงที่เคยนั่งรอเขาด้วยความเงียบงันในคืนที่เหน็บหนาว จะเติบโตกลายเป็นนักธุรกิจหญิงผู้กุมชะตากรรมของโครงการแลนด์มาร์ริมน้ำมูลค่าหลายหมื่นล้าน และที่สำคัญที่สุด... เธอกำลังใช้มันเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของเขาให้จมดิน พิมพ์มาดา ภักดีไพบูลย์ ในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนตา เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ ริมฝีปากอิบอิ่มเคลือบลิปสติกสีไวน์แดงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตากลมโตคู่สวยที่ตอนนี้เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "เกมเหรอคะคุณคินน์? ฉันว่าฉันแค่มอบบทเรียนราคาแพงให้กับนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่ง ที่เพิ่งมารู้ตัวทีหลังว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกอย่างต่างหากล่ะคะ" พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนไร้ความสามารถ ที่คิดว่าจะใช้แค่ชื่อเสียงเก่าๆ มาฮุบสมบัติของคนอื่น" คำพูดของเธอกรีดแทงลงกลางใจของคินน์อย่างจัง ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว—วันที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาทิ้งเธอไปหาศิรินทร์ผู้หญิงที่เพียบพร้อมในสายตาโลภโม่งทุลีของเขาเอง ใครจะรู้เล่าว่ากาลเวลาจะหมุนวนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม ในวันที่เขาต้องการเธอกลับคืนมาเพื่อกู้หน้าทางธุรกิจ พิมพ์มาดาในวันนี้กลับกลายเป็นภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่านเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือไปคว้าไว้ได้ "คุณอยากได้อะไร เพื่อแลกกับการถอนตัวจากการประมูลครั้งนี้?" คินน์กัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงทาบทับบนโต๊ะประชุม ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาความอ่อนแอ ทว่าเขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว พิมพ์มาดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย้ายวนและบาดลึก เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาประชิดร่างสูงโดยไม่มีทีท่าหวาดกลัว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของเธอ—กลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพัน—ลอยแตะจมูกของคินน์ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดขี่มันไว้แทบคลั่ง สัมผัสจากอดีตที่เคยแนบชิดกลับมาตื่นตัวขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที "คุณอยากได้ฉันคืนใช่ไหมคะ... คินน์?" พิมพ์มาดากระซิบชิดริมหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่ง ทำให้ร่างสูงชะงักงันไปชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวกรีดกรายลงบนปกเสื้อสูทของอดีสามี ลูบไล้อย่างเชื่องช้าและจงใจยั่วเย้า "แต่เสียใจด้วยนะคะ เพราะตัวฉันในตอนนี้... มีค่าเกินกว่าที่คุณจะเอาเงินสกปรกไม่กี่บาทมาซื้อได้แล้ว" ความอดทนของคินน์ขาดผึ่งลงทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางคอดของเธอแล้วกระชากเข้ามาประชิดแนบแน่นจนร่างทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่าง แรงอารมณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นความเร่าร้อน เขาไม่สนอีกต่อไปแล้วว่านี่คือห้องประชุมหรือสถานการณ์ใด เขารู้เพียงแต่ว่ากลิ่นกายและริมฝีปากที่เย่อหยิ่งคู่นั้นกำลังแผดเผาให้เขารู้สึกคลั่งไคล้จนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ "พิมพ์..." เขาครางชื่อเธอดิบเถื่อน ริมฝีปากร้อนผ่าวพุ่งเข้าบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่รอให้อวยพรใดๆ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ ความหิวกระหาย และความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ทิฐิอันสูงส่ง พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจในคราแรก แต่ด้วยสัญชาตญาณและความคุ้นเคยในอดีต เธอกลับไม่ผลักไส รสจูบที่ดุดันแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันคุ้นเคยดูดกลืนลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ขณะที่อีกข้างบีบเค้นสะโพกมนภายใต้กระโปรงเข้ารูปอย่างแนบแน่นจนเธอต้องเผลอครางอือออกมาในลำคอด้วยความวาบหวาม ความปรารถนาที่แผดเผาระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างไร้ขีดจำกัด คินน์กดร่างบางแนบชิดกับบานกระจกใสของห้องประชุมที่มองเห็นวิวมหานครยามค่ำคืน รสจูบเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดัน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่ง มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งที่สะท้อนแสงไฟสลัว รอยสัมผัสจากริมฝีปากและมืออุ่นจัดลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเย้ายวน ปลุกเร้าไฟสวาทที่ซ่อนเร้นให้โหมกระหน่ำขึ้นอย่างไม่มีวันดับลงได้ง่ายๆ พิมพ์มาดาแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความลืมตัว เผลอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของอดีสามีเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย นี่คือเกมที่เขาเป็นคนเริ่ม... แต่เธอกำลังจะทำให้เขาต้องพ่ายแพ้จนหมดรูปคาอกของเธอเอง ทว่า ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับสายน้ำเย็นจัดที่สาดซัดลงกลางกองเพลิง "คุณคินน์คะ? ดิฉันศิรินทร์เองค่ะ... คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่าคะ?" เสียงหวานแหลมของศิรินทร์ที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก ทำให้คินน์ชะงักกุน พิมพ์มาดารีบดึงสติตัวเองกลับมาทันที เธอยิ้มเยาะให้กับความตกใจบนใบหน้าของอดีสามี ก่อนจะผลักร่างหนาออกห่างอย่างไม่ไยดี พร้อมกับจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็วและสง่างามเช่นเดิม คินน์หายใจหอบกระชั้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ เขากำหมัดแน่นเมื่อหันกลับไปมองประตูห้องประชุมที่ถูกบิดลูกบิดเบาๆ จากด้านนอก ในวินาทีที่ประตูเปิดอ้าออก ศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับต้องแข็งค้างเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสอง ทว่าสิ่งที่ทำให้คินน์และพิมพ์มาดาต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่การปรากฏตัวของศิรินทร์... แต่เป็นเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มถอดแบบพิมพ์เดียวกับคินน์ไม่มีผิดเพี้ยน ที่เดินจูงมือแม่บ้านเข้ามาด้านหลังศิรินทร์ พร้อมกับเอ่ยเรียกพิมพ์มาดาด้วยเสียงใสแจ๋ว "มัมมี่ฮะ... คุณป้าคนนี้บอกว่าจะพามาหาปะป๊าเหรอฮะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลุ่มลึกและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%