“ขยับถอยไป!”
เสียงเฉินเหว่ยไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจสังหารที่คนผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนเท่านั้นที่จะแผ่ออกมาได้ เขาขยับตัวบังร่างหลินอิงอิงไว้มิดชิด มือหนาเลื่อนลงไปแตะที่ขอบเข็มขัดโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองกลุ่มคนที่ก้าวเข้ามาในความมืดด้วยท่าทีคุกคาม
“ใจเย็นก่อนครับคุณสามี” หลินอิงอิงกระซิบข้างหูเขา แม้หัวใจจะเต้นแรงแต่มือของเธอกลับนิ่งสนิท เธอไม่ได้กลัวคนพวกนี้ เธอแค่กำลังประเมินสถานการณ์ “ดูท่าทางพวกเขาสิ ไม่ใช่โจร แต่เป็น ‘คนรู้จัก’ ที่กำลังร้อนใจจนลืมมารยาท”
แสงจากตะเกียงน้ำมันในมือของชายคนหนึ่งส่องกระทบใบหน้าซูบตอบของแม่สามีตระกูลเฉิน นางยืนหอบหายใจโยนอยู่หน้าบ้าน ข้างกายคือน้องสาวของเฉินเหว่ยที่ทำหน้าบูดบึ้งราวกับใครเอาเงินไปเผาเล่น
“นี่หรือบ้านของพวกแก!” แม่สามีแผดเสียงขึ้นทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย “ปิดบ้านเงียบเชียบ ปล่อยให้แม่กับน้องต้องมาเดินเท้าท่ามกลางความมืด! พวกแกคิดจะตัดขาดจากครอบครัวหรือยังไง!”
เฉินเหว่ยไม่ขยับหลบสายตาที่แสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน “แม่มีธุระอะไรดึกดื่นป่านนี้ครับ? บ้านนี้ไม่ใช่ศาลาพักใจ และผมก็ไม่ได้รับปากว่าจะต้อนรับใครในยามวิกาล”
หลินอิงอิงสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางอารมณ์ เธอจึงก้าวออกมาข้างหน้า วางมือลงบนแขนของสามีเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณว่า ‘ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน’ เธอส่งยิ้มพิมพ์ใจที่ไร้ความจริงใจให้นางเฒ่าจอมละโมบ “คุณแม่ครับ ถ้าจะมาเพื่อตำหนิเรื่องที่เราย้ายออกมา หรือจะมาขอแบ่งเงินจากการค้าขายของพวกเรา ผมคงต้องขออนุญาตบอกว่า ‘คืนนี้เชิญกลับไปพักผ่อนเถอะครับ’ พรุ่งนี้เช้าเรามีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ ไม่สะดวกคุยเรื่องไร้สาระหรอกนะครับ”
“สำคัญงั้นรึ? ความสำคัญของพวกแกก็มีแค่การเอาเงินไปผลาญเล่นใช่ไหมล่ะ!” แม่สามีชี้นิ้วเข้าบ้าน “ฉันได้ยินมาว่าพวกแกกำลังจะเปิดร้านอาหารในเมืองจริงหรือ? พ่อเฒ่าจอมงกนั่นบอกว่าเห็นพวกแกไปทำสัญญาเช่าตึกเก่าๆ ท้ายตลาด! พวกแกมันโง่! เงินทหารน่ะเอาไว้เก็บ ไม่ใช่เอามาละลายน้ำเล่น!”
หลินอิงอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอกังวานกังวานภายใต้แสงจันทร์ “ร้านอาหารนั้น... ไม่ใช่การละลายน้ำหรอกครับแม่ แต่มันคือการสร้างรากฐานที่แม่ไม่มีวันเข้าใจ”
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตึกแถวไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนสายที่คึกคักที่สุดของเมือง หลินอิงอิงยืนกอดอกมองโครงสร้างร้านที่เธอเพิ่งปรับปรุงเสร็จ กลิ่นสีไม้ใหม่ๆ ผสมกับกลิ่นอายความคลาสสิกของตึกยุคเก่าทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิม
“อิงอิง ถ้าที่นี่ไม่เวิร์ก ผมจะซื้อตึกใหม่ให้ทันทีนะ” เฉินเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ เขาสวมชุดลำลองดูผ่อนคลายแต่ก็ยังดูน่าเกรงขาม มือหนาถือถังน้ำไม้โอ๊คสำหรับใส่น้ำแข็งที่เธอสั่งทำพิเศษ
“เหว่ยครับ เชื่อใจผมเถอะ” เธอหันไปสบตาเขา “ร้านอาหารไม่ได้ขายแค่รสชาติ แต่มันขาย ‘ประสบการณ์’ คนในยุคนี้โหยหาความแปลกใหม่ที่สะอาดและน่าเชื่อถือ และผมมีสิ่งนั้น... ในแบบที่คนอื่นไม่มี”
เธอนึกถึง ‘มิติวิเศษ’ ของเธอ ภายในนั้นมีทั้งเครื่องเทศล้ำค่าจากอนาคตและอุปกรณ์ครัวที่รังสรรค์เมนูได้รวดเร็วและสะอาดสะอ้าน ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังรู้วิธีการบริหารจัดการร้านแบบ ‘โมเดิร์น’ ที่จะเปลี่ยนร้านอาหารธรรมดาๆ ให้กลายเป็นจุดเช็คอินของคนมีฐานะในเมืองนี้
เมื่อถึงเวลาเปิดร้าน เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเป็นครั้งแรก กลิ่นหอมฟุ้งของ ‘หมูตุ๋นซอสเข้มข้นสูตรพิเศษ’ และ ‘ข้าวหน้าเนื้อสไตล์โบราณ’ เริ่มแผ่กระจายออกไปตามสายลม มันไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่เป็นกลิ่นที่เตะจมูกคนที่เดินผ่านไปมาจนต้องหยุดเท้า
ลูกค้าคนแรกเดินเข้ามา—เป็นชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสากลดูภูมิฐาน เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทีสำรวจ แต่เมื่อได้กลิ่นอาหารที่อบอวลอยู่ภายใน สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นเต้น
“ขอโทษนะครับ... กลิ่นนี่มัน... ของที่ร้านนี้หรือ?”
หลินอิงอิงเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสง่างาม เธอในวันนี้ดูต่างจากสะใภ้บ้านทุ่งคนเดิมอย่างสิ้นเชิง ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาขับให้เธอดูเหมือนเชฟมืออาชีพที่พร้อมจะรังสรรค์งานศิลปะบนจานอาหาร “ใช่ครับเชิญนั่งก่อนครับท่าน วันนี้เรามีเมนูพิเศษที่ปรุงด้วยวัตถุดิบที่หาได้ยากที่สุดในฤดูกาลนี้”
เฉินเหว่ยทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับกิตติมศักดิ์ เขายืนกอดอกมองลูกค้าที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวภรรยา
แต่แล้ว... ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งในชุดเครื่องแบบที่ไม่คุ้นตาเดินก้าวเข้ามาในร้าน พวกเขาไม่ได้มาเพื่อกินอาหาร แต่เดินตรงดิ่งมาที่หน้าเคาน์เตอร์แล้ววางจดหมายตราประทับสีแดงฉานลงบนโต๊ะ
“คุณหลินอิงอิงใช่ไหม?” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นชา “เราได้รับแจ้งว่าร้านของคุณเปิดทำการโดย ‘ไม่มีใบอนุญาตการค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายใหม่’... เราต้องขอให้คุณปิดร้าน และตามเราไปที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้”
บรรยากาศในร้านเงียบกริบลงทันที ลูกค้าทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว เฉินเหว่ยขยับกายเตรียมพุ่งตัวเข้าหา แต่หลินอิงอิงกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ เธอหยิบจดหมายขึ้นมาดูแล้วยิ้มบางๆ
“กฎหมายใหม่เหรอครับ?” เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะหยิบเอกสารสีทองอีกฉบับหนึ่งออกมาจากใต้เคาน์เตอร์แล้ววางทับจดหมายสีแดงนั้น “น่าเสียดายนะครับที่เอกสารการค้าของผม... ได้รับการอนุมัติโดยตรงจากสำนักงานเขตที่สูงกว่าพวกคุณหนึ่งขั้น และคนเซ็นเอกสารนี้ก็นั่งรอทานอาหารอยู่หลังร้านคุณนั่นแหละ”
ชายกลุ่มนั้นหน้าถอดสีทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ 'ลมทะเลพัดรัก' เสมอมาครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 36
การเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในเมือง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!