สถาปนิกมาดนิ่งกับคิวบิสต์สาวผู้มองโลกกลับหัว•ตอนที่ 1

เส้นตรงกับวงกลมที่โคจรมาเจอกัน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณเดินชนผนังนิทรรศการนี้ล้มลงมา ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมทางศิลปะนะครับคุณมินตรา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ได้ทำให้หญิงสาวเจ้าของเสื้อคลุมเปื้อนสีอะคริลิกสะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เธอเพียงแต่เอี้ยวตัวกลับมาครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมกวาดมองผู้ชายในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินว่าโครงสร้างกระดูกของเขาจะทนทานต่อแรงกระแทกจากงานประติมากรรมชิ้นใหญ่ได้สักกี่นโยบาย "โอ้โห คุณธันวาขา ประโยคเปิดสนทนากับเพื่อนร่วมงานระดับชาติจำเป็นต้องน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอคะ เอ้ย... หมายถึง ครับ!" มินตราแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานเมื่อเห็นคิ้วคมเข้มของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างขัดใจ "ฉันแค่ยืนมองมุมองศาของภาพวาดที่คุณจัดแสงผิดเพี้ยนไปสามองุ่น... เอ่อ สามองศาต่างหากล่ะคะ เอ๊ย! ครับ!" ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความเหนื่อยหน่ายไม่ได้เกิดจากงานออกแบบหอศิลป์แห่งชาติที่เขารับผิดชอบมานานกว่าหกเดือน แต่มันเกิดจากผู้หญิงคนนี้... มินตรา ศิลปินแนวคิวบิสต์ตัวแสบที่คณะกรรมการจัดงานดันนึกสนุกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ถึงได้เอาผลงานภาพวาดบิดเบี้ยวไร้ระเบียบของเธอ มาแขวนไว้เคียงคู่กับงานสถาปัตยกรรมสุดเนี้ยบของเขา ความขัดแย้งที่สมบูรณ์แบบ เส้นตรงกับวงกลมที่ไม่มีวันบรรจบกัน "งานของผมไม่มีคำว่าผิดเพี้ยนครับ" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมเจือจางสะอาดๆ แบบผู้ชายเนียบระเบียบลอยมาแตะจมูกมินตรา "ทุกเส้นถูกคำนวณด้วยฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบหรือการสะบัดพู่กันอย่างไร้ทิศทางแบบที่คุณกำลังทำอยู่" "อุ๊ย ตายจริง!" มินตราทำท่าตกอกตกใจเกินจริง เธอเอามีเรียวแตะหน้าอกตัวเองเบาๆ "นี่คุณกำลังบอกว่าศิลปะต้องมีไม่เกินกี่บรรทัดเหรอคะคุณสถาปัตย์ ชีวิตคนเรามันไม่ได้วางผังเมืองเหมือนตึกคอนโดนะจะได้เป๊ะทุกตารางเซนติเมตรอะ... ครับ!" เธอรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคาดโทษจากอีกฝ่าย บรรยากาศรอบตัวในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการกว้างขวางเริ่มมีผู้คนทยอยเข้ามาบ้างแล้ว เสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ แต่โลกของคนทั้งสองกลับแคบลงเหลือเพียงระยะห่างแค่ก้าวเดียว ธันวามองดวงหน้าที่เปื้อนรอยเปื้อนสีตรงโหนกแก้มของเธออย่างนึกขัดตา มือหนายกขึ้นโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยรอยเปื้อนสีน้ำเงินนั้นเบาๆ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว มินตรานิ่งค้างไปในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ กับความอบอุ่นอ่อนโยนที่ขัดกับใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง "เลอะเทอะใหญ่โตแล้วครับ" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป เขาก็รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าคมคายเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมา "เอ่อ... ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย! ขอบคุณครับ!" มินตราแกล้งกระแอมกลบเกลื่อนความเก้อเขิน เธอรีบหยิบกระดาษทิชชูในกระเป๋าขึ้นมาเช็ดหน้าตัวเองรัวๆ พลางคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทสัมผัสของเธอยิ่งกว่าการผสมสีน้ำมันผิดเบอร์เสียอีก "เฮ้ย! ทางนี้ๆ ธันวา มินตรา!" เสียงตะโกนแหกปากมาแต่ไกลทำลายความเงียบงันที่แปลกประหลาดระหว่างทั้งคู่ พีทเดินดุ่มๆ เข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างแบบคนอารมณ์ดีตลอดเวลา "พวกเธอสองคนยืนทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ ประธานกรรมการกำลังจะประกาศเปิดงานแล้วนะ รีบไปหน้าเวทีกันเถอะ... อ้าว ทำไมหน้าแดงกันทั้งคู่เลยล่ะ ร้อนเหรอ หรือว่าห้องแอร์เสีย?" "ไม่ได้ร้อนครับ/ไม่ได้ร้อนค่ะ!" ธันวาและมินตราตอบประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะหันขวับไปมองหน้ากันแล้วต่างฝ่ายต่างเบือนหน้าหนีไปคนละทาง พีทหรี่ตามองเพื่อนสนิทกับศิลปินสาวสลับกันไปมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "อ๋อ... อากาศข้างนอกมันหนาวเนอะ ข้างในเลยอบอุ่นเป็นพิเศษใช่ไหมล่ะ ไปๆๆ ทุกคนรออยู่" ธันวาเดินนำหน้าออกไปทางโถงใหญ่ด้วยฝีเท้าที่มั่นคงเช่นเดิม แต่มินตราที่เดินตามหลังมาติดๆ กลับรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองมันไม่เป็นระเบียบเอาเสียเลย เธอลอบมองแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อสูทนั้น พร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น งานนิทรรศการระดับชาติเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมากลางเวที เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว แต่ในขณะที่ธันวากำลังยืนรับคำชมจากเหล่าแขกบ้านแขกเมืองด้วยสีหน้าเรียบเฉย โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาเบาๆ เขาหยิบมันขึ้นมาเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความสั้นๆ นั้นกลับทำให้สถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบถึงกับชะงักฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวลงจากเวที *[ข้อความจากเบอร์ไม่ระบุตัวตน]: "ระวังตัวไว้ให้ดีนะธันวา... คนที่คุณไว้ใจที่สุด กำลังจะรื้อถอนรากฐานทุกอย่างที่คุณสร้างมา"* ธันวาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องโถงที่เต็มไปด้วยผู้คน ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาทางประตูหลัง บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็นเมื่อบุคคลนั้นถอดหมวกฮู้ดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ธันวาต้องกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อVนิ้วขาวซีด ...เป็นคุณพ่อของเขาเอง... ผู้ชายที่ไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาในงานศิลปะของลูกชายเลยตลอดสิบปีที่ผ่านมา --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางมาเปิดประตูบานแรกสู่โลกของธันวาและมินตราด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับคิวบิสต์สาวผู้มองโลกกลับหัว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%