"เศษสวะขั้นรวบรวมลมปราณเช่นเจ้า ยังกล้าอาจหาญมานั่งขวางทางเข้าแดนชำระกระบี่อีกหรือ? ไสหัวไปเสีย! อย่าให้แปดเปื้อนสายตาของศิษย์พี่รองเช่นข้าเลย!"
เสียงตวาดกร้าวเจือรังเกียจดังสะท้อนก้องทั่วลานหินอัคคี ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์นาม 'หานเฟิง' สะบัดชายแขนเสื้อกว้าง กลิ่นอายพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นกลางแผ่ซกดุดันกดทับลงมาทันที หมายให้ร่างของบุรุษหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องล่างแหลกสลายเป็นจุล
ทว่า ไป๋หลิงเฟิง หาได้สะเทือนซ้ำไม่
เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่วางเฉยดั่งห้วงมหาสนิทไร้ก้นบึง ในแววตานั้นไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีแม้กระทั่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกดั่งดวงดาวนับหมื่นล้านปีบนฟากฟ้าที่มองดูฝุ่นผงดิ้นรน
ในชาติก่อน... ในฐานะมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่างสู่จุดสูงสุดของเก้าสวรรค์ หานเฟิงผู้นี้แม้แต่สุนัขเฝ้าประตูสำนักเขาก็ยังไม่คู่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ บัดนี้ กลับกล้าอาจหาญมาเหยียบย่ำเขาที่กำลังอยู่ในยามตกต่ำเช่นนี้ ช่างเป็นความน่าขันของวัฏสงสารที่น่าเวทนายิ่งนัก
"หานเฟิง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่มั่นคงดั่งภูผา "เจ้าคิดว่า อาณาจักรหลอมรวมวิญญาณขั้นกลางที่เจ้าสะสมมาสิบปี ด้วยเม็ดยาชั้นเลิศและการดูดกลืนพลังจากศิษย์น้องร่วมสำนัก คือความยิ่งใหญ่ที่ไร้ผู้ต่อต้านแล้วกระนั้นหรือ?"
"สามหาว!" หานเฟิงหน้าถอดสีด้วยความโกรธกริ้ว เขากระชากกระบี่ประจำกายออกจากฝัก แสงสีฟ้าเจิดจ้าบาดตาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ปราณกระบี่แหลมคมนับร้อยสายแปรสภาพเป็นพายุหมุน หมายจะฉีกร่างของไป๋หลิงเฟิงเป็นชิ้นๆ "เจ้าเป็นเพียงเศษสวะขั้นต่ำต้อย ไร้ซึ่งรากปราณสวรรค์ กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้า วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าสำนึกว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็นเช่นไร!"
รอบบริเวณลานหินอัคคี เหล่าศิษย์น้องและผู้อาวุโสหลายคนต่างยืนล้อมวงดูด้วยสายตาสสมน้ำหน้าและเย้ยหยัน บ้างก็หัวเราะคิกคักรอชมความตายของศิษย์สวะผู้ไม่เจียมตัว ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ไป๋หลิงเฟิงในร่างนี้จะต้องกลายเป็นกองเลือดใต้คมกระบี่ของหานเฟิงภายในกระบวนท่าเดียวอย่างแน่นอน
ทว่า ท่ามกลางสายตาดูแคลนเหล่านั้น ร่างบางในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนราวกับเซียนสาวผู้หลุดลอยมาจากแดนไกล กลับยืนนิ่งสงบอยู่บนยอดผาสูงชัน ดวงตาคู่คมดั่งหงส์จับจ้องมองลงมาที่ร่างของไป๋หลิงเฟิงด้วยประกายความรู้สึกซับซ้อน มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้เย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อสิ่งใดในโลกหล้า บัดนี้หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นางสัมผัสได้ถึง... กลิ่นอายที่นางเฝ้าตามหามาตลอดสามร้อยปี กลิ่นอายของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังฟื้นคืนชีพ!
"หลิงเฟิง..." นางพึมพำกับตนเองแผ่วเบา เรียวปากสีชาดเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวที่กำด้ามกระบี่หยกขาวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก "อย่าเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะ..."
เบื้องล่าง หานเฟิงเหวี่ยงกระบี่ฟาดฟันลงมาหมายปลิดชีพ ปราณกระบี่รูปพญานาคคำรามก้อง แผ่นดินใต้ร่างของไป๋หลิงเฟิงปริแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะจ้วงแทงทะลุหัวใจนั้นเอง—
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดก้องกังวานดั่งอสนีบาตผ่ากลางใจฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขาเมฆาสวรรค์ ไป๋หลิงเฟิงไม่ได้หลบหนี และไม่ได้ชักกระบี่ เขากลับค่อยๆ ยกมือขึ้นสองข้าง ประสานอินทร์โบราณอันซับซ้อนอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง ดึงดูดเอาพลังปราณฟ้าดินรอบรัศมีร้อยลี้ให้ไหลทะลักเข้าสู่จุดตันตระหนักของตนเองดั่งกระแสน้ำวนมหาสมุทร!
"เคล็ดวิชาบรรพกาล... กายาเทวะกลืนดารา!"
สิ้นเสียงคำรามก้องสะท้อนสวรรค์ ผิวพรรณของไป๋หลิงเฟิงพลันเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามเรืองรองดั่งทองคำแท้บริสุทธิ์ เส้นสายอักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นบนผิวหนังและกระดูก เลือดเนื้อและเส้นเอ็นภายในร่างกายถูกชำระล้างและหลอมรวมใหม่ด้วยอัคคีฟ้าดิน แรงกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ในวิญญาณระเบิดทะลักออกมาอย่างรุนแรง จนหานเฟิงที่พุ่งเข้ามาถึงกับกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!
"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร! ปราณบ้าอะไรกันนี่!" หานเฟิงเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาดั่งลูกนกตกในพายุ ม่านตาหดแคบลงเมื่อพบว่าแรงกดดันนี้เหนือกว่าผู้อำนวยการสำนักเสียด้วยซ้ำ!
บนยอดผาสูง มู่หรงเสวี่ยระบายยิ้มบางเบาออกมาเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนหมู่มวลดอกไม้ต้องอับIอาย แต่นัยน์ตากลับฉายแววฆ่าฟันเฉียบคม นางก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย
ในขณะที่ไป๋หลิงเฟิงกำลังจะทะลวงผ่านขอบเขตพลังขั้นที่สามเพื่อก้าวเข้าสู่ "แดนหลอมรวมสวรรค์" นั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม หลุมอัคคีที่ปิดตายมานับหมื่นปีค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นสะท้านขวัญที่ดังขึ้นจากก้นบึ้งของขุมนรก—
"ฮ่าๆๆๆๆ... ผ่านไปสามร้อยปี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนอนแมลงอย่างเจ้า จะกล้าใช้เคล็ดวิชาบรรพกาลปลุก 'มัน' ขึ้นมาอีกครั้ง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับน้ำผึ้งหยดแรกนะคะ
สลัดคราบศิษย์สวะ หวนคืนบัลลังก์มหาเทพกระบี่•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชาบรรพกาล
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลัดคราบศิษย์สวะ หวนคืนบัลลังก์มหาเทพกระบี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
