"ถ้าแกยังไม่อยากออกไปนอนค้างคืนที่คอกหมูหลังบ้าน ก็รีบไสหัวไปเก็บกระเป๋าซะ! ตระกูลเฉินของเราไม่เคยเลี้ยงคนกินข้าวเปล่าไร้ประโยชน์แบบแก โดยเฉพาะอีตัวดีที่คอยแต่จะผลาญเงินเดือนทหารของอาเหว่ย!"
เสียงกระแทกกระทั้นของชามกระเบื้องเคลือบแตกดังเพล้งลงบนพื้นดิน พร้อมกับเศษข้าวต้มก้นหม้อที่กระเด็นเฉียดปลายเท้าของหลินอิงอิงไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอับชื้นของบ้านดินเก่าแก่ในยุคเจ็ดศูนย์คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อไคล
อิงอิงกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว อาการปวดแปลบที่ขมับซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาดั่งมีใครเอาเข็มเล่มใหญ่มาทิ่มแทง ความทรงจำอันยุ่งเหยิงหลั่งไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ภาพของเชฟระดับท็อปของภัตตาคารหรูในโลกอนาคตที่กำลังยืนควบคุมการเตรียมวัตถุดิบซูวีด์เนื้อวัวชั้นดี ถูกแทนที่ด้วยภาพของหญิงสาวร่างผอมโซ หน้าตาซีดเซียว และถูกตราหน้าว่าเป็น "ภรรยาตัวภาระ" ที่แต่งเข้ามาด้วยการคลุมถุงชนและสร้างแต่ความอับอายให้แก่ตระกูลเฉิน
นี่เธอ... ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครสมทบหญิงที่มักจะลงเอยด้วยจุดจบอันน่าอนาถในนิยายยุค 70 จริงๆ สินะครับ
"แม่สามีครับ... เมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรนะ ให้ผม... อ๋อ ไม่สิ ให้ฉันเก็บกระเป๋าอย่างนั้นหรือครับ?" อิงอิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นจนคนฟังถึงกับชะงัก
นางจาง หรือแม่สามีผู้มีใบหน้าย่นยับตามวัยและแววตาดุจเหยี่ยว กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องมองด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ นางแค่นAเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความหมั่นไส้ "ยังมีหน้ามาทำเสียงแข็งอีกนะนังเด็กนี่! สามีของแกไปปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนตั้งหลายเดือน ส่งเงินกลับมาบ้านแต่ละทีก็ถูกแกแอบเอาไปซื้อของไร้สาระจนหมดเกลี้ยง บ้านเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนพิการนะ ถ้าวันนี้แกไม่ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ ฉันนี่แหละจะเอาไม้กวาดไล่ตีแกให้ออกจากตระกูลเฉินด้วยความอับอายเอง!"
รอบกายของพวกเขามีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์อยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านดิน บ้างก็ส่งเสียงซุบซิบนินทา บ้างก็หัวเราะเยาะด้วยความสะใจ
ในสายตาของคนยุคนี้ หลินอิงอิงคือตัวซวย คือผู้หญิงที่เกียจคร้าน ทำงานไร่ไถนาไม่เป็น และวันๆ เอาแต่ร้องห่มร้องไห้เรียกร้องความสนใจ แต่นั่นมันคือเรื่องของเจ้าของร่างเดิมครับ... สำหรับหลินอิงอิง เชฟอัจฉริยะผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับโลกและเกมธุรกิจมาอย่างโชกโชน ความยากจนข้นแค้นและคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านี้ ไม่ต่างอะไรจากเสียงหริ่งหรีดเรไรที่น่ารำคาญเท่านั้น
อิงอิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย เธอปัดเศษฝุ่นที่หัวไหล่ออกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหลาดใจ
"ขับไล่ฉันออกไปอย่างนั้นหรือครับ... อ้อ, ค่ะ... อ้างผิด ขออภัยค่ะ... เอ่อ ขออภัยครับ" อิงอิงเกือบเผลอหลุดปากความคุ้นเคยเดิมออกมา แต่เธอก็ปรับโทนเสียงกลับมาเป็นชายหนุ่ม... ไม่สิ หญิงสาวผู้มั่นใจในตัวเองได้อย่างรวดเร็ว "ถ้าฉันจะไปจากตระกูลเฉิน มันย่อมได้ครับแม่สามี แต่ก่อนไป... เราคงต้องมาเคลียร์บัญชีกันให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เงินเบี้ยเลี้ยงทหารของเฉินเหว่ยที่ส่งมาทั้งหมด สามร้อยหยวนเต็มๆ มันหายไปไหน และทำไมข้าวสารในยุ้งฉางถึงมีแต่แกลบกากมะพร้าว ทั้งที่ความจริงควรจะเหลือเฟือสำหรับการกินอยู่ถึงปีใหม่!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงทันที
ใบหน้าของนางจางเปลี่ยนสีจากสีแดงก่ำกลายเป็นสีเขียวคล้ำในพริบตา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจและหวาดกลัว นางไม่คาดคิดเลยว่าลูกสะใภ้ที่เคยหงิมๆ ซ่อนแอบและหวาดกลัวนางมาตลอด จะกล้าลุกขึ้นมาทวงถามเรื่องเงินต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
"นัง... นังตัวดี! แกกล้าใส่ร้ายฉันเรอะ!" นางจางกรีดเสียงแหลมสูงพยายามกลบเกลื่อนความผิดพิรุธ "เงินอะไร เงินที่อาเหว่ยส่งมา มันก็ใช้จ่ายในครอบครัว ค่าใช้จ่ายในบ้าน แกกินอยู่ล้างผลาญไปหมดต่างหากเล่า!"
"ใช้จ่ายในครอบครัวหมดไปกับอะไรครับ? หรือว่าหมดไปกับการส่งเสียค่าเล่าเรียนให้กับลูกชายของน้องสามีที่เอาแต่กินกับนอน หรือว่าเอาไปซื้อผ้าไหมชั้นดีให้ลูกสาวคนโปรดของคุณแม่ใส่กันแน่?" อิงอิงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกขั้น แววตาดุดันและทรงอำนาจราวกับผู้พิพากษากำลังไต่สวนคดี ทำให้แม่สามีผู้เจนโลกถึงกับพูดไม่ออกและตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน
*ตึง! ตึง! ตึง!*
ฝีเท้าที่หนักหน่วงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูบ้านตระกูลเฉิน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินจากการเดินทางไกลปรากฏขึ้น แผ่ไอสังหารและออร่าความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เฉินเหว่ย สามีผู้เคร่งขรึมและทรงอำนาจที่สุดในกองทัพ กลับมาถึงบ้านเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน... และภาพแรกที่เขาเห็น คือภรรยาตัวน้อยของเขากำลังยืนเผชิญหน้ากับมารดาของตนเองด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวไม่ยอมใคร
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองไปที่เศษชามข้าวต้มบนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาที่ยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้า ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความฉลาดเฉลียวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
อิงอิงหันไปมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ นี่คือสามีตามกฎหมายที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมในกองทัพ และความเย็นชาต่อภรรยาตามคำบอกเล่าของเจ้าของร่างเดิม
แต่ทว่า... สิ่งที่เฉินเหว่ยทำในวินาทีต่อมา กลับทำให้ทุกคนในที่นั้นอ้าปากค้างจนแทบหลุดจากเบ้า
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านมารดาของตนเองไปอย่างไม่ไยดี เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนมาโอบเอวบางของอิงอิงเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะกวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองไปยังทุกคน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
"ใครกล้าไล่ภรรยาของผมออกจากบ้าน... ถามผมหรือยัง?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับความแซ่บและกลิ่นอายไอเค็มในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 1
ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ที่ใครก็รังเกียจ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!