เปร้ง!
ประกายไฟสีชาดระเบิดแตกกระจายดุจดวงดาวอัสดง คมหอกโลหิตที่แทงทะลุอากาศมาด้วยความเร็วระดับฉีกกระชากมิติ ปะทะเข้ากับสันกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ฉินเฟยหลงพลิกกลับมารับไว้ได้อย่างฉิวเฉียด แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขายุบตัวลงเป็นหลุมลึกสามชั่ง พลังปราณมารสีดำทะมึนแผ่ซ่านกัดเซาะบรรยากาศรอบข้างจนส่งเสียงหวีดหวิวราภูตผีร่ำไห้
"รวดเร็วนัก..." ฉินเฟยหลงพึมพำในลำคอ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ทว่าแววตาของเขากลับปราศจากความตื่นตระหนก มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกดั่งห้วงสมุทรโบราณ
"เจ้าหนู คิดว่าหนีพ้นเงื้อมมือของข้าผู้เฒ่าไปได้หรือ?" เสียงหัวเราะแหบแห้งราวกระดูกเสียดสีกันดังขึ้นจากเบื้องหลัง ร่างของจอมมารโลหิตปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ดวงตาสีโลหิตคู่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและริ้วรอยแห่งความอำมหิต หอกในมือถูกกดทับลงมาหนักหน่วงดุจขุนเขาทับถม
ทว่า ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาประชิด ริมฝีปากของฉินเฟยหลงกลับแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้จอมมารโลหิตชะงักไปชั่วลมหายใจ
"ผู้ที่คิดจะล่าเหยื่อ... มักไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้ก้าวล้ำเข้ามาในกรงขังแล้ว"
ฟุบ!
ร่างของฉินเฟยหลงพลันเลือนรางกลายเป็นภาพติดตา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกสะท้อนแสงสีเงินยวงกลืนกินร่างของเขาหายไปกับสายหมอกทมิฬ จอมมารโลหิตแทงหอกทะลุผ่านความว่างเปล่า แรงเฉื่อยทำให้มันพุ่งไปข้างหน้าหลายสิบก้าวอย่างเสียหลัก
"วิชาลวงตาอีกแล้วหรือ!" จอมมารโลหิตคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด สะบัดข้อมือแผ่ขยายจิตสัมผัสกว้างนับร้อยลี้เพื่อค้นหาเบาะแส "คิดจะหนีไปทางหุบเขาแห่งความตาย? โง่เขลาสิ้นดี! ที่นั่นคือสุสานของพวกเจ้า!"
ในเวลาเดียวกัน เบื้องลึกภายในเขตแดนรกร้างอันเหน็บหนาว หุบเขาแห่งความตาย (Death Valley) มู่หรงเซวี่ยยืนตระหง่านอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนดั่งพายุหิมะ ดวงตาคู่คมปลาบดุจอัญมณีน้ำแข็งทอประกายเยือกเย็นจับจ้องลงเบื้องล่าง มือเรียวบางจรดอยู่บนด้ามกระบี่เซียนอัสนีน้ำแข็ง อักขระเวทรอบกายส่องแสงเรืองรองเชื่อมโยงกับค่ายกลธรรมชาติที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต
นางสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของเป้าหมาย... สองพยัคฆ์แห่งแดนบูรพาและสมุนนับร้อยที่กำลังไล่ล่าฉินเฟยหลงเข้ามาในรัศมี
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เงาร่างของฉินเฟยหลงจะทะยานพุ่งลัดเลาะผ่านโขดหินมหึมาเข้ามาสมทบ ร่างของเขาพลิ้วไหวดั่งสำליวต้องลม ทว่าลมหายใจกลับหอบสะท้านเล็กน้อยจากการปะทะเมื่อครู่
มู่หรงเซวี่ยชายตามองเขาแวบหนึ่ง ไร้คำพูดใดๆ เปล่งออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบสีระเรื่อ แต่นางยื่นมืออีกข้างออกไปสัมผัสแขนเสื้อของเขาเบาๆ ถ่ายเทกระแสปราณหยินบริสุทธิ์เพื่อช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บภายในที่สะสม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ดวงตาของฉินเฟยหลงอ่อนแสงลง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"เจ้ามั่นใจในค่ายกลนี้เพียงใด, เซวี่ยเอ๋อร์?" ฉินเฟยหลงเอ่ยถามเสียงนุ่ม ท่ามกลางเสียงคำรามของศัตรูที่ดังใกล้เข้ามาทุกที
"ต่อให้เป็นเซียนแท้จริงตกลงมา หากก้าวเข้าสู่ค่ายกลสวรรค์ดับสูญนี้แล้ว ย่อมยากจะหลุดรอดออกไปได้แม้แต่เศษกระดูก" สุ้มเสียงของมู่หรงเซวี่ยราบเรียบและเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่สั่นสะเทือนจิตใจ "ข้าเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ต้อนรับพวกมันแล้ว"
โฮกกกก—! เสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดินดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังมารนับร้อยที่พุ่งทะยานเข้ามาในเขตหุบเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย นำทัพโดยจอมมารโลหิตและยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณอีกสามคน ดวงตาทุกคู่เต็มไปด้วยความโลภและจิตสังหารอันรุนแรง
"ฮ่าๆๆๆ! หนีไม่พ้นแล้วสินะ เจ้าหนูตระกูลฉิน!" ผู้อาวุโสพรรคโลหิตผู้หนึ่งแผดเสียงหัวเราะลั่น กวาดตามองรอบกายด้วยความหยิ่งผยอง "ที่นี่คือหุบเขาแห่งความตาย ไร้ทางหนีทีไล่ พวกเจ้าจะเลือกตายด้วยคมดาบ หรือจะยอมจำนนแล้วมอบเคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์มาแต่โดยดี!"
ฉินเฟยหลงยืนหยัดนิ่งสงบบนก้อนหินใหญ่ คมกระบี่ในมือชี้ลงพื้น ปราณกระบี่ในกายแผ่พุ่งออกมาราวกับมังกรตื่นจากการหลับใหล เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับจอมมารโลหิต แววตาทระนงไร้ความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
"พวกเจ้าคิดว่าพวกเราหนีมาติดกับดัก... แต่ความจริงแล้ว คือพวกเจ้าต่างหากที่เดินเท้าเปล่าเข้ามาในหลุมศพของตนเอง"
สิ้นคำพูดของฉินเฟยหลง มู่หรงเซวี่ยสะบัดมือวาบ!
บูมมมม!
อักขระเวทนับหมื่นที่ถูกฝังไว้ใต้พื้นดินทั่วทั้งหุบเขาพร้อมใจกันเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้าทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นม่านพลังโปร่งใสขนาดมหึมาครอบ 7 ชั้น ปิดตายทางเข้าออกทั้งหมดในพริบตา อุณหภูมิโดยรอบดิ่งฮวบลดลงจนหยาดน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมลอยเค្វ้งคว้างในอากาศ
"ค่ายกลพันธนาการสวรรค์! พวกมันหลอกล่อพวกเราเข้ามา!" ผู้อาวุโสพรรคโลหิตผู้หนึ่งหน้าถอดสี ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกเมื่อตระหนักได้ถึงความผิดปกติ
จอมมารโลหิตขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายแววสังหรณ์ใจไม่สู้ดี มันพยายามจะใช้หอกโลหิตแทงทะลุม่านพลัง แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายหอกสัมผัสกับม่านแสงสีฟ้า คลื่นกระแทกย้อนกลับอันรุนแรงก็ซัดร่างของมันจนต้องถอยหลังไปสามก้าว
"สายเกินไปที่จะถอยแล้ว..." มู่หรงเซวี่ยกล่าวเสียงเยือกเย็น ร่างของนางลอยเคว้งคว้างขึ้นกลางอากาศ เหนือค่ายกลที่กำลังหมุนวนดั่งกงจักรแห่งความตาย
ฉินเฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันเถียนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณ เขาค่อยๆ ยกกระบี่ขึ้นช้าๆ ทว่ามั่น100% สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่สะท้อนสะเทือนผ่านกาลเวลา
"ในเมื่อพวกเจ้าปรารถนาความตายถึงเพียงนี้... ข้าผู้เป็นตัวแทนแห่งวิถีไร้ลักษณ์ จักขอสวดส่งวิญญาณพวกเจ้า ณ ที่แห่งนี้เอง!"
ความกดดันมหาศาลแผ่ปกคลุมทั่วหุบเขา ศัตรูเริ่มตระหนักถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่ของฉินเฟยหลงกำลังจะกวัดแกว่งลงเพื่อเปิดฉากการสังหารหมู่...
ครืนนนนน!
พื้นดินเบื้องล่างมู่หรงเซวี่ยพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว รอยแยกสีดำสนิทเปิดออกฉับพลันราวกับปากของอสูรยักษ์ และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว มือสีดำมหึหาที่ปกคลุมด้วยโซ่ตรวนแห่งพันธนาการโบราณก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากความมืดมิดใต้พิภพ คว้าข้อเท้าของมู่หรงเซวี่ยไว้แน่นกระชากนางจมดิ่งลงสู่พื้นดินเบื้องล่างในชั่วพริบตา!
"เซวี่ยเอ๋อร์!" ฉินเฟยหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เสียงตะโกนของเขาขาดห้วงลงเมื่อเงาร่างสีดำลึกลับอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดผา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทคนฟังจนแทบหยุดหายใจ: *"ขอบใจพวกเจ้าที่ช่วยเปิดผนึก... ผู้บำเพ็ญเพียรน้อยเอ๋อร์"*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมา ณ ที่นี้นะครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 21
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!