เสียงหึ่งของสนามพลังควอนตัมที่ค่อยๆ ลดระดับความถี่ลง จนกลายเป็นความเงียบสงบที่ชวนให้รู้สึกหูอื้อเล็กน้อย เป็นเครื่องยืนยันว่ามหันตภัยรอยแยกมิติเบื้องหน้าได้ถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
รวินทร์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นผิวโลหะผสมไทเทเนียมของหอคอยควบคุมหลัก ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อย หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าใสของ "ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ" ยังคงลอยค้างอยู่กลางอากาศ ตัวเลขสถานะพลังงานที่เคยแดงก่ำด้วยวิกฤต บัดนี้กลับมาเป็นสีเขียวมรกตที่เสถียรและมั่นคง
"ให้ตายสิ... เกือบไปแล้วจริงๆ" รวินทร์พ่นลมหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พลางหัวเราะแห้งให้กับความบ้าระห่ำของตัวเองในนาทีชีวิตที่ผ่านมา หากเขาคำนวณค่าความหนาแน่นของอนุภาคเรโซแนนซ์พลาดไปแม้แต่ทศนิยมตำแหน่งที่สาม ป่านนี้ทั้งมิติที่สามและศูนย์กลางคอมแพ็คคงกลายเป็นฝุ่นผงไปนานแล้ว
"ถ้ายังไม่อยากตายรอบสอง ก็ช่วยหัดประเมินความเสี่ยงให้มันสมกับเป็นหัวหน้านักวิจัยหน่อยครับ รวินทร์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งของลูคัสที่เดินกะโผลกกะเพลาดਰเข้ามา ฮันเตอร์หนุ่มในชุดเกราะรบอัดแน่นด้วยรอยขีดข่วนทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลาอยู่ข้างๆ อย่างไม่รักษาภาพลักษณ์ มือข้างหนึ่งยื่นขวดบรรจุสารละลายอิเล็กโทรไลต์มาให้ พร้อมกับแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ "นายเล่นเอาฟังก์ชันบั๊กของระบบไปโอเวอร์โหลดเกราะป้องกันมิติแบบนั้น ใครเขาทำกันวะ? ถ้ามันดีดกลับนะ ฉันกับนายคงได้ไปเกิดใหม่ในมิติกระจอกๆ สักแห่งเป็นแน่"
รวินทร์รับขวดน้ำมาเปิดดื่มอึกใหญ่ ความเย็นสดชื่นช่วยปลุกประสาทสัมผัสที่อ่อนล้าให้กลับคืนมา เขายิ้มมุมปาก พลางเหลือบมองสหายร่วมรบที่ปากร้ายแต่คอยระวังหลังให้ตลอดศึก "เขากล้าได้กลาย-อายอดเยี่ยมต่างหากลูคัส นายก็เห็นนี่ว่าถ้าไม่ใช้ช่องโหว่ตรงนั้น บอสใหญ่ตัวนั้นมันคงไม่เปิดจุดอ่อนให้เรายิงสวนหรอก... อีกอย่าง นายเองก็ซัดกระสุนนัดสุดท้ายได้แม่นยำไม่ใช่เหรอ? ชมกันบ้างก็ได้นะสหาย"
ลูคัสแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ก็ไม่ได้เถียงต่อ เขายกแขนขึ้นศอกชนกับรวินทร์เบาๆ เป็นการยอมรับโดยปริยายท่ามกลางซากปรักหักพังที่ค่อยๆ ถูกย้อมด้วยแสงสีทองอ่อนโยนของรุ่งอรุณข้ามมิติ
เบื้องล่างของหอคอย ท้องฟ้าของมหานครแห่งมิติต่างๆ ที่เคยปั่นป่วนด้วยพายุพลังงานสีม่วงเข้ม บัดนี้กลับใสกระจ่าง เมฆหมอกแห่งความหายนะถูกชะล้างจนหมดสิ้น ผู้คนนับล้านที่อพยพหลบภัยเริ่มทยอยเดินออกจากหลุมหลบภัยใต้ดิน เสียงโห่ร้องด้วยความโล่งอก เสียงหัวเราะ และเสียงร่ำไห้ด้วยความปีติยินดีดังระคนกันไป สะท้อนก้องผ่านคลื่นวิทยุสื่อสารที่ระบบกู้ภัยเชื่อมโยงไว้ทั้งหมด
นี่คือ "ความสงบสุข" ที่พวกเขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ คราบเลือด และความตายที่เฉียดฉิวไปเพียงเสี้ยววินาที
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าเด็กสร้างปัญหา"
เสียงหวานทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของมาเรีย อาจารย์สาวลึกลับก้าวเดินผ่านซากเสาควอนตัมที่แตกหักอย่างสง่างาม เสื้อคลุมยาวสีเงินสะท้อนประกายระยิบระยับเข้ากับแสงแรกของวัน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นไร้ขอบทอดมองรวินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด แม้ริมฝีปากบางเฉียบจะพยายามปั้น ให้ออกมาเป็นความเรียบเฉยก็ตาม
รวินทร์ลุกขึ้นยืนตรงแล้วโค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความเคารพ "ก็ได้อาจารย์คอยเข้มงวดและติวเข้มเรื่องทฤษฎีควอนตัมมิติให้ไม่ใช่เหรอครับ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีทางคำนวณเส้นทางหลบหนีได้ทันเวลาหรอก"
มาเรียปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือเรียวบางออกไปแตะที่หน้าจอโฮโลแกรมของระบบที่ยังคงลอยอยู่ตรงหน้าเธอ "ทฤษฎีเป็นแค่กระดาษนำทาง รวินทร์... สิ่งที่ทำให้แกร่งและพาพวกเราผ่านมาได้ คือการตัดสินใจที่เด็ดขาดภายใต้ความกดดันต่างหาก นายเติบโตขึ้นมากจริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในสถาบันแห่งนี้"
คำชมจากปากของอาจารย์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและโหดเหี้ยมในสถาบันวิจัยมิติ ไม่ใช่สิ่งที่หาฟังได้ง่ายๆ รวินทร์รู้สึกอุ่นวาบขึ้นในอก ความเหนื่อยล้าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเสมือนถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา
"ถ้าอย่างนั้น... ภารกิจกู้ภัยมิติครั้งนี้ ก็ถือว่าปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะครับ?" ลูคัสลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัว พลางมองไปรอบๆ ทิวทัศน์ที่กำลังฟื้นคืนสภาพ "ฉันว่าเราควรไปหาอะไรดื่มฉลองกันหน่อยนะ ร่างกายฉันต้องการคาเฟอีนระดับความเข้มข้นสูงสุดหลังจากไม่ได้นอนมาสามวัน"
"เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ" รวินทร์พยักหน้ารับ รอยยิ้มผ่อนคลายปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังผ่อนคลายและบรรยากาศแห่งชัยชนะกำลังแผ่ซ่านไปทั่ว
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ ไม่ได้ดังขึ้นจากอินเทอร์เฟซสีฟ้าใสของรวินทร์ แต่มันดังมาจาก... แหล่งพลังงานโบราณใจกลางหอคอยควบคุมที่ควรจะดับสนิทไปแล้ว!
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จสีเขียวมรกตที่พวกเขาคุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงโทนต่ำทุ้ม กังวาน และเปลี่ยนเป็น **สีแดงฉาน** ที่แผ่ขยายคลื่นรบกวนจนหน้าจอทั้งหมดกระพริบไหว
รวินทร์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบกวาดมองข้อความที่ปรากฏขึ้นบนอากาศอย่างไม่เชื่อสายตา
หัวใจของเขากระตุกวูบ
> `[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ OMEGA]`
> `ตรวจพบสัญญาณชีพปริศนา... กำลังหลับใหลอยู่ใน "แกนกลางพหุมิติขั้นที่ศูนย์"`
> `คำเตือน: วัตถุดังกล่าวไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากมิติที่ 1 ถึง 12 และกำลัง... ตื่นขึ้น`
มาเรียหน้าถอดสี ทิ้งมาดอาจารย์ผู้สุขุมเยือกเย็นไปทันที เธอหันขวับมามองรวินทร์ด้วยแววตาตื่นตระหนก "เป็นไปไม่ได้... ประตูมิติขั้นศูนย์ถูกปิดผนึกไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล ไม่มีใครเปิดมันได้นอกจาก..."
ยังไม่ทันที่มาเรียจะพูดจบ พื้นเบื้องล่างของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง เสียงคำรามก้องกังวานราวกับเสียงของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ดังทะลุขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ พร้อมกับแสงสีดำสนิทที่กลืนกินแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณให้มืดมิดลงในพริบตาเดียว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับรวินทร์ในบทนี้นะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 39
ความสงบสุขที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!