เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วดั่งห่าฝนดังขึ้นจนวงกบไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน ขณะที่กลิ่นอายของเกลือทะเลและรสชาติเผ็ดร้อนของน้ำซุปปลาเก๋าตุ๋นยาจีนยังคงลอยอวลอยู่กลางห้องครัว แรงกระแทกครั้งสุดท้ายเกือบจะทำให้กลอนไม้สนที่เฉินเหว่ยเพิ่งซ่อมแซมเมื่อวานหลุดกระเด็นออกจากผนัง
หลินอิงอิงไม่ได้แม้แต่จะชายตามองไปที่ประตูบ้าน มือเรียวบางของเธอยังคงบรรจงใช้ผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดเช็ดคราบน้ำมันพริกเผาโฮมเมดสูตรพิเศษออกจากขวดโหลแก้วเจียระไนอย่างใจเย็น แสงไฟตะเกียงน้ำมันก๊าดสะท้อนประกายวับวาวกับกองธนบัตรปึกหนาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ตัวเลขยอดขายจากตลาดมืดในเขตเมืองและออเดอร์น้ำพริกทะเลแห้งล็อตแรกทะยานเกินเป้าหมายที่เธอวางไว้ถึงสามเท่าตัว นี่คือผลลัพธ์จากการคำนวณกลยุทธ์การตลาดและการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบในมิติลับอย่างแม่นยำ
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! นังตัวดี! แกคิดว่าจะแอบซ่อนเงินทองพวกนี้ไว้เสวยสุขคนเดียวได้งั้นเหรอ!” เสียงแหลมสูงของแม่สามีตระกูลเฉินแผดก้องทะลุกรอบประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบกำแพงปูนด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง “ฉันเป็นแม่สามีนะ! เงินทองที่ได้มาจากลูกชายฉัน ก็ต้องเป็นของตระกูลเฉินครึ่งหนึ่งสิฟะ!”
ปัง!
เฉินเหว่ยไม่รอให้ประตูพังลงมาด้วยซ้ำ เขากระชากบานประตูเปิดออกด้วยมือข้างเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดแผ่รังสีความน่าเกรงขามจนผู้คนที่พากันมามุงดูหน้าบ้านถึงกับถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและญาติห่างๆ อีกสองคนที่ถือกระสอบป่านรอท่าอยู่ด้วยสายตานิ่งงัน ทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
“แม่มาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นครับ” น้ำเสียงทุบต่ำของเฉินเหว่ยดังลอดไรฟัน มันไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทรงพลังจนทำให้เสียงโวยวายของแม่สามีสะดุดกึกทันที
“เหว่ยฮั่น! แก... แกกล้าถามแม่เหรอ?” หญิงแก่หน้าดำคร่ำเครียด ชี้ไม้ชี้มือเข้ามาในบ้านด้วยความโมโหเมื่อเห็นกองเงินสดบนโต๊ะ “แกเห็นเมียมันครอบครองทรัพย์สินขนาดนี้ แต่กลับปล่อยให้แม่ต้องกินข้าวต้มก้นหม้อทุกวันอย่างนั้นเรذی? เงินพวกนี้ต้องเอามาแบ่งให้ฉันเดี๋ยวนี้! ครึ่งหนึ่ง... ไม่สิ ทั้งหมดนี่ต้องให้ฉันเก็บรักษาไว้!”
หลินอิงอิงวางขวดโหลในมือลงช้าๆ เธอส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกเข้าไปในใจของคนฟัง
“เก็บรักษาไว้?” อิงอิงก้าวเท้าเดินออกจากครัว ชายกระโปรงผ้าฝ้ายสีครามพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ดูลึกลับและทรงอำนาจ “เงินหยวนพวกนี้เป็นกำไรจากการลงทุนค้าขายอิสระของฉัน และที่สำคัญที่สุด... มันถูกเก็บไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของสามีฉัน หากคุณแม่ต้องการเงินไปใช้จ่าย กรุณากลับไปทบทวนดูเสียใหม่ว่า ที่ผ่านมาตระกูลเฉินเคยให้ ‘ทุนตั้งต้น’ อะไรกับฉันบ้าง หรือมีแต่การสูบเอาแรงงานและหยาดเหงื่อของฉันไปใช้ฟรีๆ”
“นัง... นังสะใภ้เนรคุณ!” แม่สามีหน้าดำคล้ำด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นเทา เงื้อมือขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าของอิงอิง
หมับ!
มือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กของเฉินเหว่ยคว้าข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบีบนั้นทำเอาหญิงแก่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของนายทหารหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความดุดันที่ไม่เคยแสดงออกต่อหน้าภรรยามาก่อน
“พอได้แล้วครับแม่” เฉินเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัว “บ้านหลังนี้ถูกแยกทะเบียนครัวเรือนอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ตั้งแต่วันนั้น ผมไม่มีหน้าที่ต้องส่งเสียเงินเดือนส่วนตัวให้แม่อีก นอกเหนือจากข้าวสารและอาหารแห้งตามสมควร ถ้าวันนี้แม่ยังไม่ยอมกลับไปและยังมายุ่งวุ่นวายกับภรรยาผมอีก... ผมคงต้องให้ทางกองร้อยส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยพูดคุยเรื่องกฎหมายทรัพย์สินส่วนบุคคลให้ฟังอย่างละเอียด”
คำขู่ของเฉินเหว่ยได้ผลชะงัด แม่สามีหน้าซีดเผือดลงทันที นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง และอำนาจของกองทัพในยุคนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนแก่ในชนบทจะไปต่อกรด้วยได้ นางทำได้เพียงกัดฟันกรอด ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะลากตัวญาติที่พกมาด้วยถอยร่นหายไปในความมืดของตรอกซอกซอย
เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินอิงอิงถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยังคงยืนคุมเชิงอยู่ที่ประตู เฉินเหว่ยหันกลับมา ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ท่าทีที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงแววตาอ่อนโยนและห่วงใยที่เขามักจะใช้มองเธอเสมอ
“เหนื่อยไหมครับ” เฉินเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ โอบไหล่บางของเธอเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม พร้อมกับใช้มืออีกข้างหยิบปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูให้เธออย่างเบามือ
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยหรอกครับ” อิงอิงเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา เธออมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสามีขมวดคิ้วด้วยความเอ็นดู “แต่ที่เราต้องรีบทำตอนนี้ไม่ใช่การสนใจคนพวกนั้นหรอกนะเหว่ยฮั่น... แผนการที่เราวางไว้ต้องขยับเร็วขึ้นแล้ว”
เฉินเหว่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หมายถึงเรื่องบ้านในเขตเมืองที่นายหน้าเพิ่งติดต่อมาเมื่อบ่ายนี้ใช่ไหมครับ?”
“ถูกต้องค่ะ” อิงอิงพยักหน้ารับ แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น “เงินก้อนนี้เพียงพอที่เราจะดาวน์บ้านหลังใหญ่ในย่านการค้าใจกลางเมืองหลวงเขตมณฑลได้แล้ว บ้านที่มีห้องครัวกว้างขวาง มีสวนหลังบ้านสำหรับปลูกสมุนไพร และที่สำคัญ... มันอยู่ห่างไกลจากสายตาโลภ ฯ ของคนพวกนั้นอย่างถาวร”
ชายหนุ่มมองภรรยาด้วยความรักและทึ่งในเวลาเดียวกัน เขาไม่เคยสงสัยในความสามารถของเธอเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงคนนี้มีสมองที่ชาญฉลาดเกินกว่าจะมาทนขุดดินปลูกผักอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ไปตลอดชีวิต
“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เช้า ผมจะลารักษาการครึ่งวัน” เฉินเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด และพร้อมจะสนับสนุนเธอในทุกย่างก้าว “ผมจะพาคุณนั่งรถบรรทุกของกองร้อยเข้าไปทำสัญญาซื้อขายบ้านหลังนั้นด้วยตัวเอง ไม่มีใครหน้าไหนขัดขวางเราได้อีก”
อิงอิงยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ เธอกวาดเงินสดบนโต๊ะใส่ลงในกระเป๋าหนังอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันไปหยิบวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายออกจากมิติลับ มันคือ ‘เห็ดหอมป่าหมื่นปี’ ที่มีกลิ่นหอมหวนอันเป็นเอกลักษณ์ ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวจนเฉินเหว่ยต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
“ก่อนจะไปนอน... ฉันจะทำบะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นเห็ดหอมป่าให้คุณกินสักชามเป็นการฉลองก้าวแรกของเราดีไหมครับ?” อิงอิงเอ่ยเย้าด้วยรอยยิ้มซุกซน
เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มทำมือถูกลวกจนได้ที่ คลุกเคล้ากับน้ำมันหอมเจียวและน้ำซุปเคี่ยวเค็มๆ มันๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนไปจนถึงหน้าต่างบ้านข้างเคียง เฉินเหว่ยทรุดตัวลงนั่งมองภรรยาที่กำลังงละมุนอยู่กับการจัดอาหารด้วยหัวใจที่พองโต ความสุขที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้กำลังจะถูกยกระดับไปสู่อีกขั้นในวันพรุ่งนี้
ทว่า ในขณะที่เส้นบะหมี่คำแรกกำลังถูกคีบเข้าปาก และความเงียบสงบกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอีกครั้ง... แต่มันไม่ใช่เสียงทุบด้วยความโกรธเกรี้ยวเหมือนครั้งก่อน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
สามครั้งสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับจังหวะของสัญญาณลับทางทหาร
เฉินเหว่ยชะوอการคีบเส้นบะหมี่ ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับส่งสัญญาณมือให้อิงอิงถอยไปหลบด้านหลัง อิงอิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความหน,าวเย็นที่พัดผ่านรอยต่อของประตูเข้ามา พร้อมกับเงาสะท้อนลางเลือนของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องนอก
ประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกช้าๆ โดยไม่มีการเคาะซ้ำ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มสไตล์ตะวันตกที่หาดูได้ยากยิ่งในยุคนี้ หมวกปีกกว้างถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหางตา และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ
“สวัสดีครับผู้กองเฉิน... และคุณหลินอิงอิง” ชายแปลกหน้าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ผมเดินทางมาจากเมืองหลวง... และมีข้อเสนอเรื่องบ้านหลังใหญ่ในเขตเมือง ที่พวกคุณกำลังอยากได้พอดี”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความมั่งคั่งและรสชาติชีวิตของอิงอิงและเฉินเหว่ย แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 30
ซื้อบ้านหลังใหม่ในเขตเมือง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!