"คุกเข่าลงเสีย... เจ้าสวะตระกูลไป๋!"
เสียงคำรามอันก้องกังวานของ 'จ้าวเทียนหลง' ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาคารวะ ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองหินอัคคี แรงกดดันจากขอบเขตปราณนภาขั้นที่สามแผ่ซ่านออกมาราวกับภูเขาทองคำกดทับลงบนบ่าของฝูงชน จนเหล่าศิษย์สายรอด200กว่าชีวิตต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดกล้าหาญพอจะเอ่ยปากปกป้องเด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ศิษย์สวะ' ผู้นี้
เบื้องหน้าของจ้าวเทียนหลงคือไป๋หลิงเฟิง ร่างเพรียวระหงในชุดศิษย์สีขาวเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ผ่านการมองดูความตายและการล่มสลายของดาราจักรมานับไม่ถ้วน ฉายแววเย้ยหยันและเย็นชาจนจ้าวเทียนหลงรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"ข้าต้องคุกเข่าให้สุนัขรับใช้ที่คอยเลียรองเท้าให้อัครมหาเสนาบดีจ้าวอย่างนั้นหรือ?" ไป๋หลิงเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศในยามบ่าย ไม่ใช่การสนทนากับยอดฝีมือผู้มีพลังเหนือกว่าตนถึงสองขอบเขตใหญ่
"สามหامة! เจ้าเด็กไร้ค่า เจ้ากล้าดียังไงมาหมิ่นเกียรติศิษย์พี่จ้าว!" เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของเหล่าศิษย์หญิงที่หลงใหลในรูปโฉมและอำนาจของจ้าวเทียนหลงดังประสานกันระงม พวกนางจ้องมองไป๋หลิงเฟิงราวกับต้องการฉีกเนื้อเขาเป็นชิ้นๆ
จ้าวเทียนหลงแค่นเสียงหัวร่อในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรزة กระบี่เหล็กกล้าในมือสั่นระริก ปราณสีครามเข้มข้นไหลทะลักออกจากฝักราวกับอสรพิษร้าย "ปากดีนัก! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ซึ้งว่า สวะก็คือสวะวันยังค่ำ ต่อให้เจ้าจะรอดพ้นจากหน้าผามรณะมาได้ ปราณพิการของเจ้าก็ไม่มีวันเทียบชั้นกับข้าได้หรอก!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของจ้าวเทียนหลงก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ เคล็ดวิชา 'กระบี่วายุคลั่ง' ถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตา ดาบประกายแสงนับร้อยสายพุ่งเข้าหาไป๋หลิงเฟิงจากทุกทิศทุกทาง หมายจะตัดแขนขาและฝังร่างของเด็กหนุ่มให้จมดินในกระบวนท่าเดียว!
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของฝูงชน มีเพียงสายตาคู่หนึ่งจากบนระเบียงหอคอยสูงที่ยังคงสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก 'มู่หรงเสวี่ย' นางเซียนแห่งหุบเขาเมฆาผู้เลื่องชื่อในความเย็นชาและไร้ความรู้สึก กำลังจ้องมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยมุมปากที่ยกยดขึ้นเล็กน้อย นางไม่แม้แต่จะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปัดฝุ่นด้วยซ้ำ เพราะนางรู้ดี... มหาเทพกระบี่ผู้กลับชาติมาเกิด มิได้มีไว้ให้ผู้ใดมาหยามเกียรติ
ไป๋หลิงเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกซึ้ง กลิ่นอายโบราณอันเก่าแก่และทรงพลังแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาชั่วขณะ ราวกับมังกรนิลที่หลับใหลมานับหมื่นปีได้ลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกมนุษย์
เขามิได้ชักกระบี่ออกจากฝัก...
มือเรียวยาวดั่งหยกขาวเพียงแค่ยกขึ้น สองนิ้วเรียงชิดติดกันดั่งคมกระบี่ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่บริสุทธิ์จนน่าสะพรึงกลัวรวมตัวอยู่ที่ปลายนิ้ว ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของทุกคน ไป๋หลิงเฟิงสะบัดนิ้วออกไปเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองบนบ่า
*ตูมมมมม—!*
เสียงระเบิดก้องกังวานราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน คลื่นกระบี่อันทรงพลังระดับทำลายล้างภูเขาพุ่งทะยานสวนทางกับกระบวนท่ากระบี่วายุคลั่งของจ้าวเทียนหลงอย่างไร้ความปรานี ปราณสีครามของจ้าวเทียนหลงแตกสลายเป็นจุลราวกับเศษแก้วที่ถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าอย่างจัง!
"อ้ーク—!"
กระอักเลือดคำโตพ่นออกมาจากปากของจ้าวเทียนหลง ร่างของศิษย์พี่ใหญ่ผู้เคยจองหองและทรงอิทธิพลลอยละลิ่วกลางอากาศ ราวกับว่าวที่ขาดลอย ก่อนจะกระแทกพื้นลานประลองหินอัคคีอย่างรุนแรง เสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบสะท้อนไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดแสนสาหัสแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเขาแทบหมดสติ
แต่ความอัปยศยังไม่จบเพียงแค่นั้น...
คลื่นพลังที่เหลือรอดจากการปะทะกดทับร่างของจ้าวเทียนหลงลงไปอีกครั้ง บังคับให้เข่าทั้งสองข้างกระแทกลงบนพื้นหินแข็งจนแตกละเอียด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและอัปยศดังลั่นไปทั่วบริเวณ จ้าวเทียนหลงผู้ยิ่งใหญ่ในยามนี้ กลับต้องคุกเข่าหมอบกราบแทบเท้าของศิษย์สวะที่เขาเพิ่งเหยียดหยามไปเมื่อลมหายใจก่อนหน้า!
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานประลอง เหล่าศิษย์นับร้อยชีวิตอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างจนแทบถลอกจากเบ้า พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า ศิษย์พี่จ้าวผู้มีพลังปราณนภาขั้นที่สาม จะพ่ายแพ้ให้กับไป๋หลิงเฟิง... ผู้มีปราณพิการ... ด้วยการสะบัดนิ้วเพียงครั้งเดียว!
ไป๋หลิงเฟิงก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหายใจรวยรินของจ้าวเทียนหลง ฝ่าเท้าของเขาสวมรองเท้าผ้าเก่าๆ เหยียบลงบนบ่าของจ้าวเทียนหลงอย่างแผ่วเบา แต่หนักหน่วงราวกับกดทับด้วยดาราจักรทั้งดวง
"จำไว้..." เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ยขึ้น สะัตรึงหัวใจของทุกคนให้หยุดเต้น "ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นได้แค่มดปลวกตัวหนึ่ง... หากอัครมหาเสนาบดีจ้าวผู้เป็นนายของเจ้าอยากรู้นักว่าข้ากลับมาทำไม ก็จงบอกมันให้เตรียมโลงศพรอไว้ได้เลย"
ทว่า ในวินาทีที่ไป๋หลิงเฟิงกำลังจะยกเท้าออกจากบ่าของศิษย์พี่จ้าว ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยโปร่งใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา สายฟ้าสีทองคำม่วงเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมากลางลานประลอง สร้างแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนแผ่นดินแยกออกเป็นรอยร้าว
พร้อมกันนั้น เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายในชุดคลุมโบราณปักลายอักขระโลหิต ก็ปรากฏขึ้นล้อมรอบลานประลอง ปราณสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านจนอุณห็ภูมิลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง และกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างยิ่งจากชาติภพก่อน ก็ลอยล่องมากับสายลม...
ขอบฟ้าด้านทิศเหนือ ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาคู่คมกริบจ้องมองมาที่ไป๋หลิงเฟิงด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม และน้ำเสียงอันทรงอำนาจที่ทำให้หุบเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนก็เอ่ยขึ้นว่า...
"ฮ่าๆๆๆ ไป๋หลิงเฟิง... เจ้าคิดว่าการกลับมาเกิดใหม่ จะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้จริงๆ หรือ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับน้ำผึ้งหยดแรกนะคะ
สลัดคราบศิษย์สวะ หวนคืนบัลลังก์มหาเทพกระบี่•ตอนที่ 3
ตบหน้าศิษย์พี่จองหอง
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลัดคราบศิษย์สวะ หวนคืนบัลลังก์มหาเทพกระบี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
